คิดซื้อประกันสุขภาพ

การซื้อประกันสุขภาพ
source: Thailand Insurance
คัดลอกบางส่วน อินไซด์ประกัน ปีที่3 ฉบับที่ 43
สุขภาพอาจเป้นสิ่งสำคัญที่สุดก้ว่าได้ เพราะถ้าสุขภาพกายดี สุขภาพจิตก็จะดีไปด้วย ดังนั้น การจ่ายเงินซื้อบริการสุขภาพ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่พอมีกำลังเงินจ่าย ที่แพงกว่าประกันสุขภาพขั้นพื้นฐาน
ผู้ให้บริการประกันสุขภาพ ที่ว่านี้ก็คือ บริษัทประกัน ซึ่งประกอบไปด้วย บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันสุขภาพ และบริษัทประกันวินาศภัย
บริษัทประกันมักการันตีระดับหนึ่งในกรณี ลูกค้าผู้จ่ายเงินขอใช้บริการ เดินเข้าไปในโรงพยาบาล จะต้องได้รับการบริการที่ดี โดยเฉพาะลูกค้าไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า แล้วค่อยมาตั้งเบิกภายหลัง
ปัจจุบันบริษัทประกันวินาศภัย เริ่มหันมาขายประกันสุขภาพกันมากขึ้น เนื่องจากคาดการณ์กันว่า เมื่อค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นตามกลไกการตลาด ดังนั้น คนจึงหันมาซื้อประกันสุขภาพมากขึ้น ทำให้ตลาดประกันสุขภาพขยายตัว
สำหรับ ตลาดประกันสุขภาพนั้น บริษัทประกันชีวิตขายกันมานานแล้ว แต่เป็นการขายในลักษณะสัญญาแนบท้ายกรมธรรม์ประกันชีวิตที่เป็นตัวหลัก
นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทยบอกว่า ตอนนี้ตลาดประกันสุขภาพมีเบี้ยประกันมากกว่า 20,000 ล้านบาทจากทั้งหมดเป้นการซื้อจากบริษัทประกันชีวิตประมาณ 85% ส่วนที่เหลือมาจากบริษัทประกันสุขภาพ และบริษัทประกันวินาศภัยทั่วไป เหตุที่ยอดเบี้ยจากบริษัทประกันชีวิตสูงกว่า เพราะการซื้อประกันสุขภาพกับบริษัทประกันชีวิตไม่ต้องพิจารณามาก เพราะซื้อประกันชีวิตอยู่แล้ว เพิ่มเงินอีกเล็กน้อยก้ได้ความคุ้มครองการเจ็บไข้ได้ป่วยแล้ว ตอนนี้บริษัทประกันชีวิตทุกแห่งมีสินค้าประกันสุขภาพนำเสนอให้ลูกค้าเลือก
ขณะที่นายสุรชัย ศิริวัลลภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด(มหาชน) บอกว่า ประกันสุขภาพเป็นตลาดที่ใหญ่มาก ยิ่งค่ารักาาพยาบาลแพง ประชาชนจะหันมาซื้อประกันสุขภาพมากขึ้น เพื่อลดรายจ่ายค่ารักษาพยาบาล ที่ผ่านมาบริษัทประกันภัยไม่อยากขายเพราะกลัวขาดทุน คุมต้นทุนเคลมกับโรงพยาบาลยาก แต่ถ้ามีจำนวนผู้ซื้อมากๆ ต้นทุนจะลดลง ดังนั้นเชื่อว่า 10 ปีข้างหน้าเบี้ยประกันสุขภาพของธุรกิจประกันวินาศภัยจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเท่ากับเบี้ยประกันภัยรถยนต์ เพราะรถยนต์จะมีความสำคัญลดลงหากระบบการจราจร และการขนส่งมวลชนดีขึ้น
ขระที่นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) บอกถึงสาเหตุที่ประกันสุขภาพของธุรกิจประกันวินาศภัยไม่โตเหมือนประกันชีวิต เนื่องจากเบี้ยประกันสุขภาพของบริษัทประกันวินาศภัยแพงกว่า เพราะเป็นแบบประกันภัยที่คุ้มครองสุขภาพดดยตรง และต้องบวกภาษีมูลค่าเพิ่มในส่วนของความคุ้มครองประกันสุขภาพ ที่สุดเบี้ยประกันจึงถูกกว่า
