February 2nd, 2009 | Posted in ประกันชีวิต

Type the title here
Thai Life Insurance Easy Pay
มากกว่าการประกันชีวิต ไทยประกันชีวิตอีซี่เพย์
เพราะตระหนักว่า ผู้เอาประกันคือคนสำคัญที่สุด ดังนั้นทุกๆ ภารกิจของไทยประกันชีวิตจึงมุ่นมั่นดูแลชีวิตคนไทย และร่วมสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุด เพื่อเติมเต็มคุณค่าให้กับชีวิตของผู้เอาประกันทุกราย ด้วยการสร้างสรรค์บริการที่ช่วยอำนวยความสะดวก และเอื้อประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้เอาประกัน และหนึ่งในนั้นก็คือบริการ ไทยประกันชีวิตอีซี่เพย์ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งบริการพิเศษที่สะท้อนให้เห็นว่า ไทยประกันชีวิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นบริษัทประกันชีวิตที่มีบริการที่เหนือกว่า และยังช่วยเติมเต็มความต้องการของผู้เอาประกันได้อย่างสมบูรณ์แบบครบรอบด้าน
ไทยประกันชีวิตอีซี่เพย์ เป็นบริการพิเศษที่ช่วยอำนวยความสะดวกรวดเร็วในการชำระเบี้ยประกันให้แก่ผู้เอาประกัน โดยมีช่องทางต่างๆ ให้เลือกนับ 13 ช่องทาง
- ชำระผ่านตัวแทนประกันชีวิต
- ชำระ ณ สำนักงานสาขาของบริษัทฯ ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยนำใบแจ้งเบี้ยประกันภัยถึงกำหนดชำระไปแสดงทุกครั้ง
- ชำระด้วยเช็ค แคชเชียร์เช็ค ดราฟต์ สั่งจ่ายในนาม บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด และขีดคร่อมเข้าบัญชีเฉพาะ Account Payee Only ขีดฆ่าผู้ถือ พร้อมระบุชื่อ และเลขที่กรมธรรม์ด้านหลังเช็ค แคชเชียร์เช็ค ดราฟต์
- ชำระด้วยธนสณัติ สั่งจ่ายไปรษณีย์ปลายทาง ไทยประกันชีวิต พร้อมระบุชื่อ และเลขที่กรมธรรม์ด้านหลังธนาณัติ
- ชำระด้วยเงินสด ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ PAY AT POST ชำระได้ไม่เกิน 50,000บาทต่อกรมธรรม์
- ชำระด้วยเงินสดผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส ในร้าน 7-Eleven และจุดบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิสทั่วประเทศ ชำระไม่เกิน 30,000 บาทต่อกรมธรรม์
- ชำระโดยหักจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่เปิดบัญชีกับธนาคาร เฉพาะกรมธรรม์ที่มีเบี้ยประกันภัยไม่ต่ำกว่า 800 บาท ต่องวดการชำระ โดยธนาคารที่เปิดให้บริการ ได้แก่ ธนาคารทหารไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารกรุงเทพ
- ชำระโดยบัตรเครดิต Diner’s Club บัตรเครดิต VISA และ MASTER ของทุกธนาคารโดยรับชำระกับแบบประกันภัยทุกแบบ ยกเว้น แบบประกันประเภทสะสมทรัพย์ที่มีระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัยต่ำกว่าระยะเวลาเอาประกันภัย และเบี้ยประกันต่องวดการชำระต้องไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท
- ชำระโดยการโอนเงินจากบัญชีเงินฝากผ่านทางโทรศัพย์ระบบอัตโนมัติ ซึ่งมีบริการกับธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารนครหลวงไทย และธนาคารกรุงไทย
- ชำระโดยผ่านระบบอินเตอร์เน็ตในเว็บไซด์ของธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารนครหลวงไทย และธนาคารกรุงไทย
- ชำระด้วยเงินสดผ่านเพย์สเตชั่น จุกชำระค่าบริการเอไอเอส/เทเลวิช ทั่วประเทศ ชำระได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อกรมธรรม์
- ชำระด้วยเงินสดโดยไม่จำกัดจำนวนเงิน ณ เคาน์เตอร์ธนาคารทั่วประเทศ สำหรับธนาคารที่เปิดให้บริการ ได้แก่ ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารไทยธนาคาร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารนครหลวงไทย
- ชำระผ่านระบบโทรศัพย์มือถือด้วยบริการ mPay เฉพาะผู้ใช้ระบบ เอไอเอส วัน ทู คอล และเอไอเอส จีเอสเอ็ม โดยสอบถามรายละเอียด 1175
October 3rd, 2008 | Posted in ประกันชีวิต

