<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ &#187; ประกันสุขภาพ</title>
	<atom:link href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/category/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog</link>
	<description>ไทยประกัน ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ การประกันภัย ความรู้แวดวงประกัน</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Dec 2010 04:52:16 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ประกันสูงวัย สบายใจ</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2009 07:16:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประกันสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันสูงวัย]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองไทยประกันชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=481</guid>
		<description><![CDATA[
เมืองไทย สูงวัย สบายใจ ซึ่งเป็นกรมธรรม์คุ้มครองชีวิต 10 ปี จ่ายเบี้ย 10 ปี พร้อมความคุ้มครองกรณีโรคร้ายแรง 5 โรคสำคัญ ได้แก่ มะเร็ง, หัวใจวาย หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน, โรคหลอดเลือดในสมอง, การผ่าตัดเปิดหัวใจด้วยวิธีบายพาส และทุพพลภาพสินเชิงถาวร
แบบประกันนี้จะมีให้เลือก 3 แผนตามระดับทุนประกัน โดยมีค่าชดเชยกรณีตรวจพบโรคร้ายแรงสูงสุด 5 แสนบาท และความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตอีก 2.5 แสนบาท เริ่มรับประกันตั้งแต่อายุ 20-65 ปี และเน้นกลุ่มหลักที่มีอายุตั้งแต่ 50-65 ปี ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคร้ายแรงดังกล่าว โดยค่าเบี้ยจะขึ้นอยู่กับเพศ อายุ รายละเอียดเฉพาะบุคคล และแผนที่เลือกซื้อ
ผู้ที่สนใจสามารถซื้อกรมธรรม์นี้ผ่านทุกช่องทางที่บริษัทมีอยู่ได้ทันที ซึ่งภายใต้กลยุทธ์หลักของบริษัทมีการทำตลาดผ่านหลากหลายช่องทางอยู่แล้ว นอกจากนี้ บริษัทยังได้ออกภาพยนตร์โฆษณามาโปรโมทแบบประกันนี้ พร้อมกับเปิดช่องทางการขายผ่านโทรศัพท์แบบใหม่ ซึ่งผู้ที่ชมโฆษณาแล้วสนใจแบบประกันสามารถโทรเข้ามาซื้อได้ทันที โดยแบบประกันนี้ออกแบบให้ขายง่าย เนื่องจากไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพียงตอบคำถามสุขภาพ 3 ข้อเท่านั้น
ภายใต้โครงการประกันสุขภาพ เมืองไทย สูงวัย สบายใจ จับกลุ่มลูกค้า ที่อยู่ในวัยใกล้ เกษียณ จนถึงเกษียณอายุ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img align="left" style="margin-right: 10px;" src="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/wp-content/uploads/2009/08/elderly-comfortable.jpg" alt="ประกันสูงวัย สบายใจ" title="ประกันสูงวัย สบายใจ" /></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เมืองไทย สูงวัย สบายใจ</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> ซึ่งเป็นกรมธรรม์คุ้มครองชีวิต 10 ปี จ่ายเบี้ย 10 ปี พร้อมความคุ้มครองกรณีโรคร้ายแรง 5 โรคสำคัญ ได้แก่ มะเร็ง, หัวใจวาย หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน, โรคหลอดเลือดในสมอง, การผ่าตัดเปิดหัวใจด้วยวิธีบายพาส และทุพพลภาพสินเชิงถาวร</p>
<p>แบบประกันนี้จะมีให้เลือก 3 แผนตามระดับทุนประกัน โดยมีค่าชดเชยกรณีตรวจพบโรคร้ายแรงสูงสุด 5 แสนบาท และความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตอีก 2.5 แสนบาท เริ่มรับประกันตั้งแต่อายุ 20-65 ปี และเน้นกลุ่มหลักที่มีอายุตั้งแต่ 50-65 ปี ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคร้ายแรงดังกล่าว โดยค่าเบี้ยจะขึ้นอยู่กับเพศ อายุ รายละเอียดเฉพาะบุคคล และแผนที่เลือกซื้อ</p>
<p>ผู้ที่สนใจสามารถซื้อกรมธรรม์นี้ผ่านทุกช่องทางที่บริษัทมีอยู่ได้ทันที ซึ่งภายใต้กลยุทธ์หลักของบริษัทมีการทำตลาดผ่านหลากหลายช่องทางอยู่แล้ว นอกจากนี้ บริษัทยังได้ออกภาพยนตร์โฆษณามาโปรโมทแบบประกันนี้ พร้อมกับเปิดช่องทางการขายผ่านโทรศัพท์แบบใหม่ ซึ่งผู้ที่ชมโฆษณาแล้วสนใจแบบประกันสามารถโทรเข้ามาซื้อได้ทันที โดยแบบประกันนี้ออกแบบให้ขายง่าย เนื่องจากไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพียงตอบคำถามสุขภาพ 3 ข้อเท่านั้น</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ภายใต้โครงการประกันสุขภาพ <strong>เมืองไทย สูงวัย สบายใจ</strong> จับกลุ่มลูกค้า ที่อยู่ในวัยใกล้ เกษียณ จนถึงเกษียณอายุ ด้วย 3 แผนความคุ้มครอง ได้แก่ แผนที่ 1 คุ้มครอง 7.8 หมื่นบาท และสัญญาเพิ่มโรคร้ายแรง 1.5 แสนบาท <br />
แผนที่ 2 คุ้มครองชีวิต 1.25 แสนบาท และสัญญาเพิ่มเติมโรคร้ายแรง 2.5 แสนบาท <br />
แผนที่ 3 คุ้มครองชีวิต 2.5 แสนบาท และสัญญาเพิ่มเติมโรคร้ายแรง 5 แสนบาท ระยะเวลาความคุ้มครอง 10 ปี ชำระเบี้ยประกัน 10 ปี รับประกันผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 20&ndash;65 ปี และสามารถต่ออายุเพื่อรับความคุ้มครองได้ถึงอายุ 70 ปี โดยให้ความคุ้มครอง 5 โรคร้ายแรง </span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">สอบถามเพิ่มเติม เมืองไทยประกันชีวิต </span></span>www.muangthai.co.th</p>
<p><a href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%88/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การวางแผนสุขภาพในวัย40+</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a240/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a240/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 14 May 2009 14:32:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประกันสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนสุขภาพสำหรับวัย 40 ปี]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนสุขภาพส่วนบุคคล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=445</guid>
		<description><![CDATA[การวางแผนสุขภาพสำหรับวัย 40 ปีขึ้นไป
ในการตรวจโรคประจำปี เรามักจะนึกถึงการคาดการณ์ว่าเราเป็นโรคอะไร ป่วยเป็นอะไร เป็นมะเร็งหรือเปล่า เป็นโรคหัวใจหรือเปล่า แต่จริงๆ มันมีมากกว่านั้น ต้องเจาะลึกลงไปถึงความเสี่ยงสุขภาพของแต่ละบุคคล ซึ่งแต่ละบุคคลความเสี่ยงไม่เหมือนกัน จากนั้นจึงมาวางแผนสุขภาพส่วนบุคคล ความเสี่ยงสุขภาพในปัจจุบันส่วนใหญ่เราจะไปรักษาด้วยยา แต่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจะทำให้ความเสี่ยงสุขภาพลดน้อยลง
หลักฐานทางการแพทย์ใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มที่คนเราเป็นกันมากๆ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง การรักษาด้วยยาไม่ใช่ทางออก การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเป็นทางออก คุณหมอจะเป็นคนวิเคราะห์ความเสี่ยงสุขภาพของแต่ละบุคคล จะทำแผนสุขภาพประจำตัวแล้วก็เป็นหมอประจำตัว ติดตามดูอาการกันไปตลอด จะมีฐานข้อมูลเก็บไว้เป็นระยะๆ ตอนไหนต้องฉีดวัคซีน ช่วงนี้ออกกำลังน้อยเกินไป ต้องคอยดูตามอาการกันไปเพื่อที่จะช่วยปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เพื่อให้ตัวเองมีสุขภาพที่ดี
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a240/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
<h3><strong><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">การวางแผนสุขภาพสำหรับวัย 40 ปีขึ้นไป</span></span></strong></h3>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">ในการตรวจโรคประจำปี เรามักจะนึกถึงการคาดการณ์ว่าเราเป็นโรคอะไร ป่วยเป็นอะไร เป็นมะเร็งหรือเปล่า เป็นโรคหัวใจหรือเปล่า แต่จริงๆ มันมีมากกว่านั้น ต้องเจาะลึกลงไปถึงความเสี่ยงสุขภาพของแต่ละบุคคล ซึ่งแต่ละบุคคลความเสี่ยงไม่เหมือนกัน จากนั้นจึงมาวางแผนสุขภาพส่วนบุคคล ความเสี่ยงสุขภาพในปัจจุบันส่วนใหญ่เราจะไปรักษาด้วยยา แต่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจะทำให้ความเสี่ยงสุขภาพลดน้อยลง</span></span></p>
<p><strong><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">หลักฐานทางการแพทย์ใหม่ๆ</span></span></strong><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;"> โดยเฉพาะในกลุ่มที่คนเราเป็นกันมากๆ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง การรักษาด้วยยาไม่ใช่ทางออก การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเป็นทางออก คุณหมอจะเป็นคนวิเคราะห์ความเสี่ยงสุขภาพของแต่ละบุคคล จะทำแผนสุขภาพประจำตัวแล้วก็เป็นหมอประจำตัว ติดตามดูอาการกันไปตลอด จะมีฐานข้อมูลเก็บไว้เป็นระยะๆ ตอนไหนต้องฉีดวัคซีน ช่วงนี้ออกกำลังน้อยเกินไป ต้องคอยดูตามอาการกันไปเพื่อที่จะช่วยปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เพื่อให้ตัวเองมีสุขภาพที่ดี</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a240/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความดันโลหิตสูง</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 22 Apr 2009 10:29:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประกันสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Hypertension]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันโลหิตสูง]]></category>
		<category><![CDATA[โรคความดันโลหิตสูง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=440</guid>
		<description><![CDATA[
ความดันโลหิตสูง
Hypertension
ความดันโลหิต คือแรงดันในการส่งเลือดในหลอดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ในการวัดความดันจะมี 2 ค่า คือตัวเลขตัวบน (Systolic Blood Pressure) คือค่าแรงดันเลือดขณะหัวใจบีบตัว และตัวเลขตัวล่าง (Diastolic Pressure) คือแรงดันขณะหัวใจคลายตัว ค่าความดันปกติ คือ 120/80
