Browsing Category: "Thai insurance knowledge"

Waiver

May 6th, 2009 | Posted in Thai insurance knowledge

 

Waiver

คำศัพท์คำว่า Waiver เราจะพบเเห็นคำนี้บ่อยมากขึ้นเมื่อต้องยุ่งเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางกฏหมาย คำว่า Waiver นั้นมาจาก Waive ซึ่งตามพจนานุกรมไทยหมายถึง การสละ[สิทธิ์] ละทิ้งจาก หรือการทิ้งแต่ในทางกฏหมายนั้น หมายถึง การสละสิทธิ์ ซึ่งกระทำโดยการบอกกล่าวอย่างชัดเจน หรือโดยการไม่ใช้สิทธิ์ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีสิทธิ์

ในสัญญาประกันชีวิต หรือกรมธรรม์นั้นมีคำนี้ปรากฏบ่อยทีเดียว ที่พบเห็นมากที่สุดคือ Waiver of premium Disability benefit พจนานุกรมศัพท์ประกันให้คำจำกัดความว่า การยกเว้นเบี้ยประกันภัยเพราะทุพลภาพ

หมายความว่า กรมธรรม์ชีวิตส่วนใหญ่จะให้ความคุ้มครอง หรือผลประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้เอาประกันภัยในกรณีทุพลภาพอย่างสิ้นเชิงและถาวร โดยให้สิทธิ์ว่าผู้เอาประกันไม่ต้องชำระเบี้ยฯ อีกต่อไป แต่กรมธรรม์จะมีผลบังคับตามปรกติจนกว่าจะสิ้นสุดตามกำหนด

I decided to buy a life insurance from this insurance company because it provides the waiver of premium disability benefit.
ผม [ดิฉัน] ตัดสินใจซื้อประกันชีวิตจากบริษัทนี้เพราะในกรมธรรม์ให้ผลประโยชน์ยกเว้นชำระเบี้ยประกันเพราะทุพลภาพ

 


การทำประกันชีวิตที่ถุกวิธี

April 19th, 2009 | Posted in Thai insurance knowledge

ขั้นตอนการทำประกันชีวิตที่ถุกวิธี

บ่อยครั้งที่มักพบว่าผู้เอาประกันภัย ทำประกันภัยด้วยความเกรงใจ หรือเกิดจากการชักชวนของตัวแทนประกันชีวิตจนทำให้มีผู้เอาประกันภัยจำนวนไม่ น้อยที่ทำประกันชีวิตโดยไม่รู้ว่าเงื่อนไขสัญญา และลักษณะกรมธรรม์เป็นอย่างไร แต่เมื่อตัดสินใจทำประกันชีวิตแล้ว ไม่ว่าผู้ที่มาเสนอขายจะเป็นญาติ เพื่อนสนิท หรือใครก็ตาม สิ่งสำคัญที่ผู้เอาประกันต้องระลึกถึง และใช้ในการพิจารณาเพื่อตัดสินใจซื้อประกันชีวิต คือ

  1. แบบประกันชีวิต ซึ่งควรเลือกกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครอง และมีเงื่อนไขการจ่ายเงินและผลประโยชน์ตรงกับความต้องการของตนเองมากที่สุด เพราะการประกันชีวิตแต่ละแบบมีความคุ้มครองและผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน
  2. ความ สามารถในการชำระเบี้ย ในเรื่องนี้ผู้ที่จะทำประกันจะต้องประมาณจำนวนเงินที่พอที่จะชำระเบี้ย ประกันภัยได้ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัย เพราะหากไม่สามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัยก้จะทำให้ กรมธรรม์ขาดผลบังคับ และสิ้นสุดความคุ้มครองทำให้เสียประโยชน์ที่พึงจะได้รับ
  3. กรอกใบคำขอเอาประกันภัยตามความเป็นจริงทุกประการด้วยตนเอง หรือหากผู้อื่นกรอกให้จะต้องตรวจสอบความถูกต้องก่อนลงลายมือชื่อ
  4. เมื่อ กรอกใบคำขอเอาประกันภัยเรียบร้อยแล้ว และทำการชำระเบี้ยประกันภัยงวดแรกแล้ว ต้องเรียกใบเสร็จรับเงินชำระเบี้ยประกันภัยชั่วคราว จากตัวแทนประกันชีวิตเพื่อเก้บไว้เป็นหลักฐานด้วย
  5. เมื่อ ได้รับกรมธรรม์พร้อมใบเสร็จรับเงินแล้ว ให้ตรวจสอบรายละเอียด โดยเแพาะข้อมูลที่ระบุไว้ในหน้า ตารางกรมธรรม์ว่าถูกต้องตรงกับความประสงค์ซึ่งแจ้งไว้ในใบคำขอเอาประกันภัย หรือไม่ หากพบความผิดพลาดให้รีบแจ้งบริษัทเพื่อแก้ไขทันที
  6. อ่านกรมธรรม์โดยละเอียด เพื่อศึกษาเงื่อนไขของกรมธรรม์ทั้งหน้าที่และสิทธิประโยชน์ที่พึงจะได้รับ

