August 7th, 2008 | Posted in สุขภาพ

โรคไตวาย
ไตจะทำหน้าที่กรองของเสีย เมื่อเวลาเรารับประทานอาหารทุกวัน เมื่อร่างกายเผาผลาญจะมีของเสียอยู่ในเลือด ไตก็จะเหมือนเครื่องกรองน้ำ กรองของเสียออกจากร่างกาย ฉะนั้นเมื่อไตไม่ทำงาน ของเสียก็จะคั่งอยู่ในร่างกาย
อวัยวะของไตจะอยู่เป็นคู่ๆ ไตเป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกาย มีสองข้าง ลักษณะเป็นรูปถั่ว ขนาดในผู้ใหญ่ประมาณ 10-13 ซ.ม. ตำแหน่งอยู่ทางด้านหลังตรงบริเวณบั้นเอวทั้งสองด้านหลังของเรา ซึ่งหน้าที่ของมันก็คือ กรองเลือด นั่นคือเมื่อร่างกายได้รับสารอาหาร ก็จะปล่อยของเสียออกมาทางเลือด และเลือดเหล่านี้ก็จะถูกส่งไปกรองที่ไตเพื่อเอาเลือดที่ดีกลับเข้าร่างกาย และขับของเสียออกไปทางปัสสาวะ
ไตวาย ก็คือ ไตทำงานน้อยลงกว่าปกติ ไตเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักมาก และไม่มีเวลาพักผ่อน โดยจะรับเลือดจากหัวใจในปริมาณถึงร้อยละ 20 หรือเท่ากับหนึ่งในห้าของเลือดที่บีบตัวออกจากหัวใจแต่ละครั้ง รวมปริมาณเลือดถึงประมาณวันละไม่ต่ำกว่า 1,400 ลิตร และนำมากรองขับออกมาเป็นปัสสาวะประมาณวันละ 1-2 ลิตรเท่านั้น
ภาวะไตวายโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ไตวายเฉียบพลันและไตวายเรื้อรัง ไตวายเฉียบพลันเป็นภาวะที่เกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงที่ไตน้อยลง เช่น คนไข้มีอาการความดันโลหิตต่ำอยู่ในภาวะช็อกนานๆ หรือคนไข้ที่เสียเลือดมากๆ แต่ภาวะไตวายเฉียบพลันสามารถรักษาให้ไตกลับมาทำงานปกติได้ ส่วนภาวะไตวายเรื้อรังนั้นเป็นโรคที่มีการทำลายของเนื้อไตอย่างช้าๆ อย่างต่อเนื่อง จนไตไม่สามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกติ
สาเหตุที่พบบ่อย ในประเทศไทยคือ โรคเบาหวาน และ โรคความดันโลหิตสูงโรคดังกล่าวถ้าได้รับการรักษาที่ไม่ถูกต้อง ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ทั้งสองโรคนี้ในระยะยาวจะส่งผลทำให้เกิดภาวะไตวายเรื้อรังได้ ระดับน้ำตาลในเลือดมีผลต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน ยิ่งน้ำตาลในเลือดสูงมาก ยิ่งมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนได้มากและเกิดเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงและภาวะไขมันในเลือดสูง เป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนให้เกิดโรคแทรกซ้อนทางไตใน ผู้ป่วยเบาหวาน ทำให้เกิดอาการเร็วขึ้นและรุนแรงมากขึ้น
ส่วนภาวะที่พบรองลงมา ได้แก่ โรคไตอักเสบเรื้อรัง โรคนิ่วในไต หรือการใช้ยาบางชนิดที่มีพิษต่อไต โดยเฉพาะยาแก้ปวดหากซื้อยากินเองเป็นระยะเวลานาน
ขั้นตอนการตรวจหาความผิดปกติของไต
- อุลต้าซาวด์ เพื่อจะดูขนาดของไต และความหนาของเนื้อไต 2 ข้างว่าปกติดีหรือไม่