ความดันโลหิตสูง คือภาวะการเพิ่มแรงดันในหลอดเลือดค่าความดันโลหิตสูง คือมากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 ค่าความดันโลหิตมีการเปลียนแปลงไม่เท่ากันตลอดเวลา แต่ถ้าตรวจพบค่าความดันมากกว่า 140/90 อยู่เสมอ ถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ความดันโลหิตสูงก่อให้เกิดความเสียหายต่อหัวใจ และหลอดเลือดถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้รับการรักษา จะทำให้เกิดโรคทางหลอดเลือดสมอง หัวใจล้มเหลว หรือหัวใจวายเฉียบพลันได้ บางคนอาจมีความดันโลหิตสูงแต่ไม่มีอาการแสดงให้เห็น หรือที่เรียกว่า Silent Killer การตรวจสุขภาพเป็นประจำจะสามารถพบภาวะความดันโลหิตสูงที่ซ่อนเร้นอยู่ได้
เมื่อแพทย์สั่งยาควบคุมความดันโลหิตให้ ควรทานยาอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง และหากเกิดอาการจากผลข้างเคียงของยา ควรแจ้งแพทยืทันที เนื่องจากยาที่ใช้ควบคุมความดันโลหิตมีหลายชนิด หากเกิดอาการจากผลข้างเคียงของยา สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนเป็นยาชนิดอื่นได้ ไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
การควบคุมดูแลภาวะความดันโลหิตสูง

ควบคุมน้ำหนัก การลดน้ำหนักจะช่วยลดความดันโลหิต การลดน้ำหนักทำได้ดดยการลดปริมาณแคลอรี และลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ออกกำลังกานอย่างสม่ำเสมอ
ลดปริมาณเกลือในอาหาร เกลือจะทำให้ระดับความดันโลหิตสูงขึ้น ในคนไข้บางคน ควรอ่านฉลากส่วนประกอบในอาหาร หรือเลือกประกอบอาหารโดยใช้พืชสมุนไพร หรือเครื่องเทศอาจทำให้อาหารรสชาติดีขึ้น
เพื่มการออกกำลังกาย การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความดันโลหิต ควรเริ่มอย่างช้าๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img align="left" alt="" src="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/wp-content/uploads/2009/04/older-person.jpg" style="margin-right: 10px;" /></p>
<h3><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ความดันโลหิตสูง</span></span></strong></h3>
<p>Hypertension</p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ความดันโลหิต</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> คือแรงดันในการส่งเลือดในหลอดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ในการวัดความดันจะมี 2 ค่า คือตัวเลขตัวบน (Systolic Blood Pressure) คือค่าแรงดันเลือดขณะหัวใจบีบตัว และตัวเลขตัวล่าง (Diastolic Pressure) คือแรงดันขณะหัวใจคลายตัว ค่าความดันปกติ คือ 120/80</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ความดันโลหิตสูง คือภาวะการเพิ่มแรงดันในหลอดเลือดค่าความดันโลหิตสูง คือมากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 ค่าความดันโลหิตมีการเปลียนแปลงไม่เท่ากันตลอดเวลา แต่ถ้าตรวจพบค่าความดันมากกว่า 140/90 อยู่เสมอ ถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ความดันโลหิตสูงก่อให้เกิดความเสียหายต่อหัวใจ และหลอดเลือดถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้รับการรักษา จะทำให้เกิดโรคทางหลอดเลือดสมอง หัวใจล้มเหลว หรือหัวใจวายเฉียบพลันได้ บางคนอาจมีความดันโลหิตสูงแต่ไม่มีอาการแสดงให้เห็น หรือที่เรียกว่า Silent Killer การตรวจสุขภาพเป็นประจำจะสามารถพบภาวะความดันโลหิตสูงที่ซ่อนเร้นอยู่ได้</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เมื่อแพทย์สั่งยาควบคุมความดันโลหิตให้ ควรทานยาอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง และหากเกิดอาการจากผลข้างเคียงของยา ควรแจ้งแพทยืทันที เนื่องจากยาที่ใช้ควบคุมความดันโลหิตมีหลายชนิด หากเกิดอาการจากผลข้างเคียงของยา สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนเป็นยาชนิดอื่นได้ ไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การควบคุมดูแลภาวะความดันโลหิตสูง</span></span></strong></p>
<ul>
<li><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ควบคุมน้ำหนัก</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> การลดน้ำหนักจะช่วยลดความดันโลหิต การลดน้ำหนักทำได้ดดยการลดปริมาณแคลอรี และลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ออกกำลังกานอย่างสม่ำเสมอ</span></span></li>
<li><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ลดปริมาณเกลือในอาหาร</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> เกลือจะทำให้ระดับความดันโลหิตสูงขึ้น ในคนไข้บางคน ควรอ่านฉลากส่วนประกอบในอาหาร หรือเลือกประกอบอาหารโดยใช้พืชสมุนไพร หรือเครื่องเทศอาจทำให้อาหารรสชาติดีขึ้น</span></span></li>
<li><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เพื่มการออกกำลังกาย</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความดันโลหิต ควรเริ่มอย่างช้าๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น ต้องมีการ warm up และ coll down ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกกิจกรรมการออกกำลังการที่เหมาะสม หรือเมื่อต้องการเริ่มกิจกรรมการออกกำลังกายอย่างใหม่</span></span></li>
<li><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">จำกัดปริมาณแอลกอลฮอล์ </span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">หรือคาแฟอีน การดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีคาแฟอีนมากเกินไป อาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้ ควรจำกัดปริมาณเครื่องดื่มที่มีคาแฟอีนลงเหลือ 2-3 แก้ว/วัน และจำกัดปริมาณแอลกอฮอล์เหลือ 1-2 แก้ว/วัน</span></span></li>
<li><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ลดความเครียด</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> การปล่อยให้มีความเครียดอยู่ตลอดเวลา จะทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น ควรรู้จักวิธีผ่อนคลายความเครียด</span></span></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โรคข้อเข่าเสื่อม</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Feb 2009 23:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประกันสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Osteoarthritis of the knee]]></category>
		<category><![CDATA[โรคข้อเข่าเสื่อม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=391</guid>
		<description><![CDATA[
โรคข้อเข่าเสื่อม
Osteoarthritis of the knee
เกิดจากการที่กระดูกอ่อนบริเวณหัวเข่าสึกกร่อน และถูกทำลายลง ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดที่เข่าขึ้น ในกรณีที่ร้ายแรงมากๆ อาจเป็นอันตรายถึงขั้นไม่สามารถเดินได้ทีเดียว ซึ่งอีกสาเหตุนั้นแอบแฝงอยู่ที่บุคคลิกภาพ ลักษณะท่าทางของร่างกายนั่นเอง 
และนั่นคือ บางคนที่มีขาเป็นรูปตัวโอ ซึ่งก็คือเวลาที่ยืนตัวตรง เข่าทั้งสองข้างจะไม่สามารถยืดตรงได้นั่นเอง และเมื่อเกิดขารูปตัวโอขึ้นแล้ว ก็จะทำให้กระดูกอ่อนภายในอยู่ในลักษณะไม่สมดุลกัน เอียง และถูกกดทับไปข้างใดข้างหนึ่งจนทำให้เกิดการสึกกร่อนในที่สุด
มากไปกว่านั้น ในบรรดาผู้สูงอายุก็ถือว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เป็นโรคนี้มากที่สุด เมื่ออายุมากขึ้น
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img align="left" style="margin-right: 10px;" src="http://www.thaitravelhealth.com/wp-content/uploads/2009/02/knee_viscosup_intro_knee.jpg" alt="โรคข้อเข่าเสื่อม" /></p>
<h3><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">โรคข้อเข่าเสื่อม</span></span></strong></h3>
<p>Osteoarthritis of the knee</p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">เกิดจากการที่กระดูกอ่อนบริเวณหัวเข่าสึกกร่อน และถูกทำลายลง ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดที่เข่าขึ้น ในกรณีที่ร้ายแรงมากๆ อาจเป็นอันตรายถึงขั้นไม่สามารถเดินได้ทีเดียว ซึ่งอีกสาเหตุนั้นแอบแฝงอยู่ที่บุคคลิกภาพ ลักษณะท่าทางของร่างกายนั่นเอง </span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">และนั่นคือ บางคนที่มีขาเป็นรูปตัวโอ ซึ่งก็คือเวลาที่ยืนตัวตรง เข่าทั้งสองข้างจะไม่สามารถยืดตรงได้นั่นเอง และเมื่อเกิดขารูปตัวโอขึ้นแล้ว ก็จะทำให้กระดูกอ่อนภายในอยู่ในลักษณะไม่สมดุลกัน เอียง และถูกกดทับไปข้างใดข้างหนึ่งจนทำให้เกิดการสึกกร่อนในที่สุด</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">มากไปกว่านั้น ในบรรดาผู้สูงอายุก็ถือว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เป็นโรคนี้มากที่สุด เมื่ออายุมากขึ้น</span></span></p>
<p><a href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โรคไข้เลือดออก</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Jan 2009 23:00:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประกันสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[dengue fever]]></category>
		<category><![CDATA[โรคไข้เลือดออก]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้เลือดออก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=365</guid>
		<description><![CDATA[
โรคไข้เลือดออก
dengue fever
ไข้เลือดออก เป็นโรคที่เกิดจากยุงเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกนอกจากจะเป็น ปัญหาสาธารณะสุขของประเทศไทยแล้ว ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขทั่่วโลก โดยเฉพาะประเทศในเขตร้อนชื้น
