<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ &#187; Thai insurance knowledge</title>
	<atom:link href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/category/thai-insurance-knowledge/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog</link>
	<description>ไทยประกัน ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ การประกันภัย ความรู้แวดวงประกัน</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Dec 2010 04:52:16 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ความสำคัญของการประกันภัย</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a0/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a0/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 16 Aug 2009 23:00:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai insurance knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[การประกันภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ความสำคัญของการประกันภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=476</guid>
		<description><![CDATA[
ความสำคัญ ประโยชน์ หลักการของการประกันภัย
การประกันภัย หมายถึง การทำสัญญาระหว่างบุคคลสองฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งเป็นผู้รับประกันภัยซึ่งได้แก่บริษัทประกันภัยทำหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือเงินจำนวนหนึ่งให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง คือ ผู้เอาประกันภัย หรืออาจจะเป็นผู้รับประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในสัญญา เมื่อผู้เอาประกันภัยประสบภัยและได้รับความเสียหายในการสูญเสียชีวิตหรือทรัพยืสิน ตามที่ได้ตกลงกันไว้ในสัญญาประกันภัย หรือกรมธรรม์ประกันภัย โดยผู้เอาประกันภัยจะต้องชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัย โดยผู้เอาประกันภัยจะต้องชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้รับประกันภัยตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ในสัญญา
ความสำคัญของการประกันภัย
การประกันภัยมีความสำคัญอย่างมากในการให้หลักประกัน และความคุ้มครองแก่บุคคล คือ ประชาชนทั่วไป และนิติบุคคล เช่น บริษัทต่างๆ ที่เผชิญกับความเสี่ยงต่างๆ เมื่อเกิดอุบัติภัยขึ้น หรือเกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินต่างๆ การประกันภัยสามารถบรรเทาหรือชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ ตามที่ทำสัญญาประกันภัย และการประกันภัยยังถือได้ว่าเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระทางสังคมของรัฐบาลได้อีกทางหนึ่ง

1.ความสำคัญของการประกันภัยต่อผู้เอาประกันภัย
ความสำคัญของการประกันภัยต่อผู้เอาประกันภัยคือ การให้ความคุ้มครองและเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งในยามที่ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สินต่างๆ เช่นทรัพย์สินถูกไฟไหม้ รถยนต์ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุเจ็บป่วย ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะ เสียชีวิตด้วยโรถภัยไข้เจ็บ เมื่อได้ทำประกันภัยไว้กับบริษัทประกันภัย ซึ่งจะเป็นบริษัทประกันชีวิต หรือบริษัทประกันวินาศภัยแล้วแต่กรณี บริษัทก็จะจ่ายให้ตามที่ทำประกันภัยไว้ ทำให้บรรเทาความเดือดร้อน เป็นการสร้างหลักประกันความมั่นคงให้แก่ชีวิตตนเอง และครอบครัว
2. ความสำคัญของการประกันภัยต่อสังคม
ความสำคัญของการประกันภัยต่อสังคม คือเป็นหลักประกันความมั่นคงให้แก่ผู้เอาประกันภัย และช่วยแบ่งเบาภาระของสังคมทำให้เกิดความมั่นใจว่าหากเกิดอุบัติภัย และความเสียหายขึ้น ผู้ประสบภัยจะได้รับการชดใช้สินไหมทดแทน เช่น หากบ้านผู้เอาประกันเกิดไฟไหม้ทำให้สูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจากบริษัทประกันภัยก็สามารถทดแทนสิ่งที่สูญเสียไป โดยนำเงินมาสร้างบ้านใหม่และใช้ในการดำรงชีพต่อไป ไม่ต้องเป็นภาระสังคมในการให้ความช่วยเหลือ เป็นต้น
3. ความสำคัญของการประกันภัยต่อเศรษฐกิจ
เนื่องจากการประกันภัยมีการเก็บเบี้ยประกันภัยจากสมาชิกผู้เอาประกันภัย โดยบริษัทประกันภัย เงินที่ได้จากการเก็บเบี้ยประกันภัยนี้ เป็นแหล่งเงินทุนที่สำคัญแหล่งหนึ่งของประเทศ ในการกู้ยืมเงินนำมาลงทุนทำธุรกิจใหม่ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img align="left" style="margin-right: 10px;" src="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/wp-content/uploads/2009/08/Insurance-important.jpg" alt="ความสำคัญของการประกันภัย" title="ความสำคัญของการประกันภัย" /></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ความสำคัญ ประโยชน์ หลักการของการประกันภัย</span></span></strong></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การประกันภัย หมายถึง การทำสัญญาระหว่างบุคคลสองฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งเป็นผู้รับประกันภัยซึ่งได้แก่บริษัทประกันภัยทำหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือเงินจำนวนหนึ่งให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง คือ ผู้เอาประกันภัย หรืออาจจะเป็นผู้รับประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในสัญญา เมื่อผู้เอาประกันภัยประสบภัยและได้รับความเสียหายในการสูญเสียชีวิตหรือทรัพยืสิน ตามที่ได้ตกลงกันไว้ในสัญญาประกันภัย หรือกรมธรรม์ประกันภัย โดยผู้เอาประกันภัยจะต้องชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัย</span></span> โดย<span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ผู้เอาประกันภัยจะต้องชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้รับประกันภัยตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ในสัญญา</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ความสำคัญของการประกันภัย</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
การประกันภัยมีความสำคัญอย่างมากในการให้หลักประกัน และความคุ้มครองแก่บุคคล คือ ประชาชนทั่วไป และนิติบุคคล เช่น บริษัทต่างๆ ที่เผชิญกับความเสี่ยงต่างๆ เมื่อเกิดอุบัติภัยขึ้น หรือเกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินต่างๆ การประกันภัยสามารถบรรเทาหรือชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ ตามที่ทำสัญญาประกันภัย และการประกันภัยยังถือได้ว่าเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระทางสังคมของรัฐบาลได้อีกทางหนึ่ง<br />
</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">1.ความสำคัญของการประกันภัยต่อผู้เอาประกันภัย</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
ความสำคัญของการประกันภัยต่อผู้เอาประกันภัยคือ การให้ความคุ้มครองและเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งในยามที่ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สินต่างๆ เช่นทรัพย์สินถูกไฟไหม้ รถยนต์ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุเจ็บป่วย ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะ เสียชีวิตด้วยโรถภัยไข้เจ็บ เมื่อได้ทำประกันภัยไว้กับบริษัทประกันภัย ซึ่งจะเป็นบริษัทประกันชีวิต หรือบริษัทประกันวินาศภัยแล้วแต่กรณี บริษัทก็จะจ่ายให้ตามที่ทำประกันภัยไว้ ทำให้บรรเทาความเดือดร้อน เป็นการสร้างหลักประกันความมั่นคงให้แก่ชีวิตตนเอง และครอบครัว</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">2. ความสำคัญของการประกันภัยต่อสังคม</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
ความสำคัญของการประกันภัยต่อสังคม คือเป็นหลักประกันความมั่นคงให้แก่ผู้เอาประกันภัย และช่วยแบ่งเบาภาระของสังคมทำให้เกิดความมั่นใจว่าหากเกิดอุบัติภัย และความเสียหายขึ้น ผู้ประสบภัยจะได้รับการชดใช้สินไหมทดแทน เช่น หากบ้านผู้เอาประกันเกิดไฟไหม้ทำให้สูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจากบริษัทประกันภัยก็สามารถทดแทนสิ่งที่สูญเสียไป โดยนำเงินมาสร้างบ้านใหม่และใช้ในการดำรงชีพต่อไป ไม่ต้องเป็นภาระสังคมในการให้ความช่วยเหลือ เป็นต้น</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">3. ความสำคัญของการประกันภัยต่อเศรษฐกิจ</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
เนื่องจากการประกันภัยมีการเก็บเบี้ยประกันภัยจากสมาชิกผู้เอาประกันภัย โดยบริษัทประกันภัย เงินที่ได้จากการเก็บเบี้ยประกันภัยนี้ เป็นแหล่งเงินทุนที่สำคัญแหล่งหนึ่งของประเทศ ในการกู้ยืมเงินนำมาลงทุนทำธุรกิจใหม่ๆ หรือขยายธุรกิจให้มีความเจริญก้าวหน้าส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศมีความเจริญก้าวหน้า และเกิดการหมุนเวียนเงินตราในระบบเศรษฐกิจ สำหรับธุกิจที่ทำการประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองในทรัพย์สินที่ได้ทำประกันภัยไว้ ทำให้เกิดความมั่นคงในกิจการ แม้จะประสบภัยก้ได้รับค่าสินไหมทดแทน ทำให้ธุรกิจไม่หยุดชะงัก <br />
</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Waiver</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/waiver/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/waiver/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 06 May 2009 06:49:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai insurance knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[Waiver]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=444</guid>
		<description><![CDATA[&#160;
Waiver
คำศัพท์คำว่า Waiver เราจะพบเเห็นคำนี้บ่อยมากขึ้นเมื่อต้องยุ่งเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางกฏหมาย คำว่า Waiver นั้นมาจาก Waive ซึ่งตามพจนานุกรมไทยหมายถึง การสละ[สิทธิ์] ละทิ้งจาก หรือการทิ้งแต่ในทางกฏหมายนั้น หมายถึง การสละสิทธิ์ ซึ่งกระทำโดยการบอกกล่าวอย่างชัดเจน หรือโดยการไม่ใช้สิทธิ์ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีสิทธิ์
ในสัญญาประกันชีวิต หรือกรมธรรม์นั้นมีคำนี้ปรากฏบ่อยทีเดียว ที่พบเห็นมากที่สุดคือ Waiver of premium Disability benefit พจนานุกรมศัพท์ประกันให้คำจำกัดความว่า การยกเว้นเบี้ยประกันภัยเพราะทุพลภาพ
หมายความว่า กรมธรรม์ชีวิตส่วนใหญ่จะให้ความคุ้มครอง หรือผลประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้เอาประกันภัยในกรณีทุพลภาพอย่างสิ้นเชิงและถาวร โดยให้สิทธิ์ว่าผู้เอาประกันไม่ต้องชำระเบี้ยฯ อีกต่อไป แต่กรมธรรม์จะมีผลบังคับตามปรกติจนกว่าจะสิ้นสุดตามกำหนด
I decided to buy a life insurance from this insurance company because it provides the waiver of premium disability benefit.
ผม [ดิฉัน] ตัดสินใจซื้อประกันชีวิตจากบริษัทนี้เพราะในกรมธรรม์ให้ผลประโยชน์ยกเว้นชำระเบี้ยประกันเพราะทุพลภาพ