- การเจาะเลือด เพื่อดูค่าการทำงานของไต ว่าไตยังฟอกเลือดได้ตามปกติหรือไม่
- ตรวจปัสสาวะ เพื่อดูว่ามีโปรตีนในเส้นเลือดรั่วออกมากับปัสสาวะหรือเปล่า เพราะถ้ามี ก็แสดงว่าเส้นเลือดเริ่มรั่วแล้วนั่นเอง
source: รายการตะลุยโรงหมอ, นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

August 6th, 2008 | Posted in สุขภาพ

ไตวายเฉียบพลัน : สาเหตุที่ทำให้ไตไม่ทำงาน
source: thaifittips.com Blog
ไตวายเฉียบพลัน คืออะไร
ภาวะไตวายเฉียบพลันหมายถึงไตหยุดทำงานในทันที ไตทำหน้าที่เกี่ยวกับการขับถ่ายของเสีย รักษาสมดุลของเกลือแร่และน้ำในกระแสเลือดครับ เมื่อไตหยุดทำงาน ของเสียและน้ำก็จะคั่งมากขึ้น และสมดุลของเกลือแร่ในร่างกายก็จะเสียไป และสามารถทำให้เสียชีวิตได้ในทันทีครับ
ระบบขับปัสสาวะประกอบด้วย ไต (kidney) ท่อปัสสาวะ (ureter) กระเพาะปัสสาวะ(bladder)
ไตจะทำหน้าที่กรองเลือด และขับถ่ายของเสียไปในรูปของปัสสาวะ ส่งไปตามท่อปัสสาวะ แล้วเก็บไว้ที่กระเพาะปัสสาวะครับ
ไตวายเฉียบพลันเกิดจากอะไร
ภาวะไตวายเฉียบพลันเกิดได้หลายสาเหตุครับ
เลือดที่ไปยังไตไม่พอ เนื่องมาจากการเสียเลือดในทันที การบาดเจ็บ ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด สามารถทำให้เลือดไปยังไตลดลง และภาวะขาดน้ำ ก็สามารถทำให้เกิดไตวายเฉียบพลันได้ครับการบาดเจ็บของไต จากยา สมุนไพรและสารพิษ
การติดเชื้อต่างๆ ในคนที่เป็นโรคเรื้อรัง ที่ต้องรับประทานยาประจำ ก็จะเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อไตได้มากกว่า
- ยาปฎิชีวนะ บางกลุ่ม เช่น gentamicin
- ยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน
- ยาลดความดันบางตัว เช่น Enalapril
- การฉีดสารทึบรังสีเพื่อตรวจทางรังสี X-rays
การมีสิ่งขึดขวางท่อปัสสาวะ เช่น ก้อนมะเร็ง นิ่ว หรือต่อมลูกหมากโต ก็สามารถทำให้เกิดไควายเฉียบพลัน อันเนื่องมาจากการขีดขวางทางเดินปัสสาวะ
คุณมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคไตวายมากขึ้นถ้า…
- อายุมาก
- มีโรคเรื้อรังอื่นๆอยู่เดิม เช่นโรคไต โรคตับ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว โรคอ้วน
- คุณป่วยหนัก และต้องนอนพักรักษาอยู่ในโรงพยาบาล หรือรักษาอยู่ในห้อง ICU หลังการผ่าตัดหัวใจ หลังการปลูกถ่ายไขกระดูก ก็สามารถทำให้เกิดโรคไควายเฉียบพลันได้ครับ
อาการของภาวะไตวายเฉียบพลัน
- ปัสสาวะออกน้อย หรือไม่ออก
- ขาบวม และกดบุ๋ม 2 ข้าง


- เบื่ออาหาร
- คลื่นไส้อาเจียน
- ปวดที่บริเวณชายโครงข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้าง
บางคนอาจไม่มีอาการ
การวินิจฉัยโรคไตวายเฉียบพลัน