โรคไข้เลือดออก เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากยุงลาย Aedes aegyti ตัวเมีย บินไปกัดคนที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกโดยเฉพาะช่วงที่มีไข้สูง เชื้อไ/วรัสแดงกีจะเพิ่มจำนวนในตัวยุงประมาณ 8-10 วัน เชื้อไวรัสแดงกี่จะไปที่ผนังกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุง เมื่อยุงกัดคนก็จะแพร่เชื้อสู่คน เชื้อจะอยู่ในร่างกายคนประมาณ 2-7 วันในช่วงที่มีไข้ หากยุงกัดคนในช่วงนี้ก็จะรับเชื้อไวรัสมาแพร่ให้กับคนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็ก โรคนี้ระบาดในฤดูฝน ยุงลายชอบออกหากินในเวลากลางวันตามบ้านเรือน และโรงเรียน ชอบวางไข่ตามภาชนะที่มีน้ำขัง เช่น ยางรถยนต์ กะลา กระป๋อง จานรองขาตู้กับข้าว แต่ไม่ชอบวางไข่ในท่อระบายน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง

อาการของโรค
มีอาการไข้ขึ้นสูง 2-7 วัน เบื่ออาหาร อาเจียนออกมามีสีน้ำตาลปนอยู่ ปวดศีรษะไข้ขึ้นสูง 38-40 &#176;c ปวดท้อง ปวดกล้ามเนื้อ วันที่ 2-3 ผู้ป่วยมักซึมลงหน้าแดง ตัวแดง อาจมีผื่น หรือจุดเลือดออกตามผิวหนัง 60-90% ตรวจพบตับโต การตรวจ Tourigust test [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img align="left" style="margin-right: 10px;" src="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/wp-content/uploads/2009/01/mosquito.jpg" alt="ยุง" /></p>
<h3><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">โรคไข้เลือดออก</span></span></strong></h3>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">dengue fever</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ไข้เลือดออก </span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เป็นโรคที่เกิดจากยุงเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกนอกจากจะเป็น ปัญหาสาธารณะสุขของประเทศไทยแล้ว ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขทั่่วโลก โดยเฉพาะประเทศในเขตร้อนชื้น</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">โรคไข้เลือดออก เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากยุงลาย Aedes aegyti ตัวเมีย บินไปกัดคนที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกโดยเฉพาะช่วงที่มีไข้สูง เชื้อไ/วรัสแดงกีจะเพิ่มจำนวนในตัวยุงประมาณ 8-10 วัน เชื้อไวรัสแดงกี่จะไปที่ผนังกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุง เมื่อยุงกัดคนก็จะแพร่เชื้อสู่คน เชื้อจะอยู่ในร่างกายคนประมาณ 2-7 วันในช่วงที่มีไข้ หากยุงกัดคนในช่วงนี้ก็จะรับเชื้อไวรัสมาแพร่ให้กับคนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็ก โรคนี้ระบาดในฤดูฝน ยุงลายชอบออกหากินในเวลากลางวันตามบ้านเรือน และโรงเรียน ชอบวางไข่ตามภาชนะที่มีน้ำขัง เช่น ยางรถยนต์ กะลา กระป๋อง จานรองขาตู้กับข้าว แต่ไม่ชอบวางไข่ในท่อระบายน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง<br />
</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">อาการของโรค</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
มีอาการไข้ขึ้นสูง 2-7 วัน เบื่ออาหาร อาเจียนออกมามีสีน้ำตาลปนอยู่ ปวดศีรษะไข้ขึ้นสูง 38-40 &deg;c ปวดท้อง ปวดกล้ามเนื้อ วันที่ 2-3 ผู้ป่วยมักซึมลงหน้าแดง ตัวแดง อาจมีผื่น หรือจุดเลือดออกตามผิวหนัง 60-90% ตรวจพบตับโต การตรวจ Tourigust test ให้ผลบวก<br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">วิธีรักษาผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเบื้องต้น</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">    ขณะนี้ยังไม่มียาต้านไวรัสที่มีฤทธิ์เฉพาะสำหรับเชื้อไข้เลือดออกและไม่มี วัคซีนป้องกันการรักษาโรคนี้เป็นแบบการรักษาตามอาการและประคับประคอง ซึ่งจะได้ผลดีถ้าให้การวินิจฉัยโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><span id="more-365"></span></span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">    <strong>การรักษา </strong><br />
1. 	ใน ระยะไข้สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่มีประวัติเคยชัก หรือในรายที่ปวดศีรษะและปวดเมื่อยตามตัว อาจให้ยาลดไข้ ควรใช้ยาพวกพาราเซตามอล ไม่ควรใช้ยาพวกแอสไพริน เพราะจะทำให้เกล็ดเลือดเสียการทำงาน และเลือดออกได้ง่ายขึ้น ควรให้ยาลดไข้เป็นครั้งคราวเวลาที่ไข้สูงเท่านั้นเนื่องจากเป็นระยะที่มี เชื้อไวรัสในกระแสเลือด ซึ่งเมื่อหมดฤทธิ์ยาแล้ว ไข้ก็อาจขึ้นสูงได้อีก จนกว่าเชื้อไวรัสจะหมดจากกระแสเลือด ร่างกาย สร้างภูมิคุ้มกันขึ้น (Antibody)</span></span><br />
<span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
2. 	ให้ผู้ป่วยได้น้ำชดเชย เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่มีไข้สูง เบื่ออาหาร และอาเจียนทำให้ขาดน้ำและขาดเกลือโซเดียมด้วย ควรให้ผู้ป่วยดื่มน้ำผลไม้หรือสารละลายผงน้ำตาลเกลือแร่ (โอ อาร์ เอส) ในรายที่อาเจียนควรให้ดื่มครั้งละน้อย ๆ และดื่มบ่อย ๆ</p>
<p>3. 	จะต้องติดตามดูอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้ตรวจพบและป้องกันภาวะช็อกได้ทันเวลา ภาวะช็อกมักจะเกิดพร้อมกับไข้ลดลง หรือภายใน 24 &#8211; 48 ชั่วโมง หลังจากไข้ลด มักเกิดประมาณตั้งแต่วันที่ 3 ของการป่วย ควรแนะนำให้พ่อแม่ทราบอาการนำของช็อก ซึ่งอาจจะมีอากาซึม เบื่ออาการ ไม่รับประทานข้าว หรือดื่มน้ำติดต่อกันหลายวัน อาจมีอาการปวดท้องใต้ชายโครงขวา หรือมีอาการปัสสาวะน้อยลง กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ควรแนะนำให้รีบส่งโรงพยาบาลทันทีที่มีอาการเหล่านี้</p>
<p>4. 	เมื่อ ผู้ป่วยไปตรวจที่โรงพยาบาล แพทย์จะตรวจเลือดดูปริมาณเกล็ดเลือดและฮีมาโตคริตและอาจนัดมาตรวจดูการ เปลี่ยนแปลงของเกล็ดเลือดและฮีมาโตคริตเป็นระยะ ๆ เพราะถ้าปริมาณเกล็ดเลือดเริ่มลดลงและฮีมาโตคริตเริ่มสูงขึ้น เป็นเครื่องชี้บ่งว่าน้ำเลือดรั่วออกจากเส้นเลือด และอาจจะช็อกได้ จำเป็นต้องให้สารน้ำชดเชย</p>
<p>5. 	โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องรับผู้ป่วยเข้ารักษาในโรงพยาบาลทุกราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะแรกที่ยังมีไข้ สามารถรักษาแบบผู้ป่วยนอก โดยให้ยาไปรับประทาน และแนะนำให้ผู้ปกครองเฝ้าสังเกตอาการตามข้อ 3 หรือแพทย์นัดให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลเป็นระยะ ๆ โดยตรวจดูการเปลี่ยนแปลงตามข้อ 4 ถ้าผู้ป่วยมีอาการหรือแสดงอาการช็อก อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด ถึงแม้อาการไม่มากก็ต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาลทุกราย และถือว่าเป็นเรื่องรีบด่วนในการรักษา<br />
</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ป้องกันตนเองจากยุงลาย</span></span></strong></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">    เมื่อโดนยุงลายจู่โจมเข้าให้แล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องทำ คือ หาวิธีต่าง ๆ ที่จะป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด ซึ่งทำได้หลายวิธี</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">       1. ควร กรุหน้าต่าง ประตู และช่องมด้วยมุ้งลวดตรวจตราซ่อมแซมฝาบ้าน ฝ้าเพดาน อย่าให้มีร่อง ช่องโหว่หรือรอยแตก เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงลายเข้ามาในบ้าน</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">       2. เวลาเข้า &#8211; ออกควรใช้ผ้าปัดประตูมุ้งลาดก่อน เพื่อไล่ยุงลายที่อาจจะเกาะอยู่ตามที่ต่าง ๆ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">       3. เก็บของในบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ เพราะยุงลายชองไปหลบซ่อนตามมุมมืดของห้องและเครื่องเรือนต่าง ๆ ที่รก ๆ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">       4. ขณะอยู่ในบ้านควรอยู่ในบริเวณที่มีลมพัดผ่านและมีแสงสว่างเพียงพอ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">       5. ยุงลายจะชอบกัดตอนกลางวัน และมักเป็นช่วงที่คนหลับ ดังนั้นเวลาหลับควรกางมุ้งหรือนอนในห้องที่มีมุ้งลวด เปิดพัดลมส่วยเบ่า ๆ ก็ช่วยไล่ยุงได้หรือถ้าหากที่บ้านมียุงมากจริง ๆ ก็ต้องพิถีพิถันในการเลือกเสื้อผ้าสวมใส่สักหน่อย ซึ่งควรใส่กางเกงขายาว เสื้อมีแขน เพื่อให้เหลือพื้นที่เปล่าเปลือยและเสี่ยงต่อการถูกยุงกัดน้อยที่สุด</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">       6. ใช้ยากันยุง ซึ่งมีวางขายอยู่หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น..ยากันยุงชนิดขด ชนิดแผ่น ชนิดน้ำ ซึ่งต้องใช้ความร้อนช่วยในการระเหยสารออกฤทธิ์ ตอนนี้ในท้องตลาดมีวางขายอยู่หลากหลายยี่ห้อมาก <br />