&#160;
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<h3><span style="font-size: small;"><strong><span style="font-family: Tahoma;">Waiver</span></strong></span></h3>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">คำศัพท์คำว่า Waiver เราจะพบเเห็นคำนี้บ่อยมากขึ้นเมื่อต้องยุ่งเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางกฏหมาย คำว่า Waiver นั้นมาจาก Waive ซึ่งตามพจนานุกรมไทยหมายถึง การสละ[สิทธิ์] ละทิ้งจาก หรือการทิ้งแต่ในทางกฏหมายนั้น หมายถึง การสละสิทธิ์ ซึ่งกระทำโดยการบอกกล่าวอย่างชัดเจน หรือโดยการไม่ใช้สิทธิ์ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีสิทธิ์</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ในสัญญาประกันชีวิต หรือกรมธรรม์นั้นมีคำนี้ปรากฏบ่อยทีเดียว ที่พบเห็นมากที่สุดคือ Waiver of premium Disability benefit พจนานุกรมศัพท์ประกันให้คำจำกัดความว่า </span><strong><span style="font-family: Tahoma;">การยกเว้นเบี้ยประกันภัยเพราะทุพลภาพ</span></strong></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">หมายความว่า กรมธรรม์ชีวิตส่วนใหญ่จะให้ความคุ้มครอง หรือผลประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้เอาประกันภัยในกรณีทุพลภาพอย่างสิ้นเชิงและถาวร โดยให้สิทธิ์ว่าผู้เอาประกันไม่ต้องชำระเบี้ยฯ อีกต่อไป แต่กรมธรรม์จะมีผลบังคับตามปรกติจนกว่าจะสิ้นสุดตามกำหนด</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">I decided to buy a life insurance from this insurance company because it provides the waiver of premium disability benefit.<br />
ผม [ดิฉัน] ตัดสินใจซื้อประกันชีวิตจากบริษัทนี้เพราะในกรมธรรม์ให้ผลประโยชน์ยกเว้นชำระเบี้ยประกันเพราะทุพลภาพ<br type="_moz" /><br />
</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/waiver/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การทำประกันชีวิตที่ถุกวิธี</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Apr 2009 23:00:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai insurance knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[ขั้นตอนการทำประกันชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ซื้อประกันชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=439</guid>
		<description><![CDATA[
ขั้นตอนการทำประกันชีวิตที่ถุกวิธี
บ่อยครั้งที่มักพบว่าผู้เอาประกันภัย ทำประกันภัยด้วยความเกรงใจ หรือเกิดจากการชักชวนของตัวแทนประกันชีวิตจนทำให้มีผู้เอาประกันภัยจำนวนไม่ น้อยที่ทำประกันชีวิตโดยไม่รู้ว่าเงื่อนไขสัญญา และลักษณะกรมธรรม์เป็นอย่างไร แต่เมื่อตัดสินใจทำประกันชีวิตแล้ว ไม่ว่าผู้ที่มาเสนอขายจะเป็นญาติ เพื่อนสนิท หรือใครก็ตาม สิ่งสำคัญที่ผู้เอาประกันต้องระลึกถึง และใช้ในการพิจารณาเพื่อตัดสินใจซื้อประกันชีวิต คือ

แบบประกันชีวิต ซึ่งควรเลือกกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครอง และมีเงื่อนไขการจ่ายเงินและผลประโยชน์ตรงกับความต้องการของตนเองมากที่สุด เพราะการประกันชีวิตแต่ละแบบมีความคุ้มครองและผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน
ความ สามารถในการชำระเบี้ย ในเรื่องนี้ผู้ที่จะทำประกันจะต้องประมาณจำนวนเงินที่พอที่จะชำระเบี้ย ประกันภัยได้ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัย เพราะหากไม่สามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัยก้จะทำให้ กรมธรรม์ขาดผลบังคับ และสิ้นสุดความคุ้มครองทำให้เสียประโยชน์ที่พึงจะได้รับ
กรอกใบคำขอเอาประกันภัยตามความเป็นจริงทุกประการด้วยตนเอง หรือหากผู้อื่นกรอกให้จะต้องตรวจสอบความถูกต้องก่อนลงลายมือชื่อ
เมื่อ กรอกใบคำขอเอาประกันภัยเรียบร้อยแล้ว และทำการชำระเบี้ยประกันภัยงวดแรกแล้ว ต้องเรียกใบเสร็จรับเงินชำระเบี้ยประกันภัยชั่วคราว จากตัวแทนประกันชีวิตเพื่อเก้บไว้เป็นหลักฐานด้วย
เมื่อ ได้รับกรมธรรม์พร้อมใบเสร็จรับเงินแล้ว ให้ตรวจสอบรายละเอียด โดยเแพาะข้อมูลที่ระบุไว้ในหน้า ตารางกรมธรรม์ว่าถูกต้องตรงกับความประสงค์ซึ่งแจ้งไว้ในใบคำขอเอาประกันภัย หรือไม่ หากพบความผิดพลาดให้รีบแจ้งบริษัทเพื่อแก้ไขทันที
อ่านกรมธรรม์โดยละเอียด เพื่อศึกษาเงื่อนไขของกรมธรรม์ทั้งหน้าที่และสิทธิประโยชน์ที่พึงจะได้รับ 

&#160;
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;"><img src="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/wp-content/uploads/2009/04/life-insurance.jpg" alt="ประกันชีวิต" title="ประกันชีวิต" /></h3>
<h3><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>ขั้นตอนการทำประกันชีวิตที่ถุกวิธี</strong></span></span></h3>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">บ่อยครั้งที่มักพบว่าผู้เอาประกันภัย ทำประกันภัยด้วยความเกรงใจ หรือเกิดจากการชักชวนของตัวแทนประกันชีวิตจนทำให้มีผู้เอาประกันภัยจำนวนไม่ น้อยที่ทำประกันชีวิตโดยไม่รู้ว่าเงื่อนไขสัญญา และลักษณะกรมธรรม์เป็นอย่างไร แต่เมื่อตัดสินใจทำประกันชีวิตแล้ว ไม่ว่าผู้ที่มาเสนอขายจะเป็นญาติ เพื่อนสนิท หรือใครก็ตาม สิ่งสำคัญที่ผู้เอาประกันต้องระลึกถึง และใช้ในการพิจารณาเพื่อตัดสินใจซื้อประกันชีวิต คือ</span></span></p>
<ol>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">แบบประกันชีวิต ซึ่งควรเลือกกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครอง และมีเงื่อนไขการจ่ายเงินและผลประโยชน์ตรงกับความต้องการของตนเองมากที่สุด เพราะการประกันชีวิตแต่ละแบบมีความคุ้มครองและผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน</span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ความ สามารถในการชำระเบี้ย ในเรื่องนี้ผู้ที่จะทำประกันจะต้องประมาณจำนวนเงินที่พอที่จะชำระเบี้ย ประกันภัยได้ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัย เพราะหากไม่สามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัยก้จะทำให้ กรมธรรม์ขาดผลบังคับ และสิ้นสุดความคุ้มครองทำให้เสียประโยชน์ที่พึงจะได้รับ</span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">กรอกใบคำขอเอาประกันภัยตามความเป็นจริงทุกประการด้วยตนเอง หรือหากผู้อื่นกรอกให้จะต้องตรวจสอบความถูกต้องก่อนลงลายมือชื่อ</span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เมื่อ กรอกใบคำขอเอาประกันภัยเรียบร้อยแล้ว และทำการชำระเบี้ยประกันภัยงวดแรกแล้ว ต้องเรียกใบเสร็จรับเงินชำระเบี้ยประกันภัยชั่วคราว จากตัวแทนประกันชีวิตเพื่อเก้บไว้เป็นหลักฐานด้วย</span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เมื่อ ได้รับกรมธรรม์พร้อมใบเสร็จรับเงินแล้ว ให้ตรวจสอบรายละเอียด โดยเแพาะข้อมูลที่ระบุไว้ในหน้า ตารางกรมธรรม์ว่าถูกต้องตรงกับความประสงค์ซึ่งแจ้งไว้ในใบคำขอเอาประกันภัย หรือไม่ หากพบความผิดพลาดให้รีบแจ้งบริษัทเพื่อแก้ไขทันที</span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">อ่านกรมธรรม์โดยละเอียด เพื่อศึกษาเงื่อนไขของกรมธรรม์ทั้งหน้าที่และสิทธิประโยชน์ที่พึงจะได้รับ </span></span></li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยกเลิกกรมธรรม์จะได้เงินคืนหรือไม่</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Apr 2009 03:53:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai insurance knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ยกเลิกกรมธรรม์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=438</guid>
		<description><![CDATA[ยกเลิกกรมธรรม์จะได้เงินคืนหรือไม่
การที่ผู้เอาประกันยกเลิกการทำประกันชีวิตก่อนที่กรมธรรม์จะครบกำหนดสัญญา โดยเฉพาะถ้าเป็นการยกเลิกในปีแรกของการทำประกันชีวิตผู้เอาประกันภัยจะไม่ได้รับเงินที่จ่ายไปแล้วคืน เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายในปีแรกค่อนข้างสูง เช่น ค่าออกกรมธรรม์ ค่าตรวจสุขภาพ ค่าบำเหน็จ ตัวแทนประกันชีวิต จากค่าใช้จ่ายที่สูงนี้ จึงทำให้ไม่มีเงินคืนให้แก่ผู้เอาประกันภัย แต่ถ้าผู้เอาประกันภัยได้ชำระเบี้ยประกันภัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือกรมธรรม์มีมูลค่าเวนคืนเงินสดเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินคืนตามมูลค่าเวนคืนเงินสด ดังที่ปรากฏในตารางมูลค่ากรมธรรม์ประกันภัย
แสดงจำนวนเบี้ยประกันภัย ค่าใช้จ่าย และมูลค่าเวนคืน เงินสดของแบบสะสมทรัพย์ 20/20 จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท เพศชาย อายุ 35 ปี