แพทย์จะทำการซักประวัติ รวมไปถึงการซักถามว่าคุณรับประทานยาอะไรมาก่อนหน้านี้ ซึ่งจากอาการก็อาจจะพอบอกสาเหตุของไตวายได้ครับ
การตรวจเลือดและการตรวจปัสสาวะ เพื่อดูว่า การทำงานของไตเป็นอย่างไรบ้าง รวมไปถึงตรวจดูว่าเกลือแร่(โซเดียม และ โปแตสเซียม)ในร่างกายยังอยู่ในระดับที่ปกติหรือไม่ เพื่อหาสาเหตุของโรคไตวาย
การรักษาโรคไตวายเฉียบพลัน
แพทย์จะทำการรักษาจากสาเหตุของโรคไตวายเฉียบพลัน ไปพร้อมๆกับ
- พักการทำงานของไต คุณอาจได้รับการฟอกเลือด การรักษานี้จะใช้เครื่องฟอกเลือด ซึ่งจะทำหน้าที่แทนไต จนกว่าไตจะกลับมาทำงานได้เป็นปกติครับ
- ป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากไตวาย คุณอาจได้รับยาขับปัสสาวะเพื่อช่วยขับน้ำและเกลือแร่ส่วนเกินออกไปจากร่างกายครับ
คุณอาจต้องรับประทานอาหารซึ่งจัดเป็นพิเศษ อาหารนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ไตทำงานหนักเกินไป ซึ่งจะมีโปรตีนที่ต่ำ จำกัดเกลือแร่บางชนิดเช่น โซเดียม โปแตสเซียม และฟอสฟอรัสที่ต่ำครับ
โรคไตวายเฉียบพลันสามารถรักษาหายขาดได้หรือไม่
โดยทั่วไปการรักษาจะใช้เวลาประมาณ 2วัน-3 สัปดาห์ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติครับ
แต่ในผู้ป่วยบางคน ภาวะไตวายไม่สามารถกลับคืนมาได้เป็นปกติ และเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า ไตวายเรื้อรังครับ
ในผู้สูงอายุที่ป่วยหนักมานานๆด้วยปัญหาสุขภาพอื่นๆ อาจจะไม่ดีขึ้นก็ได้ครับ และผู้ที่เสียชีวิตมักจะเสียชีวิตจากสาเหตุที่ทำให้ไตวายครับ เช่นมีการติดเชื้อที่รุนแรง หรือเสียเลือดมากเกินไปครับ หรือเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของไตวายเอง เช่น เกลือแร่บางชนิดมากเกินไปแล้วส่งผลให้หัวใจบีบตัวผิดจังหวะ หรือน้ำเกินจนท่วมปอดจนระบบหายใจล้มเหลวเนื่องจากไตขับน้ำออกไม่ได้ ก็เป็นได้ครับ
August 6th, 2008 | Posted in สุขภาพ

ไตวายเรื้อรัง : เมื่อไตสูญเสียการทำงานไปอย่างถาวร
source: thaifittips.com Blog
ไตวายเรื้อรัง เป็นโรคที่ไตไม่ทำงานอย่างเคยครับ ไตทำหน้าที่กรองเลือด และขับของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย และนอกจากนี้ยังขับน้ำส่วนเกินออกไปในรูปของปัสสาวะ เมื่อไตไม่ทำงาน ของเสีย และน้ำก็จะสะสมในร่างกายและทำให้คุณเจ็บป่วยได้
โรคไตวายเรื้อรัง เป็นโรคที่ค่อยๆสูญเสียการทำงานของไตอย่างช้าๆและค่อยเป็นค่อยไป อาจจะใช้เวลานานหลายปี ซึ่งต่างจากไตวายเฉียบพลันตรงที่โรคไตวายเฉียบพลันมีการสูญเสียการทำงานของ ไตในทันทีครับ