ขณะที่นายจิรวุฒิ บุญศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าปีนี้เน้นตลาดประกันสุขภาพ โดยจะออกกรมธรรม์ประกันสุขภาพระยะยาว 3-5 ปี สินค้านี้ถ้าลูกค้าซื้อยาวเบี้ยประกันจะถูกลงเนื่องจากเป็นการซื้อความคุ้มครองล่วงหน้า
ขระที่นายชัย โสภนพนิช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า บริษัทฯ ได้ขายประกันสุขภาพ แบบชดเชยรายได้โดยขายผ่านเทเลมาร์เก็ตติ้ง และแบงก์แอสชัวรันส์มาระยะหนึ่งแล้ว
นั่นเป็นความเห็นของคนในวงการประกันภัยเกี่ยวกับการขยายตัวของธุรกิจประกันสุขภาพ อย่างไรก็ตาม หากมองสินค้าในกลุ่มประกันสุขภาพแล้ว สินค้าที่มีการแข่งขันรุนแรงในปัจจุบัน คือ ประกันภัยโรคร้ายแรง โดยเฉพาะประกันโรคมะเร็ง ที่มีทั้งประกันประกันชีวิต และประกันวินาศภัยเสนอการขาย ทั้งนี้มีสาเหตุมาจากสถิติการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งพุ่งสูงมากนั่นเอง รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลก็สูงมากด้วย
จุดแข็งของประกันสุขภาพก็คือ สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ แม้จะเป็นการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม แต่ในกรณีที่เป็นผู้ป่วยใน บริษัทประกันจะระบุเงื่อนไขว่า ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
แต่ทั้งนี้ที่ผ่านมามีสินค้าประกันสุขภาพบางแบบของบางบริษัท ซึ่งเปิดขายในแบบที่ไม่จำเป็นต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล หรือแบบ OPD ก็สามารถแคลมได้ เพียงแต่การซื้อแบบประกันที่ว่านี้ต้องจ่ายเบี้ยประกันสูงกว่าปกติเท่านั้นเอง
อย่างไรก็ตาม หากมองเป้าหมายการคุ้มครองสุขภาพโดยตรงแล้ว การซื้อประกันสุขภาพจากบริษัทประกันวินาศภัย เป็นการซื้อประกันเพื่อคุ้มครองเรื่องสุขภาพ เนื่องจากบริษัทประกันภัยตกลงที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลของผู้เอาประกันภัย ไม่ว่าค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจากการเจ็บป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บ หรือการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุให้แก่ผู้เอาประกันภัย
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเลือกทำประกันกับบริษัทประกันชีวิต หรือบริษัทประกันวินาศภัยก็มีประโยชน์แก่ตัวเราทั้งสิ้น ซึ่งเราสามารถซื้อได้ทั้งการประกันสุขภาพรายบุคคล และการประกันสุขภาพแบบกลุ่ม ซึ่งแบบกลุ่มอาจซื้อในรูปของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน
การซื้อประกันสุขภาพอีกแบบที่น่าสนใจคือ การประกันอุบัติเหตุและสุขภาพรายบุคคล ซึ่งการซื้อประกันแบบนี้มีความคุ้มครองครอบครุมไปถึงค่ารักษาพยาบาลอันเนื่องจากอุบัติเหตุด้วย
ประกันสุขภาพ
วิถีการดำเนินชิวิตประจำวัน ของ มนุษย์ทุกคนต่างก็มีความเสี่ยงมากพอสมควร นับตั้งแต่