Thai insurance knowledge

ยกเลิกกรมธรรม์จะได้เงินคืนหรือไม่

ยกเลิกกรมธรรม์จะได้เงินคืนหรือไม่ การที่ผู้เอาประกันยกเลิกการทำประกันชีวิตก่อนที่กรมธรรม์จะครบกำหนดสัญญา โดยเฉพาะถ้าเป็นการยกเลิกในปีแรกของการทำประกันชีวิตผู้เอาประกันภัยจะไม่ได้รับเงินที่จ่ายไปแล้วคืน เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายในปีแรกค่อนข้างสูง เช่น ค่าออกกรมธรรม์ ค่าตรวจสุขภาพ ค่าบำเหน็จ ตัวแทนประกันชีวิต จากค่าใช้จ่ายที่สูงนี้ จึงทำให้ไม่มีเงินคืนให้แก่ผู้เอาประกันภัย แต่ถ้าผู้เอาประกันภัยได้ชำระเบี้ยประกันภัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือกรมธรรม์มีมูลค่าเวนคืนเงินสดเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินคืนตามมูลค่าเวนคืนเงินสด ดังที่ปรากฏในตารางมูลค่ากรมธรรม์ประกันภัย แสดงจำนวนเบี้ยประกันภัย ค่าใช้จ่าย และมูลค่าเวนคืน เงินสดของแบบสะสมทรัพย์ 20/20 จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท เพศชาย อายุ 35 ปี สิ้นปีกรมธรรม์ที่ จำนวนเบี้ยประกันภัย ค่าใช้จ่าย เงินสำรองประกันภัย มูลค่าเวนคืนเงินสด 1 4,525 5,473 0 0 2 4,525 853 3,100 1,600 3 4,525 853 6,500 4,800 4 4,525 853 10,000 8,500 5 4,525 853 13,600 12,300 6 4,525 853 17,500 16,700 7 4,525 853 21,600 21,600 8 4,525 853 25,900 5,9009 2 4,525 853 30,400 30,400 10 4,525 853 35,200 35,200 11 4,525 853 40,200 40,200 12 4,525 853 45,500 45,500 13 4,525 853 51,000 51,000 14 4,525 853 56,900 56,900 15 4,525 853 63,100 63,100 16 4,525 853 69,600 69,600 17 4,525 853 76,600 76,500 18 4,525 853 83,900 83,900 19 4,525 853 91,700 91,700 20 4,525 853 100,000 100,000  * ค่าใช้จ่าย คำนวณตามประกาศกรมธรรม์ประกันภัย หรือปัจจุบันคือ คปภ. เรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบอัตราเบี้ยประกัน * เงินสำรองประกันภัย หมายถึง เบี้ยประกันภัยหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆๆ ที่บริษัทจัดเก็บไว้เพื่อจาสยให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามเงื่อนไขกรมธรรม์ * มูลค่าเวนคืนเงินสด หมายถึง จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเมื่อขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย จะเห็นว่า เบี้ยประกันภัยจำนวน 4,525 บาท ที่จ่ายไปในปีแรกนั้นมีจำนวนที่น้อยกว่าค่าใช้จ่ายในปีแรก ซึ่งมีจำนวนเงิน 5,473 บาท เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายในปีแรกสูง ทำให้ค่าใช้จ่ายดังกล่าวนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่คำนวนตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยให้คำนวณค่าใช้จ่ายในแต่ละปีของกรมธรรม์ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตลอดอายุกรมธรรม์ โดยจะสังเกตุว่า มูลค่าเวนคืนเงินสดจะมีจำนวนน้อยกว่าเบี้ยประกันภัยที่ได้ชำระไป แต่จะค่อยๆ...
Read more »