ไตนั้นประกอบด้วยหน่วยไตขนาดเล็กครับ ซึ่งมีหลายล้านหน่วย แต่ละหน่วยก็ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากร่างกาย ถ้าหน่วยไตบางหน่วยมีการบาดเจ็บและหยุดทำงาน หน่วยไตที่เหลือก็จะทำงานหนักมากขึ้น และถ้าการบาดเจ็บนี้อยู่ต่อไป หน่วยไตก็ค่อยๆสูญเสียมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดหน่วยไตที่เหลือก็จะไม่สามารถทำหน้าที่ได้ไม่เพียงพอครับ และจะทำให้ของเสียสะสมมากขึ้นจนมีอาการเจ็บป่วย
มีหลายๆอย่างที่คุณสามารถหยุดการบาดเจ็บของไตได้โดยการรับประทานยาตาม แพทย์สั่งและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก็สามารถช่วยให้ไตสูญเสียน้อยลงได้ครับ
โรคไตวายเรื้อรังเกิดจากอะไร
สาเหตุของไตวายเรื้อรังส่วนใหญ่มักเกิดจาก
- โรคความดันโลหิตสูง
- โรคเบาหวาน
สาเหตุอื่นๆ
- การติดเชื้อที่ไต กรวยไตอักเสบ หรือโรคพันธุกรรมเช่น PCKD (polycystic kidney disease)
- โรคไตอักเสบ
- หลอดเลือดที่ไปยังไตตีบแคบ หรือ มีการอุดกั้นของหลอดเลือดที่ไปยังไต
- ต่อมลูกหมากโต นิ่ว หรือเนื้องอกที่ไต
- พิษตะกั่ว
- ยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน หรือ ยาปฎิชีวนะบางกลุ่มครับ
อาการของโรคไตวายเรื้อรัง
คุณจะมีอาการของไตวายหลังจากที่ไตเริ่มสูญเสียการทำงานไปนาน 3-4 เดือนก่อนหน้าครับ โรคไตวายในระยะเริ่มแรกจะยังไม่มีอาการจนกว่าจะสูญเสียการทำงานของไตไปจนถึง ระดับหนึ่งก่อนที่จะมีอาการ
ซึ่งอาการของไตวายได้แก่
- ปัสสาวะ ออกน้อย หรือไม่มีปัสสาวะออก
- ขาบวมกดบุ๋ม


- อ่อนเพลีย ไม่อยากรับประทานอาหาร
- ซีด
การวินิจฉัยโรคไตวาย
แพทย์อาจทำการเจาะเลือดและตรวจปัสสาวะ เพื่อหาว่าไตยังทำงานอยู่ดีหรือไม่ครับ การเจาะเลือดเป็นการแสดงสัญญาณที่อาจบ่งบอกว่าเป็นโรคไควาย เช่น ซีด (ไตวายก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะซีดได้ตรับ) หรือเพื่อเป็นการค้นหาโรคอื่นๆที่ทำให้คุณมีอาการ
แพทย์จะทำการซักประวัติ และตรวจร่างกายเพื่อค้นหาว่าคุณและคนในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นโรคไตหรือ ไม่ หรือเคยรับประทานยาอะไรบ้าง ทั้งยาที่แพทย์สั่งและยาที่ซื้อรับประทานเอง รวมไปถึงสมุนไพร อาหารเสริม ยาชุดต่างๆ
แพทย์อาจส่งตรวจอัลตราซาวน์ หรือ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อวัดขนาดไต และดูว่าเลือดสามารถไปที่ไตได้หรือไม่ หรือมีนิ่วหรือไม่ครับ และแพทย์อาจทำการตัดชิ้นเนื้อที่ไตเพื่อตรวจหาสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไตวาย ครับ
การรักษาโรคไตวายเรื้อรัง
โรคไตวายเรื้อรังมักจะมีสาเหตุมาจากโรคอื่นๆครับ ดังนั้นการหาสาเหตุของไตวายจึงเป็นสิ่งที่ทำก่อนเสมอ
เบาหวาน และความดันโลหิตสูง เป้นสาเหตุที่ทำให้เกิดไตวายที่พบบ่อยที่สุด ถ้าคุณควบคุมความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีจะช่วยทำให้เกิดโรคไตวายได้ช้าลง ดังนั้นการลดน้ำหนักและการออกกำลังกายจะสามารถช่วยรักษาไตของคุณได้ครับ