ยากันยุงชนิดใช้ทาผิว ซึ่งมีทั้งชนิดครีม โลชั่น แป้งสารออกฤทธิ์หลักในผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มีทั้งที่เป็นสารเคมีจำพวก deet และสารสกัดจากพืช&nbsp; </span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มทาผิวที่มี deet เป็นสารออกฤทธิ์หลักนี้ ก่อนซื้อต้องพิจารณาว่ามีสารออกฤทธิ์มากน้อยเพียงใด ผู้ใหญ่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี deet อยู่ระหว่าง 15-20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเด็กไม่ควรเกินกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ และต้องใช้ตามคำแนะนำที่ระบุไว้ข้างกล่องอย่างเคร่งครัด ห้ามใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี ห้ามทาบริเวณตา (บางยี่ห้อก็ห้ามทาบริเวณผิวหน้า) ผิวที่มีรอยถลอกหรือมีแผลไม่ควรทาซ้ำในช่วงเวลาสั้น ๆ (ส่วนใหญ่ทางครั้งหนึ่งจะกันยุงได้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง) ไม่ควรใช้ทุกวันติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ไม่ควรใช้กับแม่ตั้งครรถ์และผู้สูงอายุ นอกจากนี้ไม่ควรทายากันยุงที่มือเด็กเพราะเด็กอาจเผลอขยี้ตาหรือหยิบจับ อาหารใส่ปาก ซึ่งจะทำให้สารเคมีเข้สู่ร่างกาย </span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">หลักทายากันยุงแล้วพบว่ามีอาการแพ้ เช่น เป็นผื่น ผิวแดง หรือรู้สึกร้อน ต้องหยุดใช้ทันที ล้างผิวบริเวณที่ทาด้วยน้ำกับสบู่ แล้วรีบไปพบคุณหมอพร้อมนำยากันยุงที่ใช้นั้นไปด้วยเพราะ deet อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ได้ หากใช้ไม่ถูกวิธีหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี deet ผสมอยู่ในสัดส่วนที่สูงมาก (เกิน 30 เปอร์เซ็นต์) และใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ deet จะเป็นอันตรายหากกินเข้าไป บางรายอาจมีอาการทางสมอง ชัก และเสียชีวิตได้ การสูดดมไอระเหยของ deet เป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดอาการวิงเวียน เพราะเหตุนี้จึงมีผู้ผลิตยากันยุงปลอด deet โดยใช้สารอื่น ๆ โดยเฉพาะสารที่สกัดได้จากพืช ที่แม้จะไม่ประสิทธิภาพในการไล่ยุงได้ดีเท่ากับ deet แต่มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้มากกว่า เช่น ตะไคร้หอม ยูคาลิปตัส กระเทียม และมะกรูด ฯลฯ ซึ่งตอนนี้ก็หาซื้อได้ง่ายในท้องตลาด </p>
<p>ยาฉีดไล่ยุงชนิดกระป๋อง ที่มีวางขายนั้นมีทั้งแบบที่เป็นกระป๋องทรงกระบอกอัดน้ำยาเคมีสำหรับฉีดพ่น ได้ทันทีเมื่อใช้หมดแล้วไม่สามารถเติมน้ำยาเคมีใหม่ได้ และแบบที่เป็นกระป๋องสี่เหลี่ยม ซึ่งต้องเติมน้ำยาเคมีลงในกระบอกฉีดและผู้ใช้ต้องสูบฉีดน้ำยาในขณะพ่นด้วย ตัวเอง เมื่อน้ำยาเคมีหมดก็สามารถเติมน้ำยาใหม่ได้ </p>
<p>ปัจจุบันสารเคมีกำจัดยุงมีทั้งชนิดสูตรน้ำมันและชนิดสูตรน้ำ ซึ่งชนิดสูตรน้ำจะปลอดภัยต่อคนและสิ่งแวดล้อมมากกว่า รวมทั้งไม่ทำให้บ้านเรือนเปรอะเปื้อนด้วย </span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โรคหัวใจล้มเหลว</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Jan 2009 23:00:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประกันสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Congestive Heart Failure]]></category>
		<category><![CDATA[Heart Attack]]></category>
		<category><![CDATA[Heart Failure]]></category>
		<category><![CDATA[หัวใจวาย]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหัวใจล้มเหลว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=363</guid>
		<description><![CDATA[
โรคหัวใจล้มเหลว
Heart Failure
ภาวะหัวใจล้มเหลว เป็นภาวะที่พบได้มากทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งมีผลต่ออัตราการตายและพิการของผู้ป่วยโรคหัวใจ 
คือภาวะที่หัวใจ ไม่สามารถสูบฉีดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เพียงพอ อาจหมายถึง ภาวะที่หัวใจไม่สามารถคลายตัว หรือขยายตัวเพื่อรองรับเลือดได้ปกติ ทำให้เกิดความดันเลือดในช่องปอดมากขึ้น เกิดการคั่งของเลือดในปอดมากขึ้น ทำให้มีอาการเหนื่อยง่าย และอาจก่อให้เกิดอาการบวมของร่างกายได้
สาเหตุของหัวใจล้มเหลว
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจรูมาติก หรือลิ้นหัวใจพิการ โรคหัวใจเป็นแต่กำเนิด โรคเยื่อหุ้มหัวใจบางชนิด โรคไตวาย โรคไทรอยด์เป็นพิษ โรคโลหิตจาง การดิ่มเหล้ามาก ภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ โรคติดเชื้อไวรัสแบคทีเรีย หรือวัณโรค ได้รับยาเคมีบำบัด หรือได้รับการฉายแสง โรคข้อบางชนิด โรคการนอนหลับบางชนิด
ภาวะที่เป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้มีอาการของโรคหัวใจล้มเหลวมากขึ้นคือ ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบอย่างเฉียบพลัน ความดันโลหิตสูง การติดเชื้อบางชนิด เช่น ติดเชื้อที่ทางเดินหายใจ ภาวะที่หัวใจเต้นเร็วหรือช้าเกินไป ภาวะการณ์ได้รับน้ำมากเกินความต้องการ ขาดการรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารเค็มเกินไป ทานยา เช่น ยาแก้ปวดบางชนิด ยากลุ่มสเตียรอยด์ เป็นต้น
อาการของโรคหัวใจล้มเหลว
อาการเหนื่อยง่าย อาจเป็นได้ในขณะพัก หรือเวลาออกแรง แน่นหน้าอก หรือหายใจไม่ออก นอนราบไม่ได้เวลากลางคืน อาจต้องลุกขึ้นมาเพื่อช่วยหายใจ ไอ ใจสั่น บวมที่ขา หรือในช่องท้องจนทำให้ตับและม้ามโตได้ ถ้าเป็นนานๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img align="left" style="margin-right: 10px;" src="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/wp-content/uploads/2009/01/heart-failure.jpg" alt="โรคหัวใจล้มเหลว" /></p>
<h3><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">โรคหัวใจล้มเหลว</span></span></strong></h3>
<p>Heart Failure</p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ภาวะหัวใจล้มเหลว เป็นภาวะที่พบได้มากทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งมีผลต่ออัตราการตายและพิการของผู้ป่วยโรคหัวใจ </span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">คือภาวะที่หัวใจ ไม่สามารถสูบฉีดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เพียงพอ อาจหมายถึง ภาวะที่หัวใจไม่สามารถคลายตัว หรือขยายตัวเพื่อรองรับเลือดได้ปกติ ทำให้เกิดความดันเลือดในช่องปอดมากขึ้น เกิดการคั่งของเลือดในปอดมากขึ้น ทำให้มีอาการเหนื่อยง่าย และอาจก่อให้เกิดอาการบวมของร่างกายได้</span></span></p>
<p><strong><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">สาเหตุของหัวใจล้มเหลว</span></span></strong><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;"><br />
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจรูมาติก หรือลิ้นหัวใจพิการ โรคหัวใจเป็นแต่กำเนิด โรคเยื่อหุ้มหัวใจบางชนิด โรคไตวาย โรคไทรอยด์เป็นพิษ โรคโลหิตจาง การดิ่มเหล้ามาก ภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ โรคติดเชื้อไวรัสแบคทีเรีย หรือวัณโรค ได้รับยาเคมีบำบัด หรือได้รับการฉายแสง โรคข้อบางชนิด โรคการนอนหลับบางชนิด</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">ภาวะที่เป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้มีอาการของโรคหัวใจล้มเหลวมากขึ้นคือ ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบอย่างเฉียบพลัน ความดันโลหิตสูง การติดเชื้อบางชนิด เช่น ติดเชื้อที่ทางเดินหายใจ ภาวะที่หัวใจเต้นเร็วหรือช้าเกินไป ภาวะการณ์ได้รับน้ำมากเกินความต้องการ ขาดการรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารเค็มเกินไป ทานยา เช่น ยาแก้ปวดบางชนิด ยากลุ่มสเตียรอยด์ เป็นต้น</span></span></p>
<p><strong><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">อาการของโรคหัวใจล้มเหลว</span></span></strong><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;"><br />
อาการเหนื่อยง่าย อาจเป็นได้ในขณะพัก หรือเวลาออกแรง แน่นหน้าอก หรือหายใจไม่ออก นอนราบไม่ได้เวลากลางคืน อาจต้องลุกขึ้นมาเพื่อช่วยหายใจ ไอ ใจสั่น บวมที่ขา หรือในช่องท้องจนทำให้ตับและม้ามโตได้ ถ้าเป็นนานๆ อาจอ่อนเพลียไม่มีแรงผอมลงได้</span></span></p>
<p><strong><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">การตรวจวินิจฉัย</span></span></strong><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;"><br />
ซักประวัติ ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ ที่อาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรค และการตรวจร่างกายโดยแพทย์</span></span></p>
<p><strong><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">การตรวจพิเศษ</span></span></strong><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;"><br />
</span></span></p>
<ol>
<li><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">การตรวจเอกซเรย์ปอด ดูว่าเงาหัวใจโตหรือไม่ และดูว่าปริมาณของสารน้ำ หรือเลือดคั่งในช่องปอดหรือไม่</span></span></li>
<li><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">การตรวจกราฟหัวใจเพื่อดูว่า มีการบ่งชี้ถึงหัวใจโต หรือสงสัยว่ามีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือไม่ และมีลักษณะที่บ่งชี้ว่าหัวใจโต มีหัวใจเต้นเร็ว หรือช้าผิดจังหวะหรือไม่</span></span></li>
<li><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">การตรวจด้วย เครื่องสะท้อนคลื่นหัวใจ (Echocardiography) ดูการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจมีการบีบตัว หรือคลายตัวปกติหรือไม่ มีโรคลิ้นหัวใจพิการ รวมทั้งเยื่อหุ้มหัวใจว่าปกติหรือไม่</span></span></li>
<li><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">การเจาะเลือด เพื่อดูระดับของเกลือแร่บางชนิดในเลือด การทำงานของไตไทรอยด์ หรือฮอร์โมนบางชนิด ปริมาณเม็ดเลือดแดง ระดับของ BNP หรือ NT pro BNP (Brain natriureticPeptides) ซึ่งพบว่ามีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นในภาวะหัวใจล้มเหลว สามารถใช้วินิจฉัย และใช้ติดตามการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวได้&nbsp; </span></span></li>
</ol>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;"> 	<strong>1. การรักษาทั่วไป</strong><br />
1.1 การควบคุมรักษา ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว<br />
1.2 การให้การศึกษา เพื่อให้ผู้ป่วยดูแลตนเองหลังจากกลับจากโรงพยาบาล<br />
&bull;ควบคุมการดื่มน้ำ ไม่ควรเกิน 1.5 ลิตรต่อวัน<br />
&bull;อาหารเค็ม จำกัดเกลือ ไม่เกิน 2 กรัมต่อวัน (ประมาณครึ่งช้อนชา)<br />
&bull;การ ชั่งน้ำหนักทุกวัน หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อดูว่ามีภาวะน้ำในร่างกายเกินหรือไม่ ถ้าหากน้ำหนักเกินมากกว่า 2 กิโลกรัม ภายใน 3 วัน อาจพิจารณาใช้ยาขับปัสสาวะเอง หรือมาพบแพทย์<br />