Tags: ,
Posted in Thai insurance knowledge | Comments Off

ประกันขีวิตกับการลดหย่อนภาษี

ประกันขีวิตกับการลดหย่อนภาษี

ประกันขีวิตกับการลดหย่อนภาษี ถ้าทางผู้เอาประกัน ที่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่แล้ว คือมีก่อน 1 มกราคม 2552 ก็ถือว่าเป็นเรื่องเดิม ยังได้สิทธิประโยชน์การลดหย่อนเหมือนเดิม ตามตัวใบเสร็จที่ออกให้ สูงสุดคือ หนึ่งแสนบาท ในกรณีหลัง 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป ใบเสร็จรับเงินจะแยกเป็นรายการ เบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันภัยอื่นๆ และเบี้ยรวม ซึ่งเฉพาะเบี้ยประกันชีวิตเท่านั้น ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการ่นำมาหักลดหย่อนภาษีได้ และไม่เกิน หนึ่งแสนบาท มีรายละเอียดเพิ่มเติม เบี้ยประกันชีวิตประเภทอะไร แบบไหน โดยหลักการจะเหมือนเดิม คือแบบประกันชีวิตที่คุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป และหากมีการคืนเงินในระหว่างปี ของการชำระเบี้ยประกันคืนได้แต่ไม่เกิน 20 % ของเบี้ยที่ชำระในปีนั้นๆ
Read more »

Tags: ,
Posted in Thai insurance knowledge | Comments Off

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการวางแผนการเงิน

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการวางแผนการเงิน

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการวางแผนการเงิน การวางแผนการเงินหรือ financial planning จัดว่าเป็นบริการแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้หลายท่านที่ยังไม่คุ้นเคยอาจคิดไปว่าการวางแผนการเงินก็เป็นเรื่องเดียวกันกับการบริการความมั่งคั่งหรือ wealth management ซึ่งฟังดูจะเป็นเรื่องของคนรวยที่มีความมั่งคั่งหรือ wealth มากกว่า ดังนั้น คนที่มีความมั่งคั่งบ้างแค่พอประมาณก็อาจไม่ต้องใส่ใจกับเรื่องวางแผนการเงินก็ได้… แต่จริงๆ แล้วการวางแผนการเงินกับการบริหารความมั่งคั่งไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และการวางแผนการเงินก็เป็นเรื่องของประชาชนทุกฐานะอีกด้วย การวางแผนการเงินกับการบริหารความมั่งคั่ง เป็นคนละเรื่องกัน แม้ว่าทั้งการวางแผนการเงิน กับการบริหารความมั่งคั่งจะมีส่วนคล้ายกัน ในแง่ของการมีผู้ให้คำปรึกษาที่เรียกว่า financial planner / financial consultant เข้ามาช่วยดูแลให้คำแนะนำว่าควรจะจัดการสินทรัพย์และกระแสเงินที่มอี ยู่อยา่ งไรนั้น แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับขอบเขตที่บริการทั้งสองอย่างครอบคลุมอยู่
Read more »

Tags: , ,
Posted in Thai insurance knowledge | Comments Off

วางแผนภาษี LTF-RMF

วางแผนภาษี LTF-RMF

วางแผนภาษีตอนนี้ สร้างโอกาสที่ดีให้การออม เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายของทุกปี เป็นเวลาที่หลายท่านให้ความสนใจกับการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กันค่อนข้างมาก สาเหตุหลักก็เนื่องจากความต้องการที่จะใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้ทันก่อนจะสิ้นปี นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการส่วนตัวต่างก็เริ่มมองภาพตัวเลขรายได้ทั้งปีของตนเองได้ชัดเจนขึ้นแล้ว… โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้อาจเรียกได้ว่ามีความน่าสนใจเป็นพิเศษ จากการที่ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงแล้วประมาณ 50% ตั้งแต่ต้นปี ดังนั้น จึงถือเป็นจังหวะดีในการเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษี ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของการ “วางแผนภาษี เพื่อการออมที่มากขึ้น” เป็นที่ทราบกันโการวางแผนภาษี (Tax Planning) คืออะไร การวางแผนภาษี หมายถึง การนำสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามที่กฎหมายกำหนดไว้มาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีเพื่อบรรเทาภาระภาษีให้น้อยลง ซึ่งเป็นการช่วยให้สามารถออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งใจไว้ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการวางแผนภาษีเป็นการลดภาระภาษีแบบถูกต้องตามกฎหมาย และมีความหมายต่างไปจากการหลบภาษีและการหนีภาษี การหลบภาษี (Tax Avoidance) หมายถึงการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย ทำให้ไม่ต้องเสียภาษีหรือเสียภาษีน้อยลงโดยไม่ผิดกฎหมาย การหนีภาษี (Tax Evasion) หมายถึงการเลี่ยงไม่เสียภาษีหรือเสียภาษีน้อยลงโดยฝ่าฝืนกฎหมาย สิทธิประโยชน์ทางภาษีสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ สิทธิประโยชน์ทั่วไป คือสิทธิประโยชน์อันเกิดจากสถานภาพของบุคคลนั้นๆ เช่น สถานภาพสมรส จำนวนบุตร บุพการีที่เกษียณแล้ว ค่าใช้จ่ายผู้มีเงินได้ เป็นต้น กล่าวง่ายๆ...
Read more »