โรคไตวายเป็นโรคที่ซับซ้อนครับ คุณอาจต้องรับประทานยาหลายตัว และอาจต้องเจาะเลือดตรวจการทำงานของไตหลายครั้ง พยายามไปพบแพทย์บ่อยๆครับ ให้ไปตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
การปรับเปลี่ยนนพฤติกรรมก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากในโรคไตวายเรื้อรังด้วย ครับ ซึ่งจะช่วยให้คุณดีขึ้นได้ และยังช่วยรักษาระดับความดันโลหิต และรักษาระดับน้ำตาลให้คงอยู่ตามปกติได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้การทำลายของไตเกิดขึ้นได้ช้าลง
- รับประทานอาหารที่ไม่เป็นอันตรายกับไต ให้งดรับประทานอาหารที่มีเกลือ และผงชูรส งดน้ำปลา ซีอิ้ว และซอสปรุงรสด้วยครับ และคุณอาจต้องระวังเรื่องการรับประทานน้ำในแต่ละวัน เพราะมิฉะนั้น น้ำจะเกินและท่วมปอดได้ครับ
- ออกกำลังกายทุกวัน ให้ปรึกษาแพทย์ครับว่าการออกกำลังกายแบบไหนที่เหมาะกับคุณ
- งดสูบบุหรี่ งดดื่มเหล้า เพราะสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลง
- ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งที่คุณจะรับประทานยา วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม ด้วยครับ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อไตของคุณ
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโรคไตเป็นมากขึ้น
เมื่อการทำงานของไตลดลงจนถึงจุดๆหนึ่ง ก็จะเกิดภาวะที่เรียกว่าไตวาย นั่นคือจะทำให้ระบบอื่นๆพลอยล้มเหลวไปด้วย ไม่ว่าจะเกิดโรคหัวใจล้มเหลว โรคกระดูกพรุน และโรคทางสมอง และคุณจะป่วยหนักมากครับ
เมื่อการทำงานของไตล้มเหลวไปอย่างถาวร คุณมีทางเลือกอยู่ 2 ทางครับ คือ ฟอกไต หรือ เปลี่ยนไต แต่ทั้ง 2 วิธีก็จะมีความเสี่ยง ดังนั้นให้ปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตัดสินใจ
- การฟอกไต เป็นการใช้เครื่องกรองเลือดและทำงานแทนไตที่เสียการทำงานไปแล้วครับ วิธีนี้จะไม่ใช่วิธีที่รักษาให้หายขาดได้ แต่จะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นและมีชีวิตที่ยาวนานขึ้น
- การเปลี่ยนไต เป็นวิธีที่เหมาะเมื่อคุณไม่มีโรคแทรกซ้อนอื่นๆอีกครับ การเปลี่ยนไต จะสามารถทำให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป แต่คุณต้องรอผุ้บริจาคครับ และไตนั้นต้องเข้ากับร่างกายคุณได้ด้วย คือ ผลเลือดต้องเข้าได้ และอวัยวะต้องเข้าได้ครับ และคุณต้องกินยาไปตลอดชีวิตเพื่อป้องกันการต่อต้านไตใหม่ครับ
ซึ่งทั้ง 2 วิธีเป็นวิธีที่เสียค่าใช้จ่ายสูงมากครับ
การตัดสินใจในการรักษาเป็นเรื่องที่ยาก ดังนั้นให้คุณกับคนในครอบครัวคุยกันครับ และคุยกับแพทย์ เพื่อส่งต่อไปยังศูนย์ที่สามารถฟอกไต และที่ที่สามารถผ่าตัดเปลี่ยนไตได้ครับ
Page 1 of 11