&bull;การควบคุมน้ำหนัก ถ้าอ้วนเกินไปควรลดน้ำหนักตัวลง แต่ถ้าหากผอมเกินไปอาจหมายถึง การขาดสารอาหาร หรือ ภาวะหัวใจวายรุนแรงและเรื้อรังได้<br />
&bull;การ ออกกำลังกาย โดยมีโปรแกรมการออกกำลังกาย ตามความเหมาะสมเป็นรายๆ ไป หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย เช่น การยกน้ำหนัก หรือ การเล่นยกเวท<br />
&bull;ระมัดระวังไม่ให้เป็นหวัดติดเชื้อง่าย<br />
&bull;งดดื่มเหล้าและสูบบุหรี่<br />
&bull;ควบคุมอาหารไขมัน<br />
&bull;การมีเพศสัมพันธ์ ถ้าขึ้นบันได 1 ชั้นโดยไม่เหนื่อย ก็อาจมีเพศสัมพันธ์ได้ปกติ<br />
&bull;การพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ<br />
&bull;การเดินทางควรระมัดระวัง ไม่ควรไปในสถานที่สูง อากาศเบาบาง อากาศที่ร้อนชื้นเกินไป</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">2. การรักษาโดยการใช้ยา</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">&nbsp;<br />
ยากลุ่มอื่นๆ ที่เป็นยาใหม่ หรือยาที่ใช้ในภาวะฉุกเฉินและเฉียบพลัน ไม่ได้นำมากล่าวในที่นี้<br />
</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">3. การรักษาโดยใช้เครื่องมือพิเศษ</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
3.1 การ ฝังเครื่องช็อคหัวใจ (Implantable Cardioverter Defribrillators,ICD) เป็นเครื่องมือที่ใช้ฝังเข้าไปที่ตัวผู้ป่วย เพื่อทำการรักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งมักจะพบได้ในภาวะหัวใจล้มเหลวที่เป็นรุนแรง โดยเครื่องจะวินิจฉัยลักษณะการเต้นของหัวใจ และทำการช็อคไปเองโดยอัตโนมัติ สามารถลดอัตราการเสียชีวิตโดยเฉียบพลันได้</p>
<p>3.2 การ ฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ CRT ( Cardiac Resynchronization Therapy ) เป็นเครื่องที่ฝังเข้าไปในร่างกาย ผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวที่เป็นรุนแรง ที่มีลักษณะการนำไฟฟ้าผิดปกติ ทำให้การบีบตัวของหัวใจไม่สัมพันธ์กัน เพื่อทำให้มีการนำไฟฟ้าหัวใจที่ดีขึ้น เป็นผลทำให้หัวใจทำงานบีบตัวได้ดีขึ้น สามารถทำให้อาการผู้ป่วยดีขึ้นได้ นอนโรงพยาบาลน้อยลง และลดอัตราการเสียเสียชีวิตได้ อุปกรณ์ชนิดนี้อาจมีการเสริมหน้าที่เป็นแบบ ช็อคไฟฟ้าหัวใจได้ ตามข้อ 3.1 ด้วย เรียกว่า CRT-Defribrillator<br />
</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">4. การรักษาโดยการผ่าตัด</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">&nbsp;<br />
การรักษาโดยการผ่าตัด คือ การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ( Cardiac Tranplantation ) ใช้ในกรณีที่ไม่มีทางรักษาโดยวิธีข้างต้น</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Jan 2009 07:31:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประกันสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[intervertebral disc]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[หมอนรองกระดูก]]></category>
		<category><![CDATA[หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=346</guid>
		<description><![CDATA[
โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
Intervertebral disc
โดย ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี

หมอนรองกระดูก มีชื่อตามตำราว่า Intervertebral disc ถ้าจะจำเพาะลงไปตามตำแหน่งก็เป็นว่า หมอนรองกระดูกคอ เรียกว่า Cervical disc และหมอนรองกระดูกที่เอวเรียกว่า Lumbar disc หมอนรองกระดูกไม่ได้เป็นกระดูกครับ แต่จะประกอบด้วยส่วนใหญ่ๆ 2 ส่วน คือ วงรอบนอกจะเป็นเอ็นแข็งๆ (Anular ligament) และใจกลางจะเป็นเหมือนเจลใสๆ (Nucleus pulposus) ทั้งหมดมีหน้าที่รับแรงกระแทกและทำให้เราเคลื่อนไหวกระดูกสันหลังได้ดีขึ้น

ตำแหน่งของหมอนรองกระดูก
ถ้าดูจากรูปเราจะเห็นได้ว่า ด้านหลังของหมอนรองกระดูกจะเป็นที่อยู่ของไขสันหลัง และด้านหลังออกมาด้านข้างเล็กน้อยก็จะเป็นทางออกของเส้นประสาทที่จะมาเลี้ยง แขน (ถ้าเป็นตำแหน่งของคอ) และเลี้ยงขา (ถ้าเป็นตำแหน่งของเอว) โดยภาวะปกติกระดูกหลังมักไม่ยื่นไปกดไขสันหลังหรือเส้นประสาทยกเว้นกรณี อุบัติเหตุให้กระดูกสันหลังหัก หรือในภาวะที่กระดูกสันหลังเสื่อมมากๆ จนผิดรูปไปกดเอาไขสันหลังหรือเส้นประสาทได้
หมอนรองกระดูกสันหลังกับเส้นประสาทอยู่ไม่ห่างกันเลย เมื่อไรก็ตามที่หมอนรองกระดูกยื่นออกมาทางด้านหลังเยื้องไปด้านข้างสักนิด ก็จะไปกดทับเส้นประสาทได้ ยิ่งถ้าได้มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหลัง ยิ่งทำให้หมอนรองกระดูกยื่นออกมามากขึ้น สาเหตุที่ทำให้แกนภายในของหมอนรองกระดูกยื่นออกมาทับเส้นประสาทเกิดได้จาก หลายสาเหตุ เช่น การที่ร่างกายมีขอบของหมอนรองกระดูกไม่เท่ากันมาแต่กำเนิด หรือจากอุบัติเหตุ เช่น การล้มก้นกระแทกพื้น หรือการที่เราอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานๆ ทำให้กล้ามเนื้อหลังทำงานมากจนเกิดการอักเสบ มีการหดเกร็งจนแรงไปกระทำให้หมอนรองกระดูกยื่นออกมามากจนกดทับเส้นประสาท
&#160;
อาการ
อาการ ปวดหลังร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง เป็นอาการเด่นของโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ปวดมากหรือปวดน้อยขึ้นอยู่ว่ากดมากหรือน้อยเป็นสำคัญ ถ้าทิ้งไว้นานเส้นประสาทจะทำงานได้น้อยลง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a target="_blank" href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/wp-content/uploads/2009/01/intervertebral-disc.jpg" rel="lightbox[346]"><img height="160" width="200" align="left" alt="หมอนรองกระดูก" src="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/wp-content/uploads/2009/01/intervertebral-disc.jpg" style="margin-right: 10px;" /></a></p>
<h3>โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท</h3>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>Intervertebral disc</strong></span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">โดย ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี<br />
</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">หมอนรองกระดูก</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> มีชื่อตามตำราว่า Intervertebral disc ถ้าจะจำเพาะลงไปตามตำแหน่งก็เป็นว่า หมอนรองกระดูกคอ เรียกว่า Cervical disc และหมอนรองกระดูกที่เอวเรียกว่า Lumbar disc หมอนรองกระดูกไม่ได้เป็นกระดูกครับ แต่จะประกอบด้วยส่วนใหญ่ๆ 2 ส่วน คือ วงรอบนอกจะเป็นเอ็นแข็งๆ (Anular ligament) และใจกลางจะเป็นเหมือนเจลใสๆ (Nucleus pulposus) ทั้งหมดมีหน้าที่รับแรงกระแทกและทำให้เราเคลื่อนไหวกระดูกสันหลังได้ดีขึ้น<br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>ตำแหน่งของหมอนรองกระดูก</strong></span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ถ้าดูจากรูปเราจะเห็นได้ว่า ด้านหลังของหมอนรองกระดูกจะเป็นที่อยู่ของไขสันหลัง และด้านหลังออกมาด้านข้างเล็กน้อยก็จะเป็นทางออกของเส้นประสาทที่จะมาเลี้ยง แขน (ถ้าเป็นตำแหน่งของคอ) และเลี้ยงขา (ถ้าเป็นตำแหน่งของเอว) โดยภาวะปกติกระดูกหลังมักไม่ยื่นไปกดไขสันหลังหรือเส้นประสาทยกเว้นกรณี อุบัติเหตุให้กระดูกสันหลังหัก หรือในภาวะที่กระดูกสันหลังเสื่อมมากๆ จนผิดรูปไปกดเอาไขสันหลังหรือเส้นประสาทได้</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">หมอนรองกระดูกสันหลังกับเส้นประสาทอยู่ไม่ห่างกันเลย เมื่อไรก็ตามที่หมอนรองกระดูกยื่นออกมาทางด้านหลังเยื้องไปด้านข้างสักนิด ก็จะไปกดทับเส้นประสาทได้ ยิ่งถ้าได้มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหลัง ยิ่งทำให้หมอนรองกระดูกยื่นออกมามากขึ้น สาเหตุที่ทำให้แกนภายในของหมอนรองกระดูกยื่นออกมาทับเส้นประสาทเกิดได้จาก หลายสาเหตุ เช่น การที่ร่างกายมีขอบของหมอนรองกระดูกไม่เท่ากันมาแต่กำเนิด หรือจากอุบัติเหตุ เช่น การล้มก้นกระแทกพื้น หรือการที่เราอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานๆ ทำให้กล้ามเนื้อหลังทำงานมากจนเกิดการอักเสบ มีการหดเกร็งจนแรงไปกระทำให้หมอนรองกระดูกยื่นออกมามากจนกดทับเส้นประสาท</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">อาการ</span></span></strong></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">อาการ ปวดหลังร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง เป็นอาการเด่นของโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ปวดมากหรือปวดน้อยขึ้นอยู่ว่ากดมากหรือน้อยเป็นสำคัญ ถ้าทิ้งไว้นานเส้นประสาทจะทำงานได้น้อยลง อาการชาและอ่อนแรงของขาซีกนั้นจะเริ่มเด่นชัดขั้น อาการทั้งหมดจะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้น คนที่เป็นจะคุ้นเคยกับอาการและบอกรายละเอียดของอาการได้เป็นอย่างดี</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การรักษา</span></span></strong></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการกดทับเส้นประสาท จากรูปจะเห็นว่ามีการแบ่งลักษณะของหมอนรองกระดูกออกเป็นระยะๆ ทั้งนี้ เนื่องจากการรักษาในแต่ละระยะแตกต่างกัน</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">1.ในระยะ Protusion ผนังของหมอนรองกระดูกจะยังไม่เสียความยืดหยุ่นไปมากนัก การรักษาด้วยยา กายภาพบำบัด ตลอดจนการรู้จักวิธีเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลังเพื่อป้องกันไม่ให้มีการอักเสบ จะสามารถช่วยให้อาการของโรคไม่กำเริบและหายได้ในที่สุด</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">2.