มุมมองการทำประกันชีวิต
source: บทสัมภาษณ์ คุณสาระ ล่ำซำ
มุมมองของการทำประกันชีวิตในสมัยก่อน คนไทยจะมองไปในด้านความคุ้มครอง แต่หลังจาก พ.ศ. 2541 ในตลาดดอกเบี้ยลง แบบของประกันชีวิต ยังมีการการันตีเบี้ยส่วนออมไว้ ซึ่งก็เป็นประเด็นจุดขายในสภาวะดอกเบี้ยลง ตัวแทนประกันชีวิต ก็นำเสนอลูกค้า ลูกค้าก็ให้ความสนใจ ซึงแบบประกันชีวิตผันจากความคุ้มครองมาเป็นการออมเงินผ่านระบบประกันชีวิต ซึ่งผลตอบแทนออกมาก้ไม่แพ้ภาคการเงิน
ประกันชีวิต เป็นสิ่งจำเป็นซึ่งเป็นสิ่งใกล้ตัวมากๆ ซึ่งบางทีก็มองข้ามไป และเป็นเรื่องของชีวิตตัวเอง และครอบครัว ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีฐานะรวย ปานกลาง หรืออยู่ในฐานราก ก็มีความต้องการในด้านความคุ้มครองทั้งนั้น เพียงแต่ตัวเองอาจจะไม่เข้าใจ คนที่มีรายได้มากมายอาจจะบอกว่าไม่จำเป็น จริงๆ มีความสำคัญคนที่มีครอบครัว และการที่เรามีเงินและเอาเงินมาต่อเงินในเรื่องของการสร้างความคุ้มครอง มองกลับไปในรูปของมรดก
สมมุติ ไม่มีใครอยากแช่งตัวเอง สมมุติว่ามันเกิดขึ้นในการบริหารความเสี่ยง รวยอยู่แล้วก็ยิ่งรวยไปใหญ่ ให้กับทายาท หรือบุคคลอันเป็นที่รัก
สำหรับคนในฐานรากเอง เอาแค่ปัจจัยหลักก่อน สิ่งที่เขาต้องการคือความคุ้มครอง ทั้งนี้เพราะเขาต้องการอยู่แล้ว ซึ่งหากเรามองในรูปของชาวบ้านการสถาปณกิจ จริงๆ ระบบประกันชีวิตเป็น symatic มากๆ และเป็นเรื่องของความคุ้มครอง ปัจจุบันแบบของประกันชีวิตต่างๆ ได้ผันเบี้ยของตัวเองออกมาได้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ปีหนึ่งจ่ายเบี้ยประมาณ 1200 บาทต่อปี ความคุ้มครองอยู่ประมาณตั้งแต่ 50,000 บาท 75,000 บาท 100,000 บาท 150,000 บาท เหมาะสม พอเพียงกับคนในฐานราก ในต่างจังหวัด ชนบท
การประกันชีวิตเป็นมากกว่าความคุ้มครอง เรื่องของระบบการออม การออมจะเห็นลักษณะอยู่ในกลุ่มที่มีรายได้ปานกลาง ไปจนถึงบน มีความคุ้มครองแล้ว ก็ดูในด้านการออมเงินด้วย การนำเงินมากระจายบริหารความเสี่ยง การลงทุนซึ่งก้เป็นการ save มากๆ มาลงในด้านการออม ผลของการตอบแทนขึ้นอยู่กับอายุ ของคนที่ทำประกันชีวิต ตั้งแต่ 3 % – 8 % ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองหรือการออม ถ้าเป็นความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เราได้ลดหย่อนภาษีด้วย การทำประกันชีวิต เป็นการบริหารความเสี่ยงให้กับตัวเราเอง บริหารเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ หากเราเกิดการเจ็บป่วยตามปกติ ก็ยังไม่สำคัญมาก แต่ว่าเจอโรคมะเร็ง ซึ่งหากมีการผ่าตัดค่าใช้จ่ายเป็นล้าน ซึ่งเป็นโรคร้ายแรง สิ่งเหล่านี้จะ save เงินเรา
September 8th, 2008 | Posted in ประกันชีวิต