 


ยกเลิกกรมธรรม์จะได้เงินคืนหรือไม่

April 18th, 2009 | Posted in Thai insurance knowledge

ยกเลิกกรมธรรม์จะได้เงินคืนหรือไม่

การที่ผู้เอาประกันยกเลิกการทำประกันชีวิตก่อนที่กรมธรรม์จะครบกำหนดสัญญา โดยเฉพาะถ้าเป็นการยกเลิกในปีแรกของการทำประกันชีวิตผู้เอาประกันภัยจะไม่ได้รับเงินที่จ่ายไปแล้วคืน เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายในปีแรกค่อนข้างสูง เช่น ค่าออกกรมธรรม์ ค่าตรวจสุขภาพ ค่าบำเหน็จ ตัวแทนประกันชีวิต จากค่าใช้จ่ายที่สูงนี้ จึงทำให้ไม่มีเงินคืนให้แก่ผู้เอาประกันภัย แต่ถ้าผู้เอาประกันภัยได้ชำระเบี้ยประกันภัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือกรมธรรม์มีมูลค่าเวนคืนเงินสดเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินคืนตามมูลค่าเวนคืนเงินสด ดังที่ปรากฏในตารางมูลค่ากรมธรรม์ประกันภัย

แสดงจำนวนเบี้ยประกันภัย ค่าใช้จ่าย และมูลค่าเวนคืน เงินสดของแบบสะสมทรัพย์ 20/20 จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท เพศชาย อายุ 35 ปี

สิ้นปีกรมธรรม์ที่ จำนวนเบี้ยประกันภัย ค่าใช้จ่าย เงินสำรองประกันภัย มูลค่าเวนคืนเงินสด
1 4,525 5,473 0 0
2 4,525 853 3,100 1,600
3 4,525 853 6,500 4,800
4 4,525 853 10,000 8,500
5 4,525 853 13,600 12,300
6 4,525 853 17,500 16,700
7 4,525 853 21,600 21,600
8 4,525 853 25,900 5,9009
2 4,525 853 30,400 30,400
10 4,525 853 35,200 35,200
11 4,525 853 40,200 40,200
12 4,525 853 45,500 45,500
13 4,525 853 51,000 51,000
14 4,525 853 56,900 56,900
15 4,525 853 63,100 63,100
16 4,525 853 69,600 69,600
17 4,525 853 76,600 76,500
18 4,525 853 83,900 83,900
19 4,525 853 91,700 91,700
20 4,525 853 100,000 100,000

 * ค่าใช้จ่าย คำนวณตามประกาศกรมธรรม์ประกันภัย หรือปัจจุบันคือ คปภ. เรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบอัตราเบี้ยประกัน
* เงินสำรองประกันภัย หมายถึง เบี้ยประกันภัยหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆๆ ที่บริษัทจัดเก็บไว้เพื่อจาสยให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามเงื่อนไขกรมธรรม์
* มูลค่าเวนคืนเงินสด หมายถึง จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเมื่อขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย

จะเห็นว่า เบี้ยประกันภัยจำนวน 4,525 บาท ที่จ่ายไปในปีแรกนั้นมีจำนวนที่น้อยกว่าค่าใช้จ่ายในปีแรก ซึ่งมีจำนวนเงิน 5,473 บาท เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายในปีแรกสูง ทำให้ค่าใช้จ่ายดังกล่าวนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่คำนวนตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยให้คำนวณค่าใช้จ่ายในแต่ละปีของกรมธรรม์ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตลอดอายุกรมธรรม์

โดยจะสังเกตุว่า มูลค่าเวนคืนเงินสดจะมีจำนวนน้อยกว่าเบี้ยประกันภัยที่ได้ชำระไป แต่จะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นจนมีจำนวนเท่ากับจำนวนเงินเอาประกันภัยเมื่อกรมธรรม์ครบกำหนด การทำประกันชีวิตภ้าผู้เอาประกันภัยยกเลิกกรมธรรม์ เมื่อกรมธรรม์มีอายุกรมธรรม์น้อยๆ ผู้เอาประกันภัยได้รับเงินคืนน้อยเมื่อเทียบกับเบี้ยประกันที่ได้ชำระไป ดังนั้น ผู้เอาประกันภัยไม่ควรจะยกเลิกกรมธรรม์ก่อนกรมธรรม์ครบกำหนด

Source Thaiinsurance


ประกันขีวิตกับการลดหย่อนภาษี

February 11th, 2009 | Posted in Thai insurance knowledge

ประกันขีวิตกับการลดหย่อนภาษี

ถ้าทางผู้เอาประกัน ที่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่แล้ว คือมีก่อน 1 มกราคม 2552 ก็ถือว่าเป็นเรื่องเดิม ยังได้สิทธิประโยชน์การลดหย่อนเหมือนเดิม ตามตัวใบเสร็จที่ออกให้ สูงสุดคือ หนึ่งแสนบาท

ในกรณีหลัง 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป ใบเสร็จรับเงินจะแยกเป็นรายการ เบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันภัยอื่นๆ และเบี้ยรวม ซึ่งเฉพาะเบี้ยประกันชีวิตเท่านั้น ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการ่นำมาหักลดหย่อนภาษีได้ และไม่เกิน หนึ่งแสนบาท

มีรายละเอียดเพิ่มเติม เบี้ยประกันชีวิตประเภทอะไร แบบไหน โดยหลักการจะเหมือนเดิม คือแบบประกันชีวิตที่คุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป และหากมีการคืนเงินในระหว่างปี ของการชำระเบี้ยประกันคืนได้แต่ไม่เกิน 20 % ของเบี้ยที่ชำระในปีนั้นๆ

YouTube Preview Image


ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการวางแผนการเงิน

February 1st, 2009 | Posted in Thai insurance knowledge

การวางแผนการเงิน

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการวางแผนการเงิน

การวางแผนการเงินหรือ financial planning จัดว่าเป็นบริการแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้หลายท่านที่ยังไม่คุ้นเคยอาจคิดไปว่าการวางแผนการเงินก็เป็นเรื่องเดียวกันกับการบริการความมั่งคั่งหรือ wealth management ซึ่งฟังดูจะเป็นเรื่องของคนรวยที่มีความมั่งคั่งหรือ wealth มากกว่า ดังนั้น คนที่มีความมั่งคั่งบ้างแค่พอประมาณก็อาจไม่ต้องใส่ใจกับเรื่องวางแผนการเงินก็ได้… แต่จริงๆ แล้วการวางแผนการเงินกับการบริหารความมั่งคั่งไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และการวางแผนการเงินก็เป็นเรื่องของประชาชนทุกฐานะอีกด้วย

การวางแผนการเงินกับการบริหารความมั่งคั่ง เป็นคนละเรื่องกัน
แม้ว่าทั้งการวางแผนการเงิน กับการบริหารความมั่งคั่งจะมีส่วนคล้ายกัน ในแง่ของการมีผู้ให้คำปรึกษาที่เรียกว่า financial planner / financial consultant เข้ามาช่วยดูแลให้คำแนะนำว่าควรจะจัดการสินทรัพย์และกระแสเงินที่มอี ยู่อยา่ งไรนั้น แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับขอบเขตที่บริการทั้งสองอย่างครอบคลุมอยู่

Continue reading »


Page 1 of 712345»...Last »