สิ้นปีกรมธรรม์ที่
จำนวนเบี้ยประกันภัย
ค่าใช้จ่าย
เงินสำรองประกันภัย
มูลค่าเวนคืนเงินสด


1
4,525
5,473
0
0


2
4,525
853
3,100
1,600


3
4,525
853
6,500
4,800


4
4,525
853
10,000
8,500


5
4,525
853
13,600
12,300


6
4,525
853
17,500
16,700


7
4,525
853
21,600
21,600


8
4,525
853
25,900
5,9009


2
4,525
853
30,400
30,400


10
4,525
853
35,200
35,200


11
4,525
853
40,200
40,200


12
4,525
853
45,500
45,500


13
4,525
853
51,000
51,000


14
4,525
853
56,900
56,900


15
4,525
853
63,100
63,100


16
4,525
853
69,600
69,600


17
4,525
853
76,600
76,500


18
4,525
853
83,900
83,900


19
4,525
853
91,700
91,700


20
4,525
853
100,000
100,000



&#160;* ค่าใช้จ่าย คำนวณตามประกาศกรมธรรม์ประกันภัย หรือปัจจุบันคือ คปภ. เรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบอัตราเบี้ยประกัน
* เงินสำรองประกันภัย หมายถึง เบี้ยประกันภัยหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆๆ ที่บริษัทจัดเก็บไว้เพื่อจาสยให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามเงื่อนไขกรมธรรม์
* มูลค่าเวนคืนเงินสด หมายถึง จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเมื่อขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย

จะเห็นว่า เบี้ยประกันภัยจำนวน 4,525 บาท ที่จ่ายไปในปีแรกนั้นมีจำนวนที่น้อยกว่าค่าใช้จ่ายในปีแรก ซึ่งมีจำนวนเงิน 5,473 บาท เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายในปีแรกสูง ทำให้ค่าใช้จ่ายดังกล่าวนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่คำนวนตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยให้คำนวณค่าใช้จ่ายในแต่ละปีของกรมธรรม์ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตลอดอายุกรมธรรม์
โดยจะสังเกตุว่า มูลค่าเวนคืนเงินสดจะมีจำนวนน้อยกว่าเบี้ยประกันภัยที่ได้ชำระไป แต่จะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นจนมีจำนวนเท่ากับจำนวนเงินเอาประกันภัยเมื่อกรมธรรม์ครบกำหนด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ยกเลิกกรมธรรม์จะได้เงินคืนหรือไม่</span></span></strong></h3>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">การที่ผู้เอาประกันยกเลิกการทำประกันชีวิตก่อนที่กรมธรรม์จะครบกำหนดสัญญา โดยเฉพาะถ้าเป็นการยกเลิกในปีแรกของการทำประกันชีวิตผู้เอาประกันภัยจะไม่ได้รับเงินที่จ่ายไปแล้วคืน เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายในปีแรกค่อนข้างสูง เช่น ค่าออกกรมธรรม์ ค่าตรวจสุขภาพ ค่าบำเหน็จ ตัวแทนประกันชีวิต จากค่าใช้จ่ายที่สูงนี้ จึงทำให้ไม่มีเงินคืนให้แก่ผู้เอาประกันภัย แต่ถ้าผู้เอาประกันภัยได้ชำระเบี้ยประกันภัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือกรมธรรม์มีมูลค่าเวนคืนเงินสดเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินคืนตามมูลค่าเวนคืนเงินสด ดังที่ปรากฏในตารางมูลค่ากรมธรรม์ประกันภัย</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">แสดงจำนวนเบี้ยประกันภัย ค่าใช้จ่าย และมูลค่าเวนคืน เงินสดของแบบสะสมทรัพย์ 20/20 จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท เพศชาย อายุ 35 ปี</span></span></p>
<table cellspacing="1" cellpadding="1" border="1" style="width: 500px; height: 424px;">
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">สิ้นปีกรมธรรม์ที่</span></span></td>
<td><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">จำนวนเบี้ยประกันภัย</span></span></td>
<td><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">ค่าใช้จ่าย</span></span></td>
<td><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">เงินสำรองประกันภัย</span></span></td>
<td><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">มูลค่าเวนคืนเงินสด</span></span></td>
</tr>
<tr>
<td>1</td>
<td>4,525</td>
<td>5,473</td>
<td>0</td>
<td>0</td>
</tr>
<tr>
<td>2</td>
<td>4,525</td>
<td style="text-align: left;">853</td>
<td>3,100</td>
<td>1,600</td>
</tr>
<tr>
<td>3</td>
<td>4,525</td>
<td>853</td>
<td>6,500</td>
<td>4,800</td>
</tr>
<tr>
<td>4</td>
<td>4,525</td>
<td>853</td>
<td>10,000</td>
<td>8,500</td>
</tr>
<tr>
<td>5</td>
<td>4,525</td>
<td>853</td>
<td>13,600</td>
<td>12,300</td>
</tr>
<tr>
<td>6</td>
<td>4,525</td>
<td>853</td>
<td>17,500</td>
<td>16,700</td>
</tr>
<tr>
<td>7</td>
<td>4,525</td>
<td>853</td>
<td>21,600</td>
<td>21,600</td>
</tr>
<tr>
<td>8</td>
<td>4,525</td>
<td>853</td>
<td>25,900</td>
<td>5,9009</td>
</tr>
<tr>
<td>2</td>
<td>4,525</td>
<td>853</td>
<td>30,400</td>
<td>30,400</td>
</tr>
<tr>
<td>10</td>
<td>4,525</td>
<td>853</td>
<td>35,200</td>
<td>35,200</td>
</tr>
<tr>
<td>11</td>
<td>4,525</td>
<td>853</td>
<td>40,200</td>
<td>40,200</td>
</tr>
<tr>
<td>12</td>
<td>4,525</td>
<td>853</td>
<td>45,500</td>
<td>45,500</td>
</tr>
<tr>
<td>13</td>
<td>4,525</td>
<td>853</td>
<td>51,000</td>
<td>51,000</td>
</tr>
<tr>
<td>14</td>
<td>4,525</td>
<td>853</td>
<td>56,900</td>
<td>56,900</td>
</tr>
<tr>
<td>15</td>
<td>4,525</td>
<td>853</td>
<td>63,100</td>
<td>63,100</td>
</tr>
<tr>
<td>16</td>
<td>4,525</td>
<td>853</td>
<td>69,600</td>
<td>69,600</td>
</tr>
<tr>
<td>17</td>
<td>4,525</td>
<td>853</td>
<td>76,600</td>
<td>76,500</td>
</tr>
<tr>
<td>18</td>
<td>4,525</td>
<td>853</td>
<td>83,900</td>
<td>83,900</td>
</tr>
<tr>
<td>19</td>
<td>4,525</td>
<td>853</td>
<td>91,700</td>
<td>91,700</td>
</tr>
<tr>
<td>20</td>
<td>4,525</td>
<td>853</td>
<td>100,000</td>
<td>100,000</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;<span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">* ค่าใช้จ่าย คำนวณตามประกาศกรมธรรม์ประกันภัย หรือปัจจุบันคือ คปภ. เรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบอัตราเบี้ยประกัน<br />
* เงินสำรองประกันภัย หมายถึง เบี้ยประกันภัยหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆๆ ที่บริษัทจัดเก็บไว้เพื่อจาสยให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามเงื่อนไขกรมธรรม์<br />
* มูลค่าเวนคืนเงินสด หมายถึง จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเมื่อขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย<br />
</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">จะเห็นว่า เบี้ยประกันภัยจำนวน 4,525 บาท ที่จ่ายไปในปีแรกนั้นมีจำนวนที่น้อยกว่าค่าใช้จ่ายในปีแรก ซึ่งมีจำนวนเงิน 5,473 บาท เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายในปีแรกสูง ทำให้ค่าใช้จ่ายดังกล่าวนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่คำนวนตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยให้คำนวณค่าใช้จ่ายในแต่ละปีของกรมธรรม์ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตลอดอายุกรมธรรม์</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">โดยจะสังเกตุว่า มูลค่าเวนคืนเงินสดจะมีจำนวนน้อยกว่าเบี้ยประกันภัยที่ได้ชำระไป แต่จะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นจนมีจำนวนเท่ากับจำนวนเงินเอาประกันภัยเมื่อกรมธรรม์ครบกำหนด การทำประกันชีวิตภ้าผู้เอาประกันภัยยกเลิกกรมธรรม์ เมื่อกรมธรรม์มีอายุกรมธรรม์น้อยๆ ผู้เอาประกันภัยได้รับเงินคืนน้อยเมื่อเทียบกับเบี้ยประกันที่ได้ชำระไป ดังนั้น ผู้เอาประกันภัยไม่ควรจะยกเลิกกรมธรรม์ก่อนกรมธรรม์ครบกำหนด<br />
</span></span></p>
<p><a href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/source-thaiinsurance/">Source Thaiinsurance</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประกันขีวิตกับการลดหย่อนภาษี</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Feb 2009 23:00:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai insurance knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[การลดหย่อนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันขีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=393</guid>
		<description><![CDATA[
ประกันขีวิตกับการลดหย่อนภาษี
ถ้าทางผู้เอาประกัน ที่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่แล้ว คือมีก่อน 1 มกราคม 2552 ก็ถือว่าเป็นเรื่องเดิม ยังได้สิทธิประโยชน์การลดหย่อนเหมือนเดิม ตามตัวใบเสร็จที่ออกให้ สูงสุดคือ หนึ่งแสนบาท
ในกรณีหลัง 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป ใบเสร็จรับเงินจะแยกเป็นรายการ เบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันภัยอื่นๆ และเบี้ยรวม ซึ่งเฉพาะเบี้ยประกันชีวิตเท่านั้น ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการ่นำมาหักลดหย่อนภาษีได้ และไม่เกิน หนึ่งแสนบาท
มีรายละเอียดเพิ่มเติม เบี้ยประกันชีวิตประเภทอะไร แบบไหน โดยหลักการจะเหมือนเดิม คือแบบประกันชีวิตที่คุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป และหากมีการคืนเงินในระหว่างปี ของการชำระเบี้ยประกันคืนได้แต่ไม่เกิน 20 % ของเบี้ยที่ชำระในปีนั้นๆ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img align="left" style="margin-right: 10px;" src="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/wp-content/uploads/2009/02/tax.jpg" alt="" /></p>
<h3><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ประกันขีวิตกับการลดหย่อนภาษี</span></span></strong></h3>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ถ้าทางผู้เอาประกัน ที่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่แล้ว <strong>คือมีก่อน 1 มกราคม 2552</strong> ก็ถือว่าเป็นเรื่องเดิม ยังได้สิทธิประโยชน์การลดหย่อนเหมือนเดิม ตามตัวใบเสร็จที่ออกให้ สูงสุดคือ หนึ่งแสนบาท</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ในกรณีหลัง 1 มกราคม 2552</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> เป็นต้นไป ใบเสร็จรับเงินจะแยกเป็นรายการ เบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันภัยอื่นๆ และเบี้ยรวม ซึ่งเฉพาะเบี้ยประกันชีวิตเท่านั้น ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการ่นำมาหักลดหย่อนภาษีได้ และไม่เกิน หนึ่งแสนบาท</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">มีรายละเอียดเพิ่มเติ</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ม เบี้ยประกันชีวิตประเภทอะไร แบบไหน โดยหลักการจะเหมือนเดิม คือแบบประกันชีวิตที่คุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป และหากมีการคืนเงินในระหว่างปี ของการชำระเบี้ยประกันคืนได้แต่ไม่เกิน 20 % ของเบี้ยที่ชำระในปีนั้นๆ</span></span></p>
<p><a href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b9%88/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการวางแผนการเงิน</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 31 Jan 2009 23:00:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai insurance knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[Financial Planning]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการวางแผนการเงิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=379</guid>
		<description><![CDATA[
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการวางแผนการเงิน
การวางแผนการเงินหรือ financial planning จัดว่าเป็นบริการแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้หลายท่านที่ยังไม่คุ้นเคยอาจคิดไปว่าการวางแผนการเงินก็เป็นเรื่องเดียวกันกับการบริการความมั่งคั่งหรือ wealth management ซึ่งฟังดูจะเป็นเรื่องของคนรวยที่มีความมั่งคั่งหรือ wealth มากกว่า ดังนั้น คนที่มีความมั่งคั่งบ้างแค่พอประมาณก็อาจไม่ต้องใส่ใจกับเรื่องวางแผนการเงินก็ได้&#8230; แต่จริงๆ แล้วการวางแผนการเงินกับการบริหารความมั่งคั่งไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และการวางแผนการเงินก็เป็นเรื่องของประชาชนทุกฐานะอีกด้วย
การวางแผนการเงินกับการบริหารความมั่งคั่ง เป็นคนละเรื่องกัน
แม้ว่าทั้งการวางแผนการเงิน กับการบริหารความมั่งคั่งจะมีส่วนคล้ายกัน ในแง่ของการมีผู้ให้คำปรึกษาที่เรียกว่า financial planner / financial consultant เข้ามาช่วยดูแลให้คำแนะนำว่าควรจะจัดการสินทรัพย์และกระแสเงินที่มอี ยู่อยา่ งไรนั้น แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับขอบเขตที่บริการทั้งสองอย่างครอบคลุมอยู่