ในระยะ Prolapse ในระยะนี้ผนังของหมอนรองกระดูกเริ่มเสียความยืดหยุ่นไปแล้วแต่ยังไม่ถึงกับ แตกจนส่วนแกนในไหลออกมา การรักษาโดยการผ่าตัดน่าจะได้ผลดีที่สุด</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">3.ระยะ Extrusion ผ่าตัดแน่นอนครับ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">4.ระยะ Sequestration ระยะนี้ก็ต้องผ่าตัดเหมือนกัน</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ทั้งสี่ระยะโอกาสที่จะไม่ต้องผ่าตัดมีเพียงระยะแรกเท่านั้น การผ่าตัดกระดูกสันหลังเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่พึงปรารถนา แม้ว่าปัจจุบันอันตรายจะน้อยลงกว่าสมัยก่อนมากมายก็ตาม การป้องกันไม่ให้โรคเลื่อนจากระยะแรกจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุด ทำได้ดังนี้ครับ พบแพทย์ทันทีที่มีอาการปวดหลังแล้วร้าวลงขา</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ให้ความสำคัญกับการปวดหลังทุกครั้ง อย่าลืมว่าคนปกติไม่ปวดหลังนะครับ หาสาเหตุทุกครั้งที่มีอาการปวดหลัง หาเองไม่พบก็ไปพบแพทย์</span></span><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">พึงระลึกไว้เสมอว่า การทานยารักษาอาการปวดหลังเป็นการรักษาปลายเหตุ การรักษาคือต้องแก้ที่สาเหตุ และสาเหตุของอาการปวดหลังที่พบบ่อยที่สุดคือ การอยู่ในท่าต่างๆ ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">Warm ร่างกายก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง ทำ Stretching Exercise ของกล้ามเนื้อหลังทุกครั้งก่อนออกรอบ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การนวดจะดีสำหรับอาการเมื่อยและไม่ดีสำหรับอาการปวด ถ้าท่านไม่แน่ใจว่าที่เป็นอยู่เป็นอาการปวด หรือเมื่อย ก็ไม่ควรไปนวด เพราะจะทำให้อาการแย่ลงในกรณีที่ไปเจอหมอนวดที่ไม่มีทักษะ และไม่ได้ผ่านการเรียนรู้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ</span></span></p>
<p><a href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%a1%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%a1%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Sep 2008 04:17:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประกันสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[bangkok Medical Service Department]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=257</guid>
		<description><![CDATA[
ฺฺBangkok Medical Service Department
วิสัยทัศน์(Vision) สำนักการแพทย์เป็นองค์กรหลักด้านบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ผลิตแพทย์และพยาบาลได้มาตรฐาน ตามเกณฑ์ เพื่อให้ประชาชนกรุงเทพมหานครมีคุณภาพชีวิตที่ดี
เป้าประสงค์(Goal) ให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขอย่างมีมาตรฐานด้วยเทคโนโลยีและวิชาการที่ทัน สมัยประชาชนมีส่วนร่วม ในการดูแลสุขภาพตนเอง และมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ผลิตบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลที่มีคุณภาพ และคุณธรรม
พันธกิจ(Mission) สำนักการแพทย์มุ่งมั่นให้การบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ทั้งด้านส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคบำบัดรักษา และฟื้นฟูสุขภาพ ใช้เทคโนโลยีทันสมัยและเหมาะสม เน้นด้านเวชศาสตร์เขตเมืองโดยมีผู้ใช้บริการเป็นศูนย์กลาง ประชาชนมีส่วนร่วมในการ ดูแลสุขภาพและมีหลักประกันถ้วนหน้า การบริหารมีประสิทธิภาพโดยยึดหลักคุณธรรม พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วนและสะดวกต่อการเข้าถึง บุคลากรได้รับการพัฒนา อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมงานวิจัย ที่มีคุณ ภาพและผลิตแพทย์และพยาบาลที่ได้มาตรฐาน 
สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร
514 ถนนหลวง แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบฯ
กรุงเทพมหานคร 10100
โทรศัพท์ : 0-2224-2954, 0-2225-4986
หน่วยงานในสังกัด

วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานคร
และวชิรพยาบาล
681 ถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล
เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
โทรศัพท์ : 0-2244-3000

โรงพยาบาลกลาง
514 ถนนหลวง แขวงป้อมปราบ
เขตป้อมปราบฯ กรุงเทพมหานคร 10100
โทรศัพท์ : 0-2221-6141-60, 0-2222-2424

โรงพยาบาลตากสิน
543 ถนนสมเด็จเจ้าพระยา แขวงคลองสาน
เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
โทรศัพท์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img align="left" alt="สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร " src="http://www.thaitravelhealth.com/blog/wp-content/uploads/2008/09/medical-service-department.jpg" style="margin-right: 10px;" /></p>
<h3>ฺฺBangkok Medical Service Department</h3>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">วิสัยทัศน์(Vision)</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> สำนักการแพทย์เป็นองค์กรหลักด้านบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ผลิตแพทย์และพยาบาลได้มาตรฐาน ตามเกณฑ์ เพื่อให้ประชาชนกรุงเทพมหานครมีคุณภาพชีวิตที่ดี</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เป้าประสงค์(Goal)</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> </span></span><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขอย่างมีมาตรฐานด้วยเทคโนโลยีและวิชาการที่ทัน สมัยประชาชนมีส่วนร่วม ในการดูแลสุขภาพตนเอง และมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ผลิตบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลที่มีคุณภาพ และคุณธรรม</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">พันธกิจ(Mission)</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> </span></span><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">สำนักการแพทย์มุ่งมั่นให้การบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ทั้งด้านส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคบำบัดรักษา และฟื้นฟูสุขภาพ ใช้เทคโนโลยีทันสมัยและเหมาะสม เน้นด้านเวชศาสตร์เขตเมืองโดยมีผู้ใช้บริการเป็นศูนย์กลาง ประชาชนมีส่วนร่วมในการ ดูแลสุขภาพและมีหลักประกันถ้วนหน้า การบริหารมีประสิทธิภาพโดยยึดหลักคุณธรรม พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วนและสะดวกต่อการเข้าถึง บุคลากรได้รับการพัฒนา อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมงานวิจัย ที่มีคุณ ภาพและผลิตแพทย์และพยาบาลที่ได้มาตรฐาน </span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร<br />
514 ถนนหลวง แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบฯ<br />
กรุงเทพมหานคร 10100<br />
โทรศัพท์ : 0-2224-2954, 0-2225-4986</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">หน่วยงานในสังกัด</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><a target="_blank" href="http://www.vajira.ac.th/">วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานคร<br />
และวชิรพยาบาล</a><br />
681 ถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล<br />
เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300<br />
โทรศัพท์ : 0-2244-3000<br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><a target="_blank" href="http://www.klanghospital.go.th/">โรงพยาบาลกลาง</a><br />
514 ถนนหลวง แขวงป้อมปราบ<br />
เขตป้อมปราบฯ กรุงเทพมหานคร 10100<br />
โทรศัพท์ : 0-2221-6141-60, 0-2222-2424</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
<a target="_blank" href="http://www.taksinhosp.go.th/">โรงพยาบาลตากสิน</a><br />
543 ถนนสมเด็จเจ้าพระยา แขวงคลองสาน<br />
เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600<br />
โทรศัพท์ : 0-2437-0123, 0-2437-1206</p>
<p><a target="_blank" href="http://www.ckphosp.go.th/">โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์</a><br />
8 ถนนเจริญกรุง แขวงบางคอแหลม<br />
เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคา 10120<br />
โทรศัพท์ : 0-2289-7000<br />
โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธฺโร อุทิศ<br />
39 หมู่ 4 เขตหนองแขม<br />
กรุงเทพมหานคร 10160<br />
โทรศัพท์ : 0-2429-3576-81</p>
<p><a target="_blank" href="http://www.nongchokhosp.go.th/">โรงพยาบาลหนองจอก</a><br />
48 หมู่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงกระทุ่มราย<br />
เขตหนองจอกกรุงเทพมหานคร 10530<br />
โทรศัพท์ : 0-2543-1150,0-2543-1307<br />
โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร<br />
2 ซอยลาดกระบัง 15 ถนนอ่อนนุช<br />
เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520<br />
โทรศัพท์ : 0-2326-7711, 0-2326-9995</p>
<p><a target="_blank" href="http://www.ratchaphiphathosp.go.th/">โรงพยาบาลราชพิพัฒน์</a><br />
919 หมู่ 4 แขวงบางไผ่<br />
เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160<br />
โทรศัพท์ : 0-2421-2222</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
<a target="_blank" href="http://www.sirindhornhosp.go.th/">โรงพยาบาลสิรินธร</a><br />
20 ซอยอ่อนนุช แขวงประเวศ<br />
เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250<br />
โทรศัพท์ : 0-2328-6900-19</p>