Tags: , , ,
Posted in Thai insurance knowledge | Comments Off

ผู้รับประโยชน์ในกรมธรรม์ประกันชีวิต

ผู้รับประโยชน์ในกรมธรรม์ประกันชีวิต

ผู้รับประโยชน์ในกรมธรรม์ประกันชีวิต ผู้รับประโยชน์ในกรมธรรม์ประกันชีวิต คือบุคคลที่จะได้รับสินไหมทดแทน หรือรับจำนวนเงินใช้ให้ ความจริงผู้รับประโยชน์ไม่ใช่คู่สัญญาโดยตรงในสัญญาประกันชีวิต แต่เข้ามาเกี่ยวข้องในสัญญาด้วยเพียงในฐานะผู้รับค่าสินไหมทดแทน ปกติผู้เอาประกันภัยเป็นผู้รับประโยชน์คนแรกโดยอัตโนมัติ แต่ในบางกรณีที่จำเป็นต้องมีผู้อื่นมารับสินไหมแทน จึงได้กำหนดให้ระบุผู้รับประโยชน์ เช่น ในกรณีผู้เอาประกันภัยมรณกรรม เป็นต้น หน้าที่ของผู้รับประโยชน์ มีดังนี้ กรณีผู้เอาประกันเสียชีวิต ผู้รับประโยชน์จะต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยเร็วที่สุด ถ้าช้าเกินกว่า 15 วัน จะต้องมีเหตุพิสูจน์ว่าทำไมจึงแจ้งช้า ต้องเป็นผู้รวบรวมเอาเอกสารเกี่ยวกับการมรณกรรมไปมอบบริษัท เช่น ใบมรณะบัตร สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ใบรับรองแพทย์ เป็นต้น ต้องให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ศพ กรณีถูกฆาตกรรม หรือ อุบัติเหตุ ในทางทฤษฎี ผู้เอาประกันภัยจะให้ผู้ใดเป็นผู้รับประโยชน์ก็ได้ แต่ในทางปฎิบัติบริษัทประกันชีวิตจะกำหนดให้ผู้เอาประกันภัย และผู้รับประโยชน์จะต้องมีความผูกพัน ซึ่งจะเน้นไปที่การเป็นสายโลหิต หรือเป็นครอบครัว เช่น บิดา มารดา และบุตร เป็นหลักสำคัญ หากเป็นบุคคลอื่นนอกจากที่กล่าวไว้ จะต้องแสดงหลักฐาน หรือแจ้งสาระของความผูกพันให้บริษัทพิจรณา ที่บริษัททำการกวดขันเช่นนี้ ก็เพื่อรักษา หรือผดุงไว่ซึ่งศิลธรรม เนื่องจากมีการหวังผลประกันภัยด้วยการฆาตกรรมผู้เอาประกันภัย ซึ่งมักจะปรากฎบ่อยครั้งแม้ในประเทศที่เจริญ และมีความนิยมการทำประกันภัยเป็นจำนวนมากกว่าประเทศไทยถึงร้อยเท่าก็ตามที กรณีที่ผู้รับประโยชน์เสียชีวิตก่อนผู้เอาประกันภัยแล้วจะเป็นอย่างไร สัญญาประกันภัยจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ และยังมีผลบังคตับปกติ ผู้เอาประกันภัยสามารภทำเรื่องเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์ได้ แต่ถ้าไม่ทำอะไรก็เปรียบเสมือนกับกรมธรรม์ที่ไม่มีการระบุตัวผู้รับประโยชน์นั่นเอง หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในเวลาต่อมา ผลประโยชน์ก็จะตกสู่กองมรดก บริษัทประกันภัยไม่สามารถริบไว้ได้ ทางที่ดีจึงควรแจ้งเปลี่ยนแปลงผุ้รับประโยชนืดีกว่า ทั้งหมดนี้ก็คือ ความสำคัญ คุณสมบัติ สิทธิ์หน้าที่ และข้อพึงระวัง...
Read more »

Tags: ,
Posted in Thai insurance knowledge | Comments Off