ขั้นตอนการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
การพิจารณาความเหมาะสมในการลงทุน จะอธิบายขั้นตอนต่าง ๆ ว่าจะต้องมีความพร้อมอย่างไร และต้องทำอะไรบ้าง
ขั้นตอนที่ 1
วางกรอบการลงทุนของตัวคุณเองอย่างชัดเจน วงเงินที่คุณจะลงทุน ระยะเวลาที่จะลงทุน ความคาดหวังผลตอบแทน คุณพร้อมรับความเสี่ยงแค่ไหน หรือพร้อมรับความจริง หากต้องขาดทุนในวงเงินเท่าไรเช่นกัน ถ้าได้กำไร จะขยายวงเงินในการลงทุนหรือไม่ ฯลฯ ทั้งหมดนี้เป็นการตั้งสติ กำหนดขอบเขตการลงทุนของตัวคุณเอง
ขั้นตอนที่ 2
คุณต้องมีบัญชีกับธนาคารเพื่อใช้ในการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งอาจเป็นบัญชีออมทรัพย์หรือกระแสรายวันก็ได้ คุณต้องแจ้งเลขที่บัญชีที่คุณจะใช้ เมื่อคุณเปิดบัญชีเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ กับโบรกเกอร์ที่คุณจะใช้บริการ
ขั้นตอนที่ 3
ติดต่อบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์ และสมัครเป็นสมาชิกหรือลูกค้า โดยการขอเปิดบัญชีเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
1) บัญชีเงินสด (Cash Account) หมายถึงถึงบัญชีที่ผู้ลงทุนจะต้องชำระด้วยเงินสด เมื่อมีการแจ้งผลการซื้อจริงเกิดขึ้น บัญชีเงินสดนี้โบรกเกอร์จะพิจารณาอนุมัติวงเงินที่เหมาะสมกับฐานะการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ ทั้งนี้การซื้อขายหลักทรัพย์จะต้องชำระค่าซื้อภายใน 3 วัน นับจากวันที่ซื้อหลักทรัพย์
2) บัญชีเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ หรือบัญชีมาจิน (Margin Account) เป็นบัญชีที่ผู้ลงทุนจ่ายชำระค่าซื้อหลักทรัพย์ส่วนหนึ่ง และกู้ยืมเงินจากโบรกเกอร์อีกส่วนหนึ่ง โดยมีหลักทรัพย์ที่ซื้อวางเป็นหลักประกัน และมีข้อตกลงว่านักลงทุนจะต้องจ่ายดอกเบี้ยสำหรับเงินในส่วนที่กู้ยืมด้วย...
Read more »
Posts Tagged ‘ ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ’
การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
การลงทุน
การลงทุน
source: กรุงเทพประกันชีวิต
ก่อนที่จะเข้าสู่สนามการลงทุนนั้น คุณต้องสำรวจเป้าหมายชีวิตให้
ชัดเจนว่าเป็นเรื่องอะไร ซึ่งเป้าหมายเหล่านี้มักจะเปลี่ยนแปลงไปตามวัยที่เพิ่มขึ้น คุณต้องจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังของเป้าหมาย แล้วใช้เป็นโจทย์ในการวางแผนทางการเงิน เพื่อสร้างฐานด้านกำลังทรัพย์ให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ลองเช็คตัวอย่างเป้าหมายชีวิตกันดู อาจมีบางแบบที่ตรงกับคุณ ก่อนที่จะร่วมเดินทางไปกับเราสู่สนามการลงทุน
การลงทุนคืออะไร และทำไมคุณถึงต้องลงทุน
การลงทุน ( Investment ) คือการนำเงินไปลงทุนเพื่อให้เกิดรายได้เพิ่ม ซึ่งเงินลงทุนในที่นี้ หมายถึง ทรัพย์สินตีมูลค่าตามราคาตลาดที่บุคคลหรือนิติบุคคลลงทุนและครอบครองอยู่ ซึ่งรวมถึง
- ทรัพย์สินที่แท้จริงและมีตัวตนจับต้องได้ เช่น ที่ดิน อาคาร ทองคำ เพชรนิลจินดาและเครื่องประดับ รถยนต์ และสินทรัพย์อื่นที่คุณมีไว้ครอบครอง
- ทรัพย์สินที่เป็นตัวแทน เช่น เงินสด เงินฝาก บัตรเงินฝาก หลักทรัพย์ประเภทต่าง ๆ เช่น หุ้น พันธบัตร หุ้นกู้
ทำไมคุณถึงต้องลงทุน
เราขอยกตัวอย่างจากการใช้เงินของฝาแฝดสาวจำปาและจำปีที่เพิ่งได้รับเงินค่าตัว 1,000,000 บาทจากการไปถ่ายโฆษณาโลชั่นผิวสวยเมื่ออาทิตย์ก่อน โดยที่ทั้งสองมีแผนที่จะไปศึกษาต่อที่อเมริกาปีหน้าเหมือนกัน
จำปาแฝดผู้พี่เก็บเงินที่ได้ไว้ในตู้เซฟที่บ้านอย่างดีและรอวันที่จะไปเรียนต่ออย่างใจจดใจจ่อ เมื่อ 1 ปีผ่านไป เงิน 1,000,000 บาทยังอยู่ในตู้เซฟรอให้จำปาไว้จับจ่าย ใช้สอยได้เท่าเดิมตามที่เธอวางแผนไว้
แต่จำปากลับต้องประหลาดใจอย่างมาก เมื่อรู้ว่าจำปีน้องคู่แฝดของเธอมีเงินมากกว่าถึง 40,000 บาท เนื่องจากจำปีรู้จักวิธีนำเงินไปลงทุน จึงนำเงินไปซื้อตราสารหนี้ระยะสั้นตั้งแต่ต้นปี ทำให้เธอได้รับค่าดอกเบี้ยเงินฝาก...