<p><a target="_blank" href="http://www.kcn.ac.th/">วิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์</a><br />
191/5 ถนนขาว แขวงวชิรพยาบาล<br />
เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300<br />
โทรศัพท์ : 0-2241-6500-9 </span></span></p>
<p><a href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%a1%e0%b8%ab/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%a1%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โรคกระเพาะอักเสบ</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Sep 2008 04:20:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประกันสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Peptic Disease]]></category>
		<category><![CDATA[โรคกระเพาะอักเสบ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคกระเพาะอาหารอักเสบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=222</guid>
		<description><![CDATA[
โรคกระเพาะอักเสบ Peptic Disease
source: รายการตะลุยโรงหมอ
รศ. นพ. นุสนธิ์ กลัดเจริญ 
(ู้เชี่ยวชาญระบบกระเพาะอาหาร และตับ โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์

โรคกระเพาะอักเสบ คือภาวะกระเพาะอาหารเกิดการอักเสบ บวม แดง ซึ่งเกิดจากกระเพาะอาหารถูกบางสิ่งรบกวน ทำให้เกิดการระคายเคืองขึ้น จนเยื่อบุกระเพาะเกิดเป็นผื่น และอักเสบซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้ ก็อาจลุกลามกลายเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้
ปกติแบคทีเรียส่วนใหญ่เมื่อถึงกระเพาะมักจะตายหมดเพราะว่ากระเพาะอาหารมีน้ำย่อยซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งฆ่าเชื้อได้แต่มีแบคทีเรีย Helicobacter pylori ซึ่งวิวัฒนาการทนกรดในกระเพาะอาหารได้ แต่เดิมเรามักจะเชื่อกันว่าโรคกระเพาะอาหารอักเสบ โรคแผลในกระเพาะอาหาร เกิดจากกรดออกมามากเกินไป ทำลายเยื่อของตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเกิดจากเชื้อ Helicobacter pylori 
สรุปสาเหตุที่ทำให้กระเพาะอาหารอักเสบ
1. อาหาร หรือยาบางชนิด เช่น ยาแอสไพริน หรือยาแก้ปวดข้อ ปวดกระดูก
2. แบคทีเรีย โดยปกติแบคทีเรียจะไม่สามารถทนกรดในกระเพาะอาหารได้ แต่ยกเว้นแบคทีเรียที่ชื่อ Helicobacter pylori ซึ่งส่งผลให้กระเพาะเกิดการอักเสบได้
3. มีกรดในกระเพาะมากเกินไป
โรคกระเพาะอักเสบ จะปวดแน่น ตรงกลางท้องช่วงบน อาการพวกนี้จะแตกต่างกันตามเกณฑ์อายุ ยิ่งอายุมากอาการของโรคยิ่งน้อย
การรักษา
จุดประสงค์ของการรักษากระเพาะอาหารอักเสบ คือ
1. บรรเทาอาการปวดท้อง
2. รักษาการอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหาร
3. ป้องกันการเกิดซ้ำ
4. ป้องกันภาวะแทรกซ้อน
1. การบรรเทาอาการปวดท้อง ใช้หลักการของด่างมาสะเทิ้นกรดภายในกระเพาะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img align="left" alt="โรคกระเพาะอักเสบ" src="http://www.thaitravelhealth.com/blog/wp-content/uploads/2008/08/ulcer-emergencies.jpg" style="margin-right: 10px;" /></p>
<h3><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">โรคกระเพาะอักเสบ Peptic Disease</span></span></strong></h3>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">source: รายการตะลุยโรงหมอ<br />
รศ. นพ. นุสนธิ์ กลัดเจริญ <br />
(ู้เชี่ยวชาญระบบกระเพาะอาหาร และตับ โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์<br />
</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">โรคกระเพาะอักเสบ</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> คือภาวะกระเพาะอาหารเกิดการอักเสบ บวม แดง ซึ่งเกิดจากกระเพาะอาหารถูกบางสิ่งรบกวน ทำให้เกิดการระคายเคืองขึ้น จนเยื่อบุกระเพาะเกิดเป็นผื่น และอักเสบซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้ ก็อาจลุกลามกลายเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ปกติแบคทีเรียส่วนใหญ่เมื่อถึงกระเพาะมักจะตายหมดเพราะว่ากระเพาะอาหารมีน้ำย่อยซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งฆ่าเชื้อได้แต่มีแบคทีเรีย <a href="http://www.thaitravelhealth.com/blog/wp-content/uploads/2008/08/hpylori.jpg" target="_blank" rel="lightbox[222]">Helicobacter pylori</a> ซึ่งวิวัฒนาการทนกรดในกระเพาะอาหารได้ แต่เดิมเรามักจะเชื่อกันว่าโรคกระเพาะอาหารอักเสบ โรคแผลในกระเพาะอาหาร เกิดจากกรดออกมามากเกินไป ทำลายเยื่อของตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเกิดจากเชื้อ </span></span><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">Helicobacter pylori </span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">สรุปสาเหตุที่ทำให้กระเพาะอาหารอักเสบ</span></span></strong></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">1. อาหาร หรือยาบางชนิด เช่น ยาแอสไพริน หรือยาแก้ปวดข้อ ปวดกระดูก<br />
2. แบคทีเรีย โดยปกติแบคทีเรียจะไม่สามารถทนกรดในกระเพาะอาหารได้ แต่ยกเว้นแบคทีเรียที่ชื่อ </span></span><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">Helicobacter pylori ซึ่งส่งผลให้กระเพาะเกิดการอักเสบได้<br />
3. มีกรดในกระเพาะมากเกินไป</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">โรคกระเพาะอักเสบ</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> จะปวดแน่น ตรงกลางท้องช่วงบน อาการพวกนี้จะแตกต่างกันตามเกณฑ์อายุ ยิ่งอายุมากอาการของโรคยิ่งน้อย</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การรักษา</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
จุดประสงค์ของการรักษากระเพาะอาหารอักเสบ คือ<br />
1. บรรเทาอาการปวดท้อง<br />
2. รักษาการอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหาร<br />
3. ป้องกันการเกิดซ้ำ<br />
4. ป้องกันภาวะแทรกซ้อน</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">1. การบรรเทาอาการปวดท้อง ใช้หลักการของด่างมาสะเทิ้นกรดภายในกระเพาะ ยาที่นิยมใช้คือยาธาตุน้ำขาว(Alum milk) หรือใช้เป็นยาเม็ดอลูมิเนียม ไฮดรอกไซด์ก็ได้ผลเช่นกัน  ซึ่งในกรณีของยาเม็ดควรเคี้ยวก่อนกลืนเพราะยาเม็ดบางชนิดแตกตัวในกระเพาะ อาหารช้า ยากลุ่มนี้จะรับประทานก่อนอาหาร 3เวลา หรืออาจรับประทานเพิ่มเติมเมื่อมีการปวดระหว่างมื้อ  นอกจากนี้ควรเลี่ยงอาหารรสจัด น้ำอัดลม กาแฟซึ่งอาจกระตุ้นอาการปวดท้อง</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">2. การรักษาการอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหาร  ใช้ยารักษานาน 14วัน นิยมใช้ยาลดการหลั่งกรด(Acid suppression) ได้แก่ ยากลุ่ม H2 receptor antagonists หรือยากลุ่ม Proton pump inhibitors เพราะหาซื้อได้สะดวกตามร้านขายยา ส่วนยากลุ่ม Cytoprotective เช่น Sucralfate หรือ Bismuth ก็สามารถใช้ได้</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">3. การป้องกันการเกิดซ้ำ คือการป้องกันสาเหตุของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ โดยหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียด หรือยาแก้ปวดข้อ การออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพแข็งแรงก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการป้องกันโรค</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">4. การป้องกันภาวะแทรกซ้อน ส่วนใหญ่ภาวะแทรกซ้อนมักเกิดจากยาแก้ปวดข้อ เนื่องจากยานี้จะลดอาการปวดได้ขณะที่ยากัดกระเพาะ ทำให้อาการปวดท้องซึ่งเป็นอาการเตือนถูกบดบัง ภาวะแทรกซ้อนมักเกิดในผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นแผลในกระเพาะมาก่อน ผู้ป่วยที่รับประทานยาชุด-ยาลูกกลอน เมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นมา การรักษามักจะต้องใช้การส่องกล้องรักษาหรืออาจต้องผ่าตัดถ้ามีกระเพาะอาหารทะลุ<br />
<p><a href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%9a/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คิดซื้อประกันสุขภาพ</title>
		<link>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Sep 2008 17:36:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thai insurance</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประกันสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ขายประกันสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ซื้อประกันสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดประกันสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทประกันสุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/?p=221</guid>
		<description><![CDATA[
การซื้อประกันสุขภาพ
source: Thailand Insurance
คัดลอกบางส่วน อินไซด์ประกัน ปีที่3 ฉบับที่ 43
สุขภาพอาจเป้นสิ่งสำคัญที่สุดก้ว่าได้ เพราะถ้าสุขภาพกายดี สุขภาพจิตก็จะดีไปด้วย ดังนั้น การจ่ายเงินซื้อบริการสุขภาพ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่พอมีกำลังเงินจ่าย ที่แพงกว่าประกันสุขภาพขั้นพื้นฐาน
ผู้ให้บริการประกันสุขภาพ ที่ว่านี้ก็คือ บริษัทประกัน ซึ่งประกอบไปด้วย บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันสุขภาพ และบริษัทประกันวินาศภัย
บริษัทประกันมักการันตีระดับหนึ่งในกรณี ลูกค้าผู้จ่ายเงินขอใช้บริการ เดินเข้าไปในโรงพยาบาล จะต้องได้รับการบริการที่ดี โดยเฉพาะลูกค้าไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า แล้วค่อยมาตั้งเบิกภายหลัง
ปัจจุบันบริษัทประกันวินาศภัย เริ่มหันมาขายประกันสุขภาพกันมากขึ้น เนื่องจากคาดการณ์กันว่า เมื่อค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นตามกลไกการตลาด ดังนั้น คนจึงหันมาซื้อประกันสุขภาพมากขึ้น ทำให้ตลาดประกันสุขภาพขยายตัว