Insurance
Insurance, in law and economics, is a form of risk management primarily used to hedge against the risk of a contingent loss. Insurance is defined as the equitable transfer of the risk of a loss, from one entity to another, in exchange for a premium. An insurer is a company selling the insurance. The insurance rate is a factor used to determine the amount, called the premium, to be charged for a certain amount of insurance coverage. Risk management, the practice of appraising and controlling risk, has evolved as a discrete field of study and practice.
Life insurance or life assurance is a contract between the policy owner and the insurer, where the insurer agrees to pay a sum of money upon the occurrence of the insured individual’s or individuals’ death or other event, such as terminal illness or critical illness. In return, the policy owner (or policy payer) agrees to pay a stipulated amount called a premium at regular intervals or in lump sums. There may be designs in some countries where bills and death expenses plus catering for after funeral expenses should be included in Policy Premium. In the United States, the predominant form simply specifies a lump sum to be paid on the insured’s demise.
As with most insurance policies, life insurance is a contract between the insurer and the policy owner (policyholder) whereby a benefit is paid to the designated Beneficiary (or Beneficiaries) if an insured event occurs which is covered by the policy. To be a life policy the insured event must be based upon life (or lives) of the people named in the policy.
July 4th, 2008 | Posted in ประกันชีวิต

บริษัท ไอเอ็นจีประกันชีวิต จำกัด
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาสินค้า ค่าโดยสาร และค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในภาวะเช่นนี้ คนไทยจำเป็นและควรมีการวางแผนทางการเงิน และมีวินัยการใช้จ่ายอย่างเข้มงวด โดยควรจะกันเงินส่วนหนึ่งจากรายได้ หรือคิดเป็นเงินร้อยละ 10 ของรายได้ ในแต่ละเดือน ไว้เพื่อเก็บออม และทำประกันชีวิต เพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคตให้แก่ตนเอง และครอบครัว

June 18th, 2008 | Posted in Thai insurance knowledge
Life insurance
From Wikipedia, the free encyclopedia
Life insurance or life assurance is a contract between the policy owner and the insurer, where the insurer agrees to pay a sum of money upon the occurrence of the insured individual’s or individuals’ death or other event, such as terminal illness or critical illness. In return, the policy owner (or policy payer) agrees to pay a stipulated amount called a premium at regular intervals or in lump sums. There may be designs in some countries where bills and death expenses plus catering for after funeral expenses should be included in Policy Premium. In the United States, the predominant form simply specifies a lump sum to be paid on the insured’s demise.
As with most insurance policies, life insurance is a contract between the insurer and the policy owner (policyholder) whereby a benefit is paid to the designated Beneficiary (or Beneficiaries) if an insured event occurs which is covered by the policy. To be a life policy the insured event must be based upon life (or lives) of the people named in the policy.
Insured events that may be covered include:
* Serious illness
Life policies are legal contracts and the terms of the contract describe the limitations of the insured events. Specific exclusions are often written into the contract to limit the liability of the insurer; for example claims relating to suicide, fraud, war, riot and civil commotion.
Life based contracts tend to fall into two major categories:
* Protection policies – designed to provide a benefit in the event of specified event, typically a lump sum payment. A common form of this design is term insurance.
* Investment policies – where the main objective is to facilitate the growth of capital by regular or single premiums. Common forms (in the US anyway) are whole life, universal life and variable life policies.