การบริหารความมั่งคั่งนั้นจะเน้นไปที่การจัดสรรเงินสินทรัพย์ (asset allocation) ให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับได้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนสูงสุดภายใต้ข้อจำกัดของลูกค้า มักมีรูปแบบการลงทุนที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้า ในขณะที่การวางแผนการเงินจะตั้งต้นจากเป้าหมายชีวิตในแต่ละช่วงอายุ(life stage) ว่าต้องการอะไร เช่น ซื้อบ้านซื้อรถ เรียนต่อ หรือวางแผนเกษียณ เป็นต้น โดยจะให้คำแนะนำทั้งการออม การลงทุน และการคุ้มครองความเสี่ยง (ประกัน) ที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ โดยภาพรวมแล้ว การวางแผนการเงินจะครอบคลุมเชิงกว้าง ส่วนการบริหารความมั่งคั่งจะเน้นเชิงลึก อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าการวางแผนการเงินหรือการบริหารความมั่งคั่ง สิ่งใดสิ่งหนึ่งจะดีกว่าหรือน่าใช้บริการกว่ากัน เพราะทั้งสองสิ่งนี้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าคนละด้าน..

แล้วจะได้อะไรจากการวางแผนการเงิน
การวางแผนการเงิน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้มีฐานะการเงินทุกระดับ ไม่ว่าจะร่ำรวย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img align="left" style="margin-right: 10px;" src="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/wp-content/uploads/2009/01/financial-consultant.jpg" alt="การวางแผนการเงิน" /></p>
<h3><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการวางแผนการเงิน</span></span></strong></h3>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การวางแผนการเงินหรือ financial planning</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> จัดว่าเป็นบริการแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้หลายท่านที่ยังไม่คุ้นเคยอาจคิดไปว่าการวางแผนการเงินก็เป็นเรื่องเดียวกันกับการบริการความมั่งคั่งหรือ wealth management ซึ่งฟังดูจะเป็นเรื่องของคนรวยที่มีความมั่งคั่งหรือ wealth มากกว่า ดังนั้น คนที่มีความมั่งคั่งบ้างแค่พอประมาณก็อาจไม่ต้องใส่ใจกับเรื่องวางแผนการเงินก็ได้&#8230; แต่จริงๆ แล้วการวางแผนการเงินกับการบริหารความมั่งคั่งไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และการวางแผนการเงินก็เป็นเรื่องของประชาชนทุกฐานะอีกด้วย</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>การวางแผนการเงินกับการบริหารความมั่งคั่ง เป็นคนละเรื่องกัน</strong><br />
แม้ว่าทั้งการวางแผนการเงิน กับการบริหารความมั่งคั่งจะมีส่วนคล้ายกัน ในแง่ของการมีผู้ให้คำปรึกษาที่เรียกว่า financial planner / financial consultant เข้ามาช่วยดูแลให้คำแนะนำว่าควรจะจัดการสินทรัพย์และกระแสเงินที่มอี ยู่อยา่ งไรนั้น แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับขอบเขตที่บริการทั้งสองอย่างครอบคลุมอยู่<br type="_moz" /><br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><span id="more-379"></span></span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การบริหารความมั่งคั่งนั้นจะเน้นไปที่การจัดสรรเงินสินทรัพย์ (asset allocation) ให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับได้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนสูงสุดภายใต้ข้อจำกัดของลูกค้า มักมีรูปแบบการลงทุนที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้า ในขณะที่การวางแผนการเงินจะตั้งต้นจากเป้าหมายชีวิตในแต่ละช่วงอายุ(life stage) ว่าต้องการอะไร เช่น ซื้อบ้านซื้อรถ เรียนต่อ หรือวางแผนเกษียณ เป็นต้น โดยจะให้คำแนะนำทั้งการออม การลงทุน และการคุ้มครองความเสี่ยง (ประกัน) ที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ โดยภาพรวมแล้ว การวางแผนการเงินจะครอบคลุมเชิงกว้าง ส่วนการบริหารความมั่งคั่งจะเน้นเชิงลึก อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าการวางแผนการเงินหรือการบริหารความมั่งคั่ง สิ่งใดสิ่งหนึ่งจะดีกว่าหรือน่าใช้บริการกว่ากัน เพราะทั้งสองสิ่งนี้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าคนละด้าน..<br type="_moz" /><br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>แล้วจะได้อะไรจากการวางแผนการเงิน</strong><br />
การวางแผนการเงิน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้มีฐานะการเงินทุกระดับ ไม่ว่าจะร่ำรวย ปานกลาง หรืออยู่ในช่วงเริ่มสะสมเงินทอง ยิ่งถ้าไม่ใช่ระดับที่รวยมากแล้วก็ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงิน เพื่อจะสามารถสร้างความมั่งคั่งและมีเงินเพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ง่าย นอกจากนี้ สำหรับบางรายที่มีฐานะการเงินดีอยู่แล้วนั้น การวางแผนการเงินก็ยังมีความสำคัญไม่น้อย<br type="_moz" /><br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การวางแผนการเงิน จะช่วยให้สามารถวิเคราะห์สถานภาพทางการเงินปัจจุบัน เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนถึงความเหมาะสมระหว่างรายได้และรายจ่าย สินทรัพย์และหนี้สิน ความสามารถในการชำระหนี้ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับจำนวนเงินออมที่ควรมี การจัดพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้<br type="_moz" /><br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ตัวอย่างเช่น นาย ก. เป็นนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ระดับน้อย (conservative) แต่ขาดความเข้าใจเรื่องระดับความผันผวนจากการลงทุนในตลาดหุ้น จึงทำให้พอร์ตการลงทุนของนาย ก. เน้นไปยังหุ้นสามัญเป็นหลัก ด้วยเหตุที่ว่าเห็นเพื่อนลงทุนแล้วได้รับผลตอบแทนสูง แต่หากต่อมาภาวะตลาดหุ้นเกิดความผันผวนอย่างมาก ทำให้ตลาดหุ้นเปลี่ยนทิศทางมาอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่องกันแล้ว นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยดังเช่น นาย ก. มีแนวโน้มที่จะขายหุ้นออกไปในช่วงที่ดัชนีหุ้นอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ สิ่งนี้สำคัญมากเพราะการขายหุ้นในระดับดัชนีที่ต่ำนอกจากจะทำให้ต้องรับรู้ (realize) ผลขาดทุนแล้ว ยังทำให้พลาดโอกาสที่จะเก็บสะสมหุ้นเพื่อทำกำไรเมื่อภาวะตลาดหุ้นกลับมาอยู่ในช่วงขาขึ้น&#8230; การวางแผนการเงินจะช่วยทำให้ทราบว่านาย ก. รับความเสี่ยงได้ในระดับใด และจะปรับสัดส่วนการจัดสรรสินทรัพย์ให้เหมาะสมได้<br type="_moz" /><br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ผู้ให้คำปรึกษาด้านการวางแผนการเงิน อาจมีการแนะนำ<strong>ให้คุ้มครองความเสี่ยงด้วยการทำประกันชีวิตและทรัพย์สิน</strong> ซึ่งเป็นเสมือนการสร้างหลักประกันให้ครอบครัวหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น ตัวอย่างอีกกรณีหนึ่งคือ ครอบครัว ก. และครอบครัว ข. ต่างก็วางแผนการศึกษาส่งให้ลูกเรียนระดับปริญญาโท ทั้งสองครอบครัวมีฐานะการเงินที่ดีพอๆ กัน และมีคนหารายได้หลักให้ครอบครัวเพียงคนเดียวเช่นกัน ต่างกันที่ครอบครัว ก. ทำประกันชีวิตให้ผู้ที่เป็นผู้หารายได้หลัก แต่ครอบครัว ข. ไม่ได้ทำประกันไว้เลย หากวันหนึ่งทั้งสองครอบครัวเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้สูญเสียผู้หารายได้หลักไปแล้ว ครอบครัว ก. จะได้รับเงินชดเชยมาส่วนหนึ่งซึ่งอาจเป็นจำนวนเงินที่เพียงพอให้สามารถส่งลูกเรียนต่อตามที่เคยตั้งใจไว้ได้ ส่วนครอบครัว ข. อาจต้องหยุดแผนนั้นไว้ก่อนเนื่องจากรายได้หลักของครอบครัวหายไป<br type="_moz" /><br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">จะเห็นได้ว่าความสำคัญไม่ได้เพียงแค่ตอนนี้มีเงินพอแล้วหรือยัง แต่ยังเกี่ยวกับจำนวนเงินที่จะมีเพียงพอในอนาคต และการวางแผนการเงินที่เหมาะสมจะช่วยสร้างความมั่นใจได้ว่าเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งใจไว้มีโอกาสเป็นจริงได้&#8230;</span></span></p>
<p>source: <a href="http://www.k-weplan.com/" target="_blank"><strong>www.k-weplan.com</strong></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วางแผนภาษี LTF-RMF</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-ltf-rmf/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-ltf-rmf/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Jan 2009 23:00:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai insurance knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[LTF]]></category>
		<category><![CDATA[RMF]]></category>
		<category><![CDATA[การออมเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนภาษี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=374</guid>
		<description><![CDATA[
วางแผนภาษีตอนนี้ สร้างโอกาสที่ดีให้การออม
เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายของทุกปี เป็นเวลาที่หลายท่านให้ความสนใจกับการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กันค่อนข้างมาก สาเหตุหลักก็เนื่องจากความต้องการที่จะใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้ทันก่อนจะสิ้นปี นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการส่วนตัวต่างก็เริ่มมองภาพตัวเลขรายได้ทั้งปีของตนเองได้ชัดเจนขึ้นแล้ว&#8230; โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้อาจเรียกได้ว่ามีความน่าสนใจเป็นพิเศษ จากการที่ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงแล้วประมาณ 50% ตั้งแต่ต้นปี ดังนั้น จึงถือเป็นจังหวะดีในการเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษี ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของการ &#8220;วางแผนภาษี เพื่อการออมที่มากขึ้น&#8221;
เป็นที่ทราบกันโการวางแผนภาษี (Tax Planning) คืออะไร
การวางแผนภาษี หมายถึง การนำสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามที่กฎหมายกำหนดไว้มาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีเพื่อบรรเทาภาระภาษีให้น้อยลง ซึ่งเป็นการช่วยให้สามารถออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งใจไว้ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการวางแผนภาษีเป็นการลดภาระภาษีแบบถูกต้องตามกฎหมาย และมีความหมายต่างไปจากการหลบภาษีและการหนีภาษี


