Waiver
Waiver
คำศัพท์คำว่า Waiver เราจะพบเเห็นคำนี้บ่อยมากขึ้นเมื่อต้องยุ่งเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางกฏหมาย คำว่า Waiver นั้นมาจาก Waive ซึ่งตามพจนานุกรมไทยหมายถึง การสละ[สิทธิ์] ละทิ้งจาก หรือการทิ้งแต่ในทางกฏหมายนั้น หมายถึง การสละสิทธิ์ ซึ่งกระทำโดยการบอกกล่าวอย่างชัดเจน หรือโดยการไม่ใช้สิทธิ์ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีสิทธิ์
ในสัญญาประกันชีวิต หรือกรมธรรม์นั้นมีคำนี้ปรากฏบ่อยทีเดียว ที่พบเห็นมากที่สุดคือ Waiver of premium Disability benefit พจนานุกรมศัพท์ประกันให้คำจำกัดความว่า การยกเว้นเบี้ยประกันภัยเพราะทุพลภาพ
หมายความว่า กรมธรรม์ชีวิตส่วนใหญ่จะให้ความคุ้มครอง หรือผลประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้เอาประกันภัยในกรณีทุพลภาพอย่างสิ้นเชิงและถาวร โดยให้สิทธิ์ว่าผู้เอาประกันไม่ต้องชำระเบี้ยฯ อีกต่อไป แต่กรมธรรม์จะมีผลบังคับตามปรกติจนกว่าจะสิ้นสุดตามกำหนด
I decided to buy a life insurance from this insurance company because it provides the waiver of premium disability benefit.
ผม [ดิฉัน] ตัดสินใจซื้อประกันชีวิตจากบริษัทนี้เพราะในกรมธรรม์ให้ผลประโยชน์ยกเว้นชำระเบี้ยประกันเพราะทุพลภาพ
การทำประกันชีวิตที่ถุกวิธี
ขั้นตอนการทำประกันชีวิตที่ถุกวิธี
บ่อยครั้งที่มักพบว่าผู้เอาประกันภัย ทำประกันภัยด้วยความเกรงใจ หรือเกิดจากการชักชวนของตัวแทนประกันชีวิตจนทำให้มีผู้เอาประกันภัยจำนวนไม่ น้อยที่ทำประกันชีวิตโดยไม่รู้ว่าเงื่อนไขสัญญา และลักษณะกรมธรรม์เป็นอย่างไร แต่เมื่อตัดสินใจทำประกันชีวิตแล้ว ไม่ว่าผู้ที่มาเสนอขายจะเป็นญาติ เพื่อนสนิท หรือใครก็ตาม สิ่งสำคัญที่ผู้เอาประกันต้องระลึกถึง และใช้ในการพิจารณาเพื่อตัดสินใจซื้อประกันชีวิต คือ
- แบบประกันชีวิต ซึ่งควรเลือกกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครอง และมีเงื่อนไขการจ่ายเงินและผลประโยชน์ตรงกับความต้องการของตนเองมากที่สุด เพราะการประกันชีวิตแต่ละแบบมีความคุ้มครองและผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน
- ความ สามารถในการชำระเบี้ย ในเรื่องนี้ผู้ที่จะทำประกันจะต้องประมาณจำนวนเงินที่พอที่จะชำระเบี้ย ประกันภัยได้ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัย เพราะหากไม่สามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัยก้จะทำให้ กรมธรรม์ขาดผลบังคับ และสิ้นสุดความคุ้มครองทำให้เสียประโยชน์ที่พึงจะได้รับ
- กรอกใบคำขอเอาประกันภัยตามความเป็นจริงทุกประการด้วยตนเอง หรือหากผู้อื่นกรอกให้จะต้องตรวจสอบความถูกต้องก่อนลงลายมือชื่อ
- เมื่อ กรอกใบคำขอเอาประกันภัยเรียบร้อยแล้ว และทำการชำระเบี้ยประกันภัยงวดแรกแล้ว ต้องเรียกใบเสร็จรับเงินชำระเบี้ยประกันภัยชั่วคราว จากตัวแทนประกันชีวิตเพื่อเก้บไว้เป็นหลักฐานด้วย
- เมื่อ ได้รับกรมธรรม์พร้อมใบเสร็จรับเงินแล้ว ให้ตรวจสอบรายละเอียด โดยเแพาะข้อมูลที่ระบุไว้ในหน้า ตารางกรมธรรม์ว่าถูกต้องตรงกับความประสงค์ซึ่งแจ้งไว้ในใบคำขอเอาประกันภัย หรือไม่ หากพบความผิดพลาดให้รีบแจ้งบริษัทเพื่อแก้ไขทันที