Read more »
ความรู้ก่อนการลงทุน
สำรวจความพร้อมก่อนลงทุน
แหล่งข้อมูลประกัน
การรู้จักจัดการวางแผนชีวิตและเข้าใจกลไลเกี่ยวกับการเงินและเศรษฐกิจจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
ที่จะนำไปสู่การดำเนินชีวิตที่เหมาะสม สามารถสร้างรากฐานทางการเงินที่มั่นคงและนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน
ลงทุนกับเงินของตัวเองว่าจะทำอย่างไรถึงจะมีความเสี่ยงน้อยที่สุด
รู้จักตัวเอง
คุณคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” คำกล่าวนี้มาจากตำราพิชัยสงครามของซุนวู ที่มีมาแต่โบราณและยังคงใช้ได้จริงจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งไม่ได้ใช้เพียงเฉพาะเรื่องสงครามเท่านั้น แต่แทบทุกเรื่องในชีวิตของคนเรา รวมทั้งการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็สามารถนำมาใช้ได้ด้วย โดยก่อนที่จะรู้เขาหรือรู้ใครได้ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือต้อง “รู้เรา” เสียก่อนและเมื่อ “รู้เรา” จนชัดเจนแล้วการที่จะ “รู้เขา” ก็ง่ายขึ้น
อย่างแรก คุณจะต้องถามตัวเองก่อนว่าคุณต้องการลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อผลตอบแทนแบบไหน เมื่อไรเท่าไร ซึ่งเท่ากับเป็นการวางเป้าหมายที่ชัดเจนของคุณไว้ โดยคำนึงถึงรายได้ รายจ่าย และเงินออมของคุณเป็นสำคัญ สิ่งนี้แหละที่จะทำให้คุณไม่เป็นพวก “แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ” อย่างที่เขามักเปรียบเปรยถึงผู้ลงทุนที่ลงทุนตามสถานการณ์ เต้นไปตามข่าวลือโดยไม่คำนึงถึงศักยภาพความพร้อมและความต้องการของตนเอง แต่หากคุณมีเป้าหมายที่ชัดเจน รู้ว่าตนเองมีความพร้อมที่จะลงทุนได้เท่าไร และต้องการผลตอบแทนมากน้อยเพียงใด เมื่อใด คุณจะมีหลักการพื้นฐานที่แจ่มชัด
อย่างที่สอง คุณต้องรู้จักประเมินตัวเองว่าจะมีเวลาให้กับการลงทุนในหลักทรัพย์มากน้อยเพียงใด หากมีเวลามากคุณอาจติดตามการขึ้นลงของราคาและการเปลี่ยนแปลงวอื่น ๆ ได้อย่างเต็มที่ ตัดสินใจซื้อขายได้บ่อยครั้ง และถ้าคุณมีเวลาน้อย คุณคงต้องมุ่งไปที่การลงทุนที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก และมุ่งผลตอบแทนในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น
อย่างที่สาม คุณต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าพร้อมที่จะเสี่ยงได้อย่าง “สบายใจ” มากน้อยแค่ไหน ซึ่งการที่จะตอบคำถามข้อนี้ได้คุณต้องเริ่มสำรวจความพร้อมของคุณก่อนจากนั้นประเมินตัวเองว่าพร้อมที่
จะเสี่ยงในปริมาณเงินมากน้อยเพียงใดภายในระยะเวลาเท่าใด นอกจากนั้น อายุ ฐานะทางการงาน และครอบครัวก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย...
Read more »