การหลบภาษี (Tax Avoidance) หมายถึงการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย ทำให้ไม่ต้องเสียภาษีหรือเสียภาษีน้อยลงโดยไม่ผิดกฎหมาย
    
การหนีภาษี (Tax Evasion) หมายถึงการเลี่ยงไม่เสียภาษีหรือเสียภาษีน้อยลงโดยฝ่าฝืนกฎหมาย
    

สิทธิประโยชน์ทางภาษีสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ


สิทธิประโยชน์ทั่วไป คือสิทธิประโยชน์อันเกิดจากสถานภาพของบุคคลนั้นๆ เช่น สถานภาพสมรส จำนวนบุตร บุพการีที่เกษียณแล้ว ค่าใช้จ่ายผู้มีเงินได้ เป็นต้น กล่าวง่ายๆ คือเป็นสิทธิประโยชน์ที่ติดอยู่กับตัวผู้มีเงินได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img align="left" style="margin-right: 10px;" src="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/wp-content/uploads/2009/01/boy.jpg" alt="" /></p>
<h3><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">วางแผนภาษีตอนนี้ สร้างโอกาสที่ดีให้การออม</span></span></h3>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายของทุกปี เป็นเวลาที่หลายท่านให้ความสนใจกับการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กันค่อนข้างมาก สาเหตุหลักก็เนื่องจากความต้องการที่จะใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้ทันก่อนจะสิ้นปี นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการส่วนตัวต่างก็เริ่มมองภาพตัวเลขรายได้ทั้งปีของตนเองได้ชัดเจนขึ้นแล้ว&#8230; โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้อาจเรียกได้ว่ามีความน่าสนใจเป็นพิเศษ จากการที่ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงแล้วประมาณ 50% ตั้งแต่ต้นปี ดังนั้น จึงถือเป็นจังหวะดีในการเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษี ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของการ </span><strong><span style="font-family: Tahoma;">&ldquo;วางแผนภาษี เพื่อการออมที่มากขึ้น&rdquo;</span></strong></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เป็นที่ทราบกันโการวางแผนภาษี (Tax Planning) คืออะไร</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
การวางแผนภาษี หมายถึง การนำสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามที่กฎหมายกำหนดไว้มาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีเพื่อบรรเทาภาระภาษีให้น้อยลง ซึ่งเป็นการช่วยให้สามารถออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งใจไว้ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการวางแผนภาษีเป็นการลดภาระภาษีแบบถูกต้องตามกฎหมาย และมีความหมายต่างไปจากการหลบภาษีและการหนีภาษี<br />
</span></span></p>
<ul>
<li><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การหลบภาษี</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> (Tax Avoidance) หมายถึงการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย ทำให้ไม่ต้องเสียภาษีหรือเสียภาษีน้อยลงโดยไม่ผิดกฎหมาย<br />
    </span></span></li>
<li><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การหนีภาษี</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> (Tax Evasion) หมายถึงการเลี่ยงไม่เสียภาษีหรือเสียภาษีน้อยลงโดยฝ่าฝืนกฎหมาย<br />
    </span></span></li>
</ul>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">สิทธิประโยชน์ทางภาษีสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
</span></span></p>
<ul>
<li><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">สิทธิประโยชน์ทั่วไป</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> คือสิทธิประโยชน์อันเกิดจากสถานภาพของบุคคลนั้นๆ เช่น สถานภาพสมรส จำนวนบุตร บุพการีที่เกษียณแล้ว ค่าใช้จ่ายผู้มีเงินได้ เป็นต้น กล่าวง่ายๆ คือเป็นสิทธิประโยชน์ที่ติดอยู่กับตัวผู้มีเงินได้ แต่จะยื่นขอใช้สิทธิหรือไม่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง<br />
    </span></span></li>
<li><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">สิทธิประโยชน์จากการออมและลงทุน</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> คือสิทธิประโยชน์อันเกิดจากการที่รัฐส่งเสริมการออมการลงทุนระยะยาว รวมทั้งการเกื้อกูลกันในสังคม เช่น กรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป การลงทุนในกองทุนรวม LTF กองทุนรวม RMF เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/กบข. ดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัย กรมธรรม์ประกันสุขภาพ บิดามารดา และเงินบริจาคต่างๆ เป็นต้น</span></span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การเข้าใจ สิทธิประโยชน์จากการออมและลงทุน นั้นมีความสำคัญไม่น้อยเพราะสิทธิประโยชน์เหล่านี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายภาษีและทำให้การเก็บออมเพิ่มขึ้น</span></span><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><span id="more-374"></span></span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การใช้สิทธิประโยชน์จากการออมและลงทุน ต่างจากการไม่ใช้สิทธิอย่างไร</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
ลองมาดูตัวอย่างกัน สมมติว่า นางสาวสายไหม ทำงานบริษัทเอกชน ได้รับเงินเดือนเดือนละ 50,000 บาท โบนัส 2 เดือน (ดังนั้น รวมแล้วมีรายได้ต่อปีเท่ากับ 700,000 บาท) จ่ายเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพในอัตรา 5% ของเงินเดือน ปัจจุบันมีสถานภาพโสด หากคุณสายไหม ไม่ใช้สิทธิประโยชน์จากการออมและลงทุนแล้ว จะสามารถหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามสิทธิประโยชน์ทั่วไปได้ดังนี้<br />
</span></span></p>
<ul>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">หักค่าใช้จ่ายเงินได้ 60,000 บาท (40% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 60,000 บาท เนื่องจากเป็นรายได้จากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40 (1))<br />
    </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">หักค่าลดหย่อนส่วนตัวของผู้เสียภาษี 30,000 บาท<br />
    </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">หักค่าลดหย่อนกองทุนประกันสังคม 9,000 บาท (5% ของเงินเดือนแต่สูงสุดเดือนละ 750 บาท หรือปีละ 9,000 บาท)<br />
    </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">หักค่าลดหย่อนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 30,000 บาท (อัตรา 5% ของเงินเดือน)<br />
    </span></span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ดังนั้น จะมีรายได้พึงประเมินสุทธิเท่ากับ 571,000 บาท และเสียภาษีจำนวน 49,200 บาท (ฐานภาษีสูงสุด 20%) อย่างไรก็ตาม หากใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการออมและลงทุนแบบเต็มที่ตามสิทธิ ซึ่งในที่นี้ขอกล่าวถึงประกันและการลงทุน 3 รายการ ประกอบด้วย<br />
</span></span></p>
<ul>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เบี้ยประกันชีวิต (สำหรับกรมธรรมที่ให้ความคุ้มครองระยะยาว 10 ปีขึ้นไป) จำนวน 100,000 บาท<br />
    </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">กองทุนรวมหุ้นระยะยาวหรือ LTF จำนวน 105,000 บาท (15% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 700,000 บาท* ซึ่งเป็นวงเงินพิเศษสำหรับปีนี้ จากเดิม 500,000 บาท)<br />
    </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพหรือ RMF จำนวน 105,000 บาท (15% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 700,000 บาท ซึ่งเป็นวงเงินพิเศษสำหรับปีนี้ จากเดิม 500,000 บาท)<br />
    </span></span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">รวมเป็นจำนวนเงินเพื่อการใช้สิทธิลดหย่อนประเภทการออมและการลงทุน ทั้งหมดจำนวน 310,000 บาท กรณีนี้จะส่งผลให้รายได้พึงประเมินสุทธิลดลงเหลือ 261,000 บาท และมีภาระภาษีเพียง 11,000 บาท ซึ่งหมายความว่าคุณสายไหมสามารถประหยัดภาษีลงได้ถึง 38,100 บาท (การเปรียบเทียบเงินได้พึงประเมินสุทธิและภาษีที่ต้องจ่าย แสดงไว้ตามตารางข้างล่าง)</span></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img alt="" src="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/wp-content/uploads/2009/01/table.jpg" /></span></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">จำนวนเงินที่ประหยัดลงได้ 38,100 บาทนั้น แสดงให้เห็นว่าคุณสายไหมสามารถสร้างผลตอบแทนจากประกันและการลงทุนได้ใน 12.3%* นอกจากนี้ ยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านภาษีลงได้ 5.4% ของรายได้ต่อปี (หมายเหตุ: *บนฐานจำนวนเงินที่ใช้สิทธิเท่ากับ 310,000 บาท และผลตอบแทนดังกล่าวเกิดขึ้นหมายถึงเฉพาะปีภาษีแรกเท่านั้น)<br />
</span></span></p>
<p style="text-align: left;"><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ตรวจสอบสภาพคล่องส่วนเกิน ก่อนใช้สิทธิทางภาษี</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
อย่างไรก็ตาม กรณีข้างต้นไม่ได้หมายความว่าคุณสายไหมควรใช้เงินเพื่อสิทธิประโยชน์จากการออมและการลงทุนอย่างเต็มที่ เพราะตามหลักการวางแผนทางการเงิน (Financial Planning) ที่ดีนั้น ควรให้ความสำคัญกับการมีเงินออมและสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อการใช้จ่ายประจำวันและเผื่อไว้ยามฉุกเฉินเป็นอันดับแรก โดยทั่วไปแล้วขอแนะนำว่าควรมีสภาพคล่องเผื่อไว้ประมาณ 3 ถึง 6 เท่าของรายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือน เพราะหากมีสภาพคล่องน้อยเกินไปก็จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพของการดำรงชีวิต แต่หากมีสภาพคล่องมากเกินไปก็ย่อมทำให้พลาดโอกาสการนำเงินไปสร้างประโยชน์ด้วยการประหยัดภาษีหรือการลงทุนอื่นๆ ดังนั้นจำนวนที่มากกว่าช่วง 3 ถึง 6 เท่านั้น อาจจะพิจารณานำไปใช้สำหรับสิทธิประโยชน์ด้านการออมและลงทุนได้</span></span></p>
<table cellspacing="1" cellpadding="1" border="1" style="width: 500px; height: 74px;">
<tbody>
<tr>
<td style="text-align: center;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">น้อยกว่า 3 เท่า</span></span></td>
<td style="text-align: center;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">สภาพคล่อง 3-6 เท่า</span></span></td>
<td style="text-align: center;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">มากกว่า 6 เท่า</span></span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">อาจกระทบคุณภาพการดำรงชีวิตประจำวัน</span></span></td>
<td><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">สภาพคล่องเหมาะสม</span></span></td>
<td><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">อาจพิจารณานำส่วนนี้ไปใช้สำหรับสิทธิประโยชน์ด้านการออมและลงทุน</span></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ตัวอย่างเช่น หากคุณสายไหมมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน (รวมค่าใช้จ่ายทั่วไปและการชำระหนี้รายเดือน) อยู่ที่ 20,000 บาท ขณะเดียวกันก็กำลังเก็บออมเงินเพื่อแผนเกษียณอื่นจำนวน 10,000 บาท นอกจากนี้ยังมีความต้องการเก็บเงินสภาพคล่องไว้จำนวน 6 เท่าของรายจ่าย<br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าคุณสายไหมต้องการมีเงินสำรองไว้จำนวน 180,000 บาท และสภาพคล่องส่วนเกินจากจำนวนนี้จะสามารถนำไปใช้เพื่อการประหยัดภาษีได้โดยไม่กระทบคุณภาพการดำรงชีวิตประจำวัน<br />