- อ่านกรมธรรม์โดยละเอียด เพื่อศึกษาเงื่อนไขของกรมธรรม์ทั้งหน้าที่และสิทธิประโยชน์ที่พึงจะได้รับ
ยกเลิกกรมธรรม์จะได้เงินคืนหรือไม่
ยกเลิกกรมธรรม์จะได้เงินคืนหรือไม่
การที่ผู้เอาประกันยกเลิกการทำประกันชีวิตก่อนที่กรมธรรม์จะครบกำหนดสัญญา โดยเฉพาะถ้าเป็นการยกเลิกในปีแรกของการทำประกันชีวิตผู้เอาประกันภัยจะไม่ได้รับเงินที่จ่ายไปแล้วคืน เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายในปีแรกค่อนข้างสูง เช่น ค่าออกกรมธรรม์ ค่าตรวจสุขภาพ ค่าบำเหน็จ ตัวแทนประกันชีวิต จากค่าใช้จ่ายที่สูงนี้ จึงทำให้ไม่มีเงินคืนให้แก่ผู้เอาประกันภัย แต่ถ้าผู้เอาประกันภัยได้ชำระเบี้ยประกันภัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือกรมธรรม์มีมูลค่าเวนคืนเงินสดเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินคืนตามมูลค่าเวนคืนเงินสด ดังที่ปรากฏในตารางมูลค่ากรมธรรม์ประกันภัย
แสดงจำนวนเบี้ยประกันภัย ค่าใช้จ่าย และมูลค่าเวนคืน เงินสดของแบบสะสมทรัพย์ 20/20 จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท เพศชาย อายุ 35 ปี
| สิ้นปีกรมธรรม์ที่ | จำนวนเบี้ยประกันภัย | ค่าใช้จ่าย | เงินสำรองประกันภัย | มูลค่าเวนคืนเงินสด |
| 1 | 4,525 | 5,473 | 0 | 0 |
| 2 | 4,525 | 853 | 3,100 | 1,600 |
| 3 | 4,525 | 853 | 6,500 | 4,800 |
| 4 | 4,525 | 853 | 10,000 | 8,500 |
| 5 | 4,525 | 853 | 13,600 | 12,300 |
| 6 | 4,525 | 853 | 17,500 | 16,700 |
| 7 | 4,525 | 853 | 21,600 | 21,600 |
| 8 | 4,525 | 853 | 25,900 | 5,9009 |
| 2 | 4,525 | 853 | 30,400 | 30,400 |
| 10 | 4,525 | 853 | 35,200 | 35,200 |
| 11 | 4,525 | 853 | 40,200 | 40,200 |
| 12 | 4,525 | 853 | 45,500 | 45,500 |
| 13 | 4,525 | 853 | 51,000 | 51,000 |
| 14 | 4,525 | 853 | 56,900 | 56,900 |
| 15 | 4,525 | 853 | 63,100 | 63,100 |
| 16 | 4,525 | 853 | 69,600 | 69,600 |
| 17 | 4,525 | 853 | 76,600 | 76,500 |
| 18 | 4,525 | 853 | 83,900 | 83,900 |
| 19 | 4,525 | 853 | 91,700 | 91,700 |
| 20 | 4,525 | 853 | 100,000 | 100,000 |
* ค่าใช้จ่าย คำนวณตามประกาศกรมธรรม์ประกันภัย หรือปัจจุบันคือ คปภ. เรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบอัตราเบี้ยประกัน
* เงินสำรองประกันภัย หมายถึง เบี้ยประกันภัยหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆๆ ที่บริษัทจัดเก็บไว้เพื่อจาสยให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามเงื่อนไขกรมธรรม์
* มูลค่าเวนคืนเงินสด หมายถึง จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเมื่อขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย
จะเห็นว่า เบี้ยประกันภัยจำนวน 4,525 บาท ที่จ่ายไปในปีแรกนั้นมีจำนวนที่น้อยกว่าค่าใช้จ่ายในปีแรก ซึ่งมีจำนวนเงิน 5,473 บาท เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายในปีแรกสูง ทำให้ค่าใช้จ่ายดังกล่าวนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่คำนวนตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยให้คำนวณค่าใช้จ่ายในแต่ละปีของกรมธรรม์ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตลอดอายุกรมธรรม์
โดยจะสังเกตุว่า มูลค่าเวนคืนเงินสดจะมีจำนวนน้อยกว่าเบี้ยประกันภัยที่ได้ชำระไป แต่จะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นจนมีจำนวนเท่ากับจำนวนเงินเอาประกันภัยเมื่อกรมธรรม์ครบกำหนด การทำประกันชีวิตภ้าผู้เอาประกันภัยยกเลิกกรมธรรม์ เมื่อกรมธรรม์มีอายุกรมธรรม์น้อยๆ ผู้เอาประกันภัยได้รับเงินคืนน้อยเมื่อเทียบกับเบี้ยประกันที่ได้ชำระไป ดังนั้น ผู้เอาประกันภัยไม่ควรจะยกเลิกกรมธรรม์ก่อนกรมธรรม์ครบกำหนด
ประกันขีวิตกับการลดหย่อนภาษี

ประกันขีวิตกับการลดหย่อนภาษี
ถ้าทางผู้เอาประกัน ที่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่แล้ว คือมีก่อน 1 มกราคม 2552 ก็ถือว่าเป็นเรื่องเดิม ยังได้สิทธิประโยชน์การลดหย่อนเหมือนเดิม ตามตัวใบเสร็จที่ออกให้ สูงสุดคือ หนึ่งแสนบาท
ในกรณีหลัง 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป ใบเสร็จรับเงินจะแยกเป็นรายการ เบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันภัยอื่นๆ และเบี้ยรวม ซึ่งเฉพาะเบี้ยประกันชีวิตเท่านั้น ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการ่นำมาหักลดหย่อนภาษีได้ และไม่เกิน หนึ่งแสนบาท
มีรายละเอียดเพิ่มเติม เบี้ยประกันชีวิตประเภทอะไร แบบไหน โดยหลักการจะเหมือนเดิม คือแบบประกันชีวิตที่คุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป และหากมีการคืนเงินในระหว่างปี ของการชำระเบี้ยประกันคืนได้แต่ไม่เกิน 20 % ของเบี้ยที่ชำระในปีนั้นๆ
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการวางแผนการเงิน

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการวางแผนการเงิน
การวางแผนการเงินหรือ financial planning จัดว่าเป็นบริการแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้หลายท่านที่ยังไม่คุ้นเคยอาจคิดไปว่าการวางแผนการเงินก็เป็นเรื่องเดียวกันกับการบริการความมั่งคั่งหรือ wealth management ซึ่งฟังดูจะเป็นเรื่องของคนรวยที่มีความมั่งคั่งหรือ wealth มากกว่า ดังนั้น คนที่มีความมั่งคั่งบ้างแค่พอประมาณก็อาจไม่ต้องใส่ใจกับเรื่องวางแผนการเงินก็ได้… แต่จริงๆ แล้วการวางแผนการเงินกับการบริหารความมั่งคั่งไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และการวางแผนการเงินก็เป็นเรื่องของประชาชนทุกฐานะอีกด้วย
การวางแผนการเงินกับการบริหารความมั่งคั่ง เป็นคนละเรื่องกัน
แม้ว่าทั้งการวางแผนการเงิน กับการบริหารความมั่งคั่งจะมีส่วนคล้ายกัน ในแง่ของการมีผู้ให้คำปรึกษาที่เรียกว่า financial planner / financial consultant เข้ามาช่วยดูแลให้คำแนะนำว่าควรจะจัดการสินทรัพย์และกระแสเงินที่มอี ยู่อยา่ งไรนั้น แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับขอบเขตที่บริการทั้งสองอย่างครอบคลุมอยู่