สำหรับ ตลาดประกันสุขภาพนั้น บริษัทประกันชีวิตขายกันมานานแล้ว แต่เป็นการขายในลักษณะสัญญาแนบท้ายกรมธรรม์ประกันชีวิตที่เป็นตัวหลัก
นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทยบอกว่า ตอนนี้ตลาดประกันสุขภาพมีเบี้ยประกันมากกว่า 20,000 ล้านบาทจากทั้งหมดเป้นการซื้อจากบริษัทประกันชีวิตประมาณ 85% ส่วนที่เหลือมาจากบริษัทประกันสุขภาพ และบริษัทประกันวินาศภัยทั่วไป เหตุที่ยอดเบี้ยจากบริษัทประกันชีวิตสูงกว่า เพราะการซื้อประกันสุขภาพกับบริษัทประกันชีวิตไม่ต้องพิจารณามาก เพราะซื้อประกันชีวิตอยู่แล้ว เพิ่มเงินอีกเล็กน้อยก้ได้ความคุ้มครองการเจ็บไข้ได้ป่วยแล้ว ตอนนี้บริษัทประกันชีวิตทุกแห่งมีสินค้าประกันสุขภาพนำเสนอให้ลูกค้าเลือก
ขณะที่นายสุรชัย ศิริวัลลภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด(มหาชน) บอกว่า ประกันสุขภาพเป็นตลาดที่ใหญ่มาก ยิ่งค่ารักาาพยาบาลแพง ประชาชนจะหันมาซื้อประกันสุขภาพมากขึ้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img align="left" alt="ประกันสุขภาพ" src="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/wp-content/uploads/2008/09/health-care.jpg" style="margin-right: 10px;" /></p>
<h3><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การซื้อประกันสุขภาพ</span></span></strong></h3>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">source: Thailand Insurance<br />
คัดลอกบางส่วน อินไซด์ประกัน ปีที่3 ฉบับที่ 43</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">สุขภาพอาจเป้นสิ่งสำคัญที่สุดก้ว่าได้ เพราะถ้าสุขภาพกายดี สุขภาพจิตก็จะดีไปด้วย ดังนั้น การจ่ายเงินซื้อบริการสุขภาพ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่พอมีกำลังเงินจ่าย ที่แพงกว่าประกันสุขภาพขั้นพื้นฐาน</span></span></p>
<p><strong><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">ผู้ให้บริการประกันสุขภาพ</span></span></strong><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;"> ที่ว่านี้ก็คือ บริษัทประกัน ซึ่งประกอบไปด้วย บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันสุขภาพ และบริษัทประกันวินาศภัย</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">บริษัทประกันมักการันตีระดับหนึ่งในกรณี ลูกค้าผู้จ่ายเงินขอใช้บริการ เดินเข้าไปในโรงพยาบาล จะต้องได้รับการบริการที่ดี โดยเฉพาะลูกค้าไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า แล้วค่อยมาตั้งเบิกภายหลัง</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">ปัจจุบันบริษัทประกันวินาศภัย เริ่มหันมา<strong>ขายประกันสุขภาพ</strong>กันมากขึ้น เนื่องจากคาดการณ์กันว่า เมื่อค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นตามกลไกการตลาด ดังนั้น คนจึงหันมาซื้อประกันสุขภาพมากขึ้น ทำให้ตลาดประกันสุขภาพขยายตัว</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">สำหรับ<strong> ตลาดประกันสุขภาพ</strong>นั้น บริษัทประกันชีวิตขายกันมานานแล้ว แต่เป็นการขายในลักษณะสัญญาแนบท้ายกรมธรรม์ประกันชีวิตที่เป็นตัวหลัก</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;"><a href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0-%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B8%8B%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3/" target="_blank">นายสาระ ล่ำซำ</a> นายกสมาคมประกันชีวิตไทยบอกว่า ตอนนี้ตลาดประกันสุขภาพมีเบี้ยประกันมากกว่า 20,000 ล้านบาทจากทั้งหมดเป้นการซื้อจากบริษัทประกันชีวิตประมาณ 85% ส่วนที่เหลือมาจากบริษัทประกันสุขภาพ และบริษัทประกันวินาศภัยทั่วไป เหตุที่ยอดเบี้ยจากบริษัทประกันชีวิตสูงกว่า เพราะการซื้อประกันสุขภาพกับบริษัทประกันชีวิตไม่ต้องพิจารณามาก เพราะซื้อประกันชีวิตอยู่แล้ว เพิ่มเงินอีกเล็กน้อยก้ได้ความคุ้มครองการเจ็บไข้ได้ป่วยแล้ว ตอนนี้บริษัทประกันชีวิตทุกแห่งมีสินค้าประกันสุขภาพนำเสนอให้ลูกค้าเลือก</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">ขณะที่<a href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B8%A0%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9B/" target="_blank">นายสุรชัย ศิริวัลลภ</a> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร <a href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD/" target="_blank">บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด(มหาชน)</a> บอกว่า <strong>ประกันสุขภาพ</strong>เป็นตลาดที่ใหญ่มาก ยิ่งค่ารักาาพยาบาลแพง ประชาชนจะหันมาซื้อประกันสุขภาพมากขึ้น เพื่อลดรายจ่ายค่ารักษาพยาบาล ที่ผ่านมาบริษัทประกันภัยไม่อยากขายเพราะกลัวขาดทุน คุมต้นทุนเคลมกับโรงพยาบาลยาก แต่ถ้ามีจำนวนผู้ซื้อมากๆ ต้นทุนจะลดลง ดังนั้นเชื่อว่า 10 ปีข้างหน้าเบี้ยประกันสุขภาพของธุรกิจประกันวินาศภัยจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเท่ากับเบี้ยประกันภัยรถยนต์ เพราะรถยนต์จะมีความสำคัญลดลงหากระบบการจราจร และการขนส่งมวลชนดีขึ้น</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">ขระที่นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ <a href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B9%8C/" target="_blank">บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน)</a> บอกถึงสาเหตุที่ประกันสุขภาพของธุรกิจประกันวินาศภัยไม่โตเหมือนประกันชีวิต เนื่องจากเบี้ยประกันสุขภาพของบริษัทประกันวินาศภัยแพงกว่า เพราะเป็นแบบประกันภัยที่คุ้มครองสุขภาพดดยตรง และต้องบวกภาษีมูลค่าเพิ่มในส่วนของความคุ้มครองประกันสุขภาพ ที่สุดเบี้ยประกันจึงถูกกว่า</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">ขณะที่นายจิรวุฒิ บุญศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ <a href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1/" target="_blank">บริษัท ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน)</a> กล่าวว่าปีนี้เน้นตลาดประกันสุขภาพ โดยจะออกกรมธรรม์ประกันสุขภาพระยะยาว 3-5 ปี สินค้านี้ถ้าลูกค้าซื้อยาวเบี้ยประกันจะถูกลงเนื่องจากเป็นการซื้อความคุ้มครองล่วงหน้า</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">ขระที่นายชัย โสภนพนิช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ <a href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2/" target="_blank">บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) </a>ให้ความเห็นว่า บริษัทฯ ได้ขายประกันสุขภาพ แบบชดเชยรายได้โดยขายผ่าน<a href="http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E/" target="_blank">เทเลมาร์เก็ตติ้ง </a>และแบงก์แอสชัวรันส์มาระยะหนึ่งแล้ว</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">นั่นเป็นความเห็นของคนในวงการประกันภัยเกี่ยวกับการขยายตัวของธุรกิจประกันสุขภาพ อย่างไรก็ตาม หากมองสินค้าในกลุ่มประกันสุขภาพแล้ว สินค้าที่มีการแข่งขันรุนแรงในปัจจุบัน คือ ประกันภัยโรคร้ายแรง โดยเฉพาะประกันโรคมะเร็ง ที่มีทั้งประกันประกันชีวิต และประกันวินาศภัยเสนอการขาย ทั้งนี้มีสาเหตุมาจากสถิติการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งพุ่งสูงมากนั่นเอง รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลก็สูงมากด้วย</span></span></p>
<p><strong><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">จุดแข็งของประกันสุขภาพก็คือ</span></span></strong><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;"> สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ แม้จะเป็นการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม แต่ในกรณีที่เป็นผู้ป่วยใน บริษัทประกันจะระบุเงื่อนไขว่า ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 8 ชั่วโมง</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">แต่ทั้งนี้ที่ผ่านมามีสินค้าประกันสุขภาพบางแบบของบางบริษัท ซึ่งเปิดขายในแบบที่ไม่จำเป็นต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล หรือแบบ OPD ก็สามารถแคลมได้ เพียงแต่การซื้อแบบประกันที่ว่านี้ต้องจ่ายเบี้ยประกันสูงกว่าปกติเท่านั้นเอง</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">อย่างไรก็ตาม หากมองเป้าหมายการคุ้มครองสุขภาพโดยตรงแล้ว การซื้อประกันสุขภาพจากบริษัทประกันวินาศภัย เป็นการซื้อประกันเพื่อคุ้มครองเรื่องสุขภาพ เนื่องจากบริษัทประกันภัยตกลงที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลของผู้เอาประกันภัย ไม่ว่าค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจากการเจ็บป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บ หรือการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุให้แก่ผู้เอาประกันภัย<br />
</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเลือกทำประกันกับบริษัทประกันชีวิต หรือบริษัทประกันวินาศภัยก็มีประโยชน์แก่ตัวเราทั้งสิ้น ซึ่งเราสามารถซื้อได้ทั้งการประกันสุขภาพรายบุคคล และการประกันสุขภาพแบบกลุ่ม ซึ่งแบบกลุ่มอาจซื้อในรูปของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">การซื้อประกันสุขภาพอีกแบบที่น่าสนใจคือ การประกันอุบัติเหตุและสุขภาพรายบุคคล ซึ่งการซื้อประกันแบบนี้มีความคุ้มครองครอบครุมไปถึงค่ารักษาพยาบาลอันเนื่องจากอุบัติเหตุด้วย</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinsuranceetc.com/blog/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