</span></span></p>
<ul>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">สมมติว่าคุณสายไหมเก็บข้อมูลงบดุลส่วนบุคคลแล้ว เห็นว่ามีสภาพคล่องคงเหลือ 500,000 บาท ดังนั้น สภาพคล่องส่วนเกินจะเท่ากับ 320,000 บาท ซึ่งค่อนข้างเพียงพอหากจะนำไปใช้สำหรับสิทธิลดหย่อนทั้งสามรายการ<br />
    </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">อย่างไรก็ตาม หากคุณสายไหมนึกขึ้นได้ว่าต้องกันเงินอีกจำนวน 200,000 บาท สำหรับแผนการซื้อสินค้าในอนาคตแล้ว สภาพคล่องส่วนเกินจริงๆ จะลดลงมาอยู่ที่ 120,000 บาท ซึ่งในกรณีนี้ คุณสายไหมควรจะได้รับคำแนะนำจากผู้ให้คำปรึกษาด้านวางแผนการเงินส่วนบุคคล ถึงจำนวนที่ควรจัดสรรไปยังการทำประกันชีวิต LTF และ RMF ด้วย เพราะเครื่องมือประหยัดภาษีแต่ละแบบนี้มีวัตถุประสงค์และลักษณะ การจ่ายกระแสเงินสดในอนาคตแตกต่างกัน<br />
    </span></span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>การวางแผนภาษี</strong> ด้วยการนำสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนดมาใช้ประโยชน์นั้นมีหลายรูปแบบ โดยรูปแบบพื้นฐานที่สำคัญและขอนำเสนอในที่นี้มีอยู่ 2 เรื่อง คือ (1) การเลือกกองทุนรวมประเภท LTF และ RMF การกระจายหน่วยภาษี และ (2) การกระจายหน่วยภาษี<br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>เลือกกองทุนรวม LTF และ RMF แต่ต้องคำนึงถึงระดับความเสี่ยง</strong><br />
การลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือประหยัดภาษีได้เป็นอย่างดี จากการที่รัฐให้สิทธิลดหย่อนในระดับที่สูง และการมีนโยบายการลงทุนที่หลากหลายสอดคล้องกับความต้องการของผู้ลงทุน อย่างไรก็ตาม<br />
การพิจารณาว่าจะเลือกกองทุนใดก็ควรจะพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้มาประกอบ เพราะนโยบายที่แตกต่างกันเหล่านี้ย่อมหมายถึงระดับความเสี่ยง และผลตอบแทนที่ต่างกันไปด้วย<br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เราลองมาดูระดับความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ที่เรียกว่าเป็นสินทรัพย์พื้นฐานทั้ง 3 อย่างประกอบด้วย<br />
</span></span></p>
<ul>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>หุ้นสามัญ</strong> คำนวณโดยใช้ผลตอบแทนจากการเปลี่ยนแปลงของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET index) บวกด้วยผลตอบแทนจากเงินปันผลในแต่ละปี โดยทั่วไปเป็นตัวแทนของสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง<br />
    </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>พันธบัตรรัฐบาล</strong> คำนวณจากดัชนีผลตอบแทนรวมของพันธบัตรัฐบาล (Government Bond total return index) โดยทั่วไปเป็นตัวแทนของสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงปานกลาง<br />
    </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>พันธบัตรระยะสั้น</strong> (ตั๋วเงินคลัง) คำนวณจากดัชนีตั๋วเงินคลัง (T-bill index) โดยทั่วไปเป็นตัวแทนของสินทรัพยท์ มีี่ความเสี่ยงตํ่าประเภท กองทุนรวมตลาดเงิน หรือกองทุนรวมพันธบัตรระยะสั้น<br />
    </span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">นอกจากนี้ ยังได้สร้างพอร์ตจำลองของการลงทุนที่เกิดจากการผสมระหว่างหุ้น 70% :พันธบัตร 30% และหุ้น 40% : พันธบัตร 60% เพื่อแสดงถึงระดับความเสี่ยงจากการผสมสินทรัพย์ทั้งสองประเภท<br />
    </span></span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">จากสถิติดัชนีสินทรัพย์ดังกล่าวตั้งแต่ปี 25451 จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2551 รวมระยะเวลา 6 ปี 11 เดือน สามารถแสดงผลตอบแทนรายปี ผลตอบแทนเฉลี่ย และค่าความเสี่ยงซึ่งคำนวณจากค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation) ได้ตามตารางข้างล่าง จะเห็นได้ว่าสินทรัพย์<br />
ประเภทหุ้นสามัญให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 17.10% สูงกว่าพันธบัตรฯ ซึ่งให้ผลตอบแทน 4.78% และดัชนีตั๋วเงินคลังซึ่งให้ผลตอบแทน 2.65% ขณะที่พอร์ตแบบผสมที่มีนโยบาย</span></span></p>
<p style="text-align: center;"><img alt="" src="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/wp-content/uploads/2009/01/table2.jpg" /></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">แต่ผลตอบแทนสูงก็ย่อมต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงสูง ดังจะเห็นได้จากข้อมูลย้อนหลังของดัชนีหุ้นว่ามีความผันผวนของผลตอบแทนมาก เช่น บางปีอาจให้ผลตอบแทนมากกว่าหนึ่งเท่าตัว ขณะที่บางปีอาจให้ผลขาดทุนครึ่งหนึ่ง ซึ่งแปลออกมาเป็นค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของดัชนีหุ้นซึ่ง<br />
เท่ากับ 22.70% ต่อปี ต่างจากพันธบัตรรัฐบาลซึ่งมีค่าความเสี่ยงเท่ากับ 3.43% ต่อปี ขณะที่พันธบัตรระยะสั้นแทบไม่มีความเสี่ยงเลย หากนำข้อมูลผลตอบแทนและความเสี่ยงมาวางเรียงกันก็จะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นดังนี้</span></span></p>
<p style="text-align: center;"><img alt="" src="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/wp-content/uploads/2009/01/table3.jpg" /></p>
<p style="text-align: left;"><strong>กระจายหน่วยภาษีด้วยการแยกยื่นแบบแสดงรายการ</strong><br />
การแยกยื่นแบบแสดงรายการถือเป็นวิธีพื้นฐานในการวางแผนภาษีที่นิยมใช้กรณีของคู่สมรสเนื่องจากปกติแล้ว แม้เงินได้พึงประเมินสุทธิโดยรวมจะไม่แตกต่างกันระหว่างกรณีของการแยกยื่นและรวมยื่น แต่การแยกยื่นแบบจะทำให้เงินได้พึงประเมินที่นำมาคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า (progressive tax rate) ของแต่ละคนลดลง ด้วยการแยกเงินออกเป็นหน่วยภาษี 2 หน่วยแทนที่จะรวมกันเป็นหน่วยเดียว</p>
<p style="text-align: left;">ตัวอย่างเช่น นายสมศักดิ์และนางสมศรีเป็นสามีภรรยากัน และได้รับรายได้ในรูปของเงินเดือนปีละ 720,000 และ 600,000 บาทตามลำดับ เมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามสิทธิประโยชน์ทั่วไป เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าลดหย่อนผู้มีเงินได้ กองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (สมมติว่าอัตรา 5% ของเงินเดือน) แล้ว คงเหลือรายได้พึงประเมินสุทธิของนายสมศักดิ์เท่ากับ 585,000 บาท และของนางสมศรีเท่ากับ 471,000 บาท</p>
<ul>
<li>กรณีแยกยื่น : ภาษีเงินได้ในส่วนของนายสมศักดิ์จะเท่ากับ 52,000 บาท และนาง สมศรีจะเท่ากับ 32,100 บาท รวมเป็นภาษีจำนวน 84,100 บาท</li>
<li>กรณีรวมยื่น : เงินได้พึงประเมินสุทธิรวมกันเป็น 1,056,000 บาท และคิดเสมือนเสียภาษีด้วยหน่วยภาษีเดียวกันคือจำนวน 151,800 บาท</li>
<li>แสดงให้เห็นว่าการกระจายหน่วยภาษีสามารถลดภาษีเงินได้ลงได้ถึง 67,700 บาท</li>
</ul>
<p><strong>กระจายหน่วยภาษีด้วยการจัดตั้งคณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล</strong><br />
คณะบุคคล/ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล คือการที่บุคคลธรรมดาตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปตกลงเข้ามาทำธุรกิจร่วมกัน และโดยบทบัญญัติของประมวลรัษฎากรถือว่า คณะบุคคล/ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคลเป็นหน่วยภาษีที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ดังนั้น การจัดตั้ง ลักษณะนี้ถือเป็นการกระจายหน่วยภาษีอีกแบบหนึ่งที่นิยมในกลุ่มผู้ที่มีรายได้พึงประเมินมาก เพื่อป้องกันไม่ให้ฐานภาษีเข้าไปอยู่ในขั้นที่ต้องเสียภาษีในอัตราสูง ทั้งนี้ ถ้าบุคคล 2 คนมาร่วมกันตั้งคณะบุคคลแล้ว ผลที่ได้คือจะมีหน่วยภาษีทั้งหมด 3 หน่วย ทั้งนี้ คณะบุคคล/ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล ก็สามารถหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าลดหย่อนบางประเภทได้</p>
<p>กลยุทธ์การลดหย่อนภาษียังอีกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกประเภทเงินได้ที่สามารถหักค่าใช้จ่ายได้สูง การหารายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษี ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร <a target="_blank" href="http://www.rd.go.th"><strong>www.rd.go.th</strong></a> หรือคอร์สอบรมของสถาบันพัฒนาความรู้ตลาดทุน<br />
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย <a target="_blank" href="http://www.tsi-thailand.org"><strong>www.tsi-thailand.org</strong></a></p>
<p>source: <a target="_blank" href="http://www.k-weplan.com"><strong>www.k-weplan.com</strong></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-ltf-rmf/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประกันภัยการเดินทาง</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Jan 2009 15:47:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai insurance knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[การประกันภัยการเดินทางระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันภัยการเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันภัยอุบัติเหตุ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=356</guid>
		<description><![CDATA[
ประกันภัยการเดินทาง
ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยว หลายๆ คนวางแผนเตรียมตัวเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน บางคนอาจจะวางแผนไปเที่ยวไกลถึงต่างประเทศ แต่ที่สำคัญอย่าทำให้การเดินทางในครั้งนี้มีความกังวลใจมาทำลายความสุข การทำประกันอุบัติเหตุการเดินทางเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยสร้างความอุ่นใจในระหว่างการเดินทางได้ นอกเหนือจากจะมีการให้ความคุ้มครองการเดินทางในประเทศแล้ว ยังมีกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองในระหว่างเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้เช่นกัน
กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุการเดินทางต่างประเทศ หรือ CTA เป็นการประกันภัยที่จะให้ความคุ้มครองสำหรับบุคคล และกลุ่มทั่วไปที่เดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อสัมนา ท่องเที่ยว หรือทัศนศึกษา ณ ต่างประเทศ สำหรับความคุ้มครองให้เริ่มตั้งแต่ผู้เอาประกันภัยออกเดินทางจากที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ทำงานเพื่อเดินทางโดยตรงไปยังต่างประเทศ และการเดินทางต่อเนื่องกันไปจนกระทั่งผู้เอาประกันภัยเดินทางกลับถึงที่อยู่อาศัย หรือที่ทำงาน โดยผู้เอาประกันภัยสามารถซื้อระยะเวลาคุ้มครองได้ไม่เกิน 90 วันต่อการเดินทางในแต่ละครั้ง ซึ่งบริษัทผู้รับประกันภัยจะให้ความคุ้มครองตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์เท่านั้น โดยให้ความคุมครองตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งการประกันภัยอุบัติเหตุการเดินทางต่างประเทศให้ัความคุ้มครองการสูญเสีย หรือความเสียหายอันเกิดจากความบาดเจ็บทางร่างกายของผู้เอาประกันภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทาง และถ้าอุบัติเหตุนั้นๆ ทำให้เกิดผลดังต่อไปนี้


ผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ บริษัทจะจ่ายค่าทดแทนให้ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
การรักษาพยาบาล ถ้าผู้เอาประกันภัยได้รับบาดเจ็บโดยมีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยในระหว่างเดินทาง จนเป็นผลให้ผู้เอาประกันต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน โดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์ตามกฎหมาย หรือโดยพยาบาลที่มีใบอนุญาต บริษัทจะชดเชยค่าใช้จ่ายที่ผู้เอาประกันภัยได้ใช้จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินจำนวนเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ทั้งนี้ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการรักษาพยาบาลกรณีฉุกเฮิน ค่าเดินทาง และที่พักสำหรับญาติใกล้ขิดเพื่อดูแล และร่วมเดินทางกลับประเทศภูมิลำเนาในกรณีที่ผู้เอาประกันไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

แม่ว่าเราจะท่องเที่ยว หรือต้องไปทำงานในต่างถิ่นนั้น อาจมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img align="left" style="margin-right: 10px;" src="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/wp-content/uploads/2009/01/car-insurance.jpg" alt="ประกันภัยการเดินทาง" /></p>
<h3><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ประกันภัยการเดินทาง</span></span></strong></h3>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยว</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> หลายๆ คนวางแผนเตรียมตัวเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน บางคนอาจจะวางแผนไปเที่ยวไกลถึงต่างประเทศ แต่ที่สำคัญอย่าทำให้การเดินทางในครั้งนี้มีความกังวลใจมาทำลายความสุข การทำประกันอุบัติเหตุการเดินทางเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยสร้างความอุ่นใจในระหว่างการเดินทางได้ นอกเหนือจากจะมีการให้ความคุ้มครองการเดินทางในประเทศแล้ว ยังมีกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองในระหว่างเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้เช่นกัน</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุการเดินทางต่างประเทศ หรือ CTA</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> เป็นการประกันภัยที่จะให้ความคุ้มครองสำหรับบุคคล และกลุ่มทั่วไปที่เดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อสัมนา ท่องเที่ยว หรือทัศนศึกษา ณ ต่างประเทศ สำหรับความคุ้มครองให้เริ่มตั้งแต่ผู้เอาประกันภัยออกเดินทางจากที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ทำงานเพื่อเดินทางโดยตรงไปยังต่างประเทศ และการเดินทางต่อเนื่องกันไปจนกระทั่งผู้เอาประกันภัยเดินทางกลับถึงที่อยู่อาศัย หรือที่ทำงาน โดยผู้เอาประกันภัยสามารถซื้อระยะเวลาคุ้มครองได้ไม่เกิน 90 วันต่อการเดินทางในแต่ละครั้ง ซึ่งบริษัทผู้รับประกันภัยจะให้ความคุ้มครองตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์เท่านั้น โดยให้ความคุมครองตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งการประกันภัยอุบัติเหตุการเดินทางต่างประเทศให้ัความคุ้มครองการสูญเสีย หรือความเสียหายอันเกิดจากความบาดเจ็บทางร่างกายของผู้เอาประกันภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทาง และถ้าอุบัติเหตุนั้นๆ ทำให้เกิดผลดังต่อไปนี้<br />
</span></span></p>
<ul>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ บริษัทจะจ่ายค่าทดแทนให้ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์</span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การรักษาพยาบาล ถ้าผู้เอาประกันภัยได้รับบาดเจ็บโดยมีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยในระหว่างเดินทาง จนเป็นผลให้ผู้เอาประกันต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน โดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์ตามกฎหมาย หรือโดยพยาบาลที่มีใบอนุญาต บริษัทจะชดเชยค่าใช้จ่ายที่ผู้เอาประกันภัยได้ใช้จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินจำนวนเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ทั้งนี้ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการรักษาพยาบาลกรณีฉุกเฮิน ค่าเดินทาง และที่พักสำหรับญาติใกล้ขิดเพื่อดูแล และร่วมเดินทางกลับประเทศภูมิลำเนาในกรณีที่ผู้เอาประกันไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้</span></span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">แม่ว่าเราจะท่องเที่ยว หรือต้องไปทำงานในต่างถิ่นนั้น อาจมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาท และลดความกังวลใจ เดินทางในครั้งใด ควรทำประกันภัยอุบัติเหตุการเดินทางไว้ จะช่วยให้เราอุ่นใจได้ในทุกสถานการณ์</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">source: <a href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2/" target="_blank">กรุงเทพประกันภัย</a></span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รับมือตัวแทนเสนอขายแบบประกัน</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Jan 2009 23:00:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai insurance knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[thaiinsurance]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันภัย]]></category>
		<category><![CDATA[รับมือตัวแทนเสนอขายแบบประกัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=353</guid>
		<description><![CDATA[
พร้อมรับมือตัวแทนเสนอขายแบบประกันชีวิต
ที่ผ่านมาเราได้ทำความรู้จักกับการประกันชีวิตมาพอสมควรแล้วว่ามีประโยชน์อย่างไร แล้วถ้ามีตัวแทนประกันชีวิตมาเสนอขายประกันชีวิต ผู้ที่สนใจจะทำประกันจะทำอย่างไรดี ในเรื่องนี้เรามีข้อแนะนำวิธีการรับมือดังนี้

ขอดูใบอนุญาตการเป็นตัวแทนประกันชีวิต ซึ่งออกโดยกรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ หรือ ปัจจุบันคือ คปภ. นั่นเอง
ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการประกันชีวิตให้เข้าใจ เตือนตัวเองเสมอว่า อย่ารีบตัดสินใจหรือลงลายมือชื่อในเอกสารใดๆ แต่ควรตรวจดูว่าเอกสารนั้นเป็นเอกสารอะไรมีผลอย่างไรกับตัวเราบ้าง
ให้ตัวแทนประกันชีวิต นำตัวอย่างสำเนากรมธรรม์ประกันภัยมาอธิบายให้ฟัง เพราะในสำเนากรมธรรม์นั้น จะช่วยให้ทราบถึงแบบประกันชีวิต ผลประโยชน์ที่คุณจะได้รับจะต้องระบุไว้ในกรมธรรม์
ให้ตัวแทนประกันชีวิตเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร และลงนามเป็นหลักฐานว่า ได้เสนอขายการประกันชีวิตแบบอะไรให้กับตัวเรา ด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัยเท่าไหร่ แนบมาพร้อมสำเนากรมธรรม์ตามข้อ 3
เก็บหลักฐานตามข้อ 3 และข้อ 4 ไว้ เพื่อเปรียบเทียบกับกรมธรรม์ที่จะได้รับจริง เมื่อตัดสินใจทำประกันชีวิต ถ้ากรมธรรม์ที่รับนั้นไม่ถูกต้องกับแบบที่ตัวแทนประกันชีวิตนำเสนอขาย ให้รีบแจ้งบริษัทเพื่อเปลี่ยนแปลงกรมธรรม์ทันที

จะเห็นว่า ถ้าถือปฎิบัติได้ตามขั้นตอนที่กล่าวมา ก็จะได้รับความคุ้มครองตามที่ต้องการ
source: source-thaiinsurance
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img align="left" style="margin-right: 10px;" src="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/wp-content/uploads/2009/01/girl.jpg" alt="" /></p>
<h3>พร้อมรับมือตัวแทนเสนอขายแบบประกันชีวิต</h3>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ที่ผ่านมาเราได้ทำความรู้จักกับการประกันชีวิตมาพอสมควรแล้วว่ามีประโยชน์อย่างไร แล้วถ้ามีตัวแทนประกันชีวิตมาเสนอขายประกันชีวิต ผู้ที่สนใจจะทำประกันจะทำอย่างไรดี ในเรื่องนี้เรามีข้อแนะนำวิธีการรับมือดังนี้</span></span></p>
<ol>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ขอดูใบอนุญาตการเป็นตัวแทนประกันชีวิต ซึ่งออกโดยกรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ หรือ ปัจจุบันคือ <a href="http://www.oic.or.th/index.php" target="_blank">คปภ.</a> นั่นเอง</span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการประกันชีวิตให้เข้าใจ เตือนตัวเองเสมอว่า อย่ารีบตัดสินใจหรือลงลายมือชื่อในเอกสารใดๆ แต่ควรตรวจดูว่าเอกสารนั้นเป็นเอกสารอะไรมีผลอย่างไรกับตัวเราบ้าง</span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ให้ตัวแทนประกันชีวิต นำตัวอย่างสำเนากรมธรรม์ประกันภัยมาอธิบายให้ฟัง เพราะในสำเนากรมธรรม์นั้น จะช่วยให้ทราบถึงแบบประกันชีวิต ผลประโยชน์ที่คุณจะได้รับจะต้องระบุไว้ในกรมธรรม์</span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ให้ตัวแทนประกันชีวิตเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร และลงนามเป็นหลักฐานว่า ได้เสนอขายการประกันชีวิตแบบอะไรให้กับตัวเรา ด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัยเท่าไหร่ แนบมาพร้อมสำเนากรมธรรม์ตามข้อ 3</span></span></li>
<li><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เก็บหลักฐานตามข้อ 3 และข้อ 4 ไว้ เพื่อเปรียบเทียบกับกรมธรรม์ที่จะได้รับจริง เมื่อตัดสินใจทำประกันชีวิต ถ้ากรมธรรม์ที่รับนั้นไม่ถูกต้องกับแบบที่ตัวแทนประกันชีวิตนำเสนอขาย ให้รีบแจ้งบริษัทเพื่อเปลี่ยนแปลงกรมธรรม์ทันที</span></span></li>
</ol>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">จะเห็นว่า ถ้าถือปฎิบัติได้ตามขั้นตอนที่กล่าวมา ก็จะได้รับความคุ้มครองตามที่ต้องการ</span></span></p>
<p>source: <a href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/source-thaiinsurance/" target="_blank">source-thaiinsurance</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วางแผนการเงินในปี 2552</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2552/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2552/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2009 23:00:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai insurance knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนการเงิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=344</guid>
		<description><![CDATA[
เทคนิคการจัดการ วางแผนการเงินในปี 2552
Suze Orman&#8217;s 2009 Action Plan
source: www.oprah.com
เงินไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชีวิต แต่เป็นชีวิตประจำวันของพวกเรา Suze Orman เป็นนักวางแผนการเงินที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา  ผลงานเขียนหลายๆ เล่ม เกี่ยวกับเรื่องการวางแผนการเงินของ Suze Orman ติดอันดับ 1 หนังสือ Best Seller ในสหรัฐอเมริกา
Suze Orman&#8217;s 2009 Action Plan  เป็นหนังสือที่เธอเขียนครอบคลุมทุก เรื่องที่เกี่ยวกับการเงินไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครดิต การสะสมเงินทอง การวางแผนระยะยาวจนถึงวัยเกษียณ รวมทั้งเรื่องหุ้นและอสังหาริมทรัพย์
พร้อมทั้งแนวทางอยู่รอดปลอดภัยจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในตอนนี้
Download it here.
CONTENTS
1 2009: The New Reality 
2 A Brief History of How We Got Here 
3 Action Plan: Credit 
- Falling [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img align="left" style="margin-right: 10px;" src="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/wp-content/uploads/2009/01/2009-action-plan.jpg" alt="" /></p>
<h3><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เทคนิคการจัดการ วางแผนการเงินในปี 2552</span></span></strong></h3>
<p>Suze Orman&#8217;s 2009 Action Plan</p>
<p>source: <a href="http://www.oprah.com" target="_blank">www.oprah.com</a></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เงินไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชีวิต แต่เป็นชีวิตประจำวันของพวกเรา Suze Orman เป็นนักวางแผนการเงินที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา  ผลงานเขียนหลายๆ เล่ม เกี่ยวกับเรื่องการวางแผนการเงินของ Suze Orman ติดอันดับ 1 หนังสือ Best Seller ในสหรัฐอเมริกา</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">Suze Orman&#8217;s 2009 Action Plan  เป็นหนังสือที่เธอเขียนครอบคลุมทุก เรื่องที่เกี่ยวกับการเงินไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครดิต การสะสมเงินทอง การวางแผนระยะยาวจนถึงวัยเกษียณ รวมทั้งเรื่องหุ้นและอสังหาริมทรัพย์<br />
พร้อมทั้งแนวทางอยู่รอดปลอดภัยจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในตอนนี้</span></span></p>
<p><a href="http://www.thaiinsuranceetc.com/pdf/action_plan_english.pdf" target="_blank">Download it here.</a></p>
<p><strong>CONTENTS</strong></p>
<p>1 2009: The New Reality </p>
<p>2 A Brief History of How We Got Here </p>
<p>3 Action Plan: Credit <br />
- Falling credit lines<br />
- Rising interest rates<br />
- FICO scores under pressure<br />
- Repayment plan<br />
- Debt consolidation<br />
- Borrowing from 401(k)<br />
- Borrowing from home equity line of credit<br />
- Bankruptcy<br />
- Collection agencies</p>
<p>4 Action Plan: Retirement Investing <br />
- The case for stocks<br />
- Allocation strategies<br />
- 401(k) loan/early withdrawal<br />
- IRA rollover<br />
- Retiree income strategy<br />
- Roth IRA conversion</p>
<p>5 Action Plan: Saving <br />
- FDIC insurance<br />
- Money market deposits<br />
- Eight-month emergency fund<br />
- Credit squeeze</p>
<p>6 Action Plan: Spending <br />
- Expense/income worksheet<br />
- Finding ways to save<br />
- Needs vs. wants<br />
- Insurance saving tips<br />
- Car loans<br />
- Diffi cult choices<br />
- A challenge from Suze for 2009</p>
<p>7 Action Plan: Real Estate <br />
- Mortgage-modifi cation options<br />
- Short sales<br />
- Foreclosure<br />
- Home equity line of credit<br />
- Home values<br />
- First-time-buying tips<br />
- Pre-retirement strategy<br />
- Vacation homes</p>
<p>8 Action Plan: Paying for College <br />
- 529 allocation strategy<br />
- What you can afford<br />
- Federal loan strategy<br />
- Stafford student loans<br />
- PLUS parent loans<br />
- HELOC loans/401(k) loans<br />
- Private student loans<br />
- Repayment<br />
- Consolidation</p>
<p>9 Action Plan: Protecting Your Family and<br />
Yourself 185<br />
- Job-loss strategies<br />
- Hope for the best, prepare for the worst<br />
- Health insurance<br />
- Life insurance</p>
<p>10 The Road Ahead </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2552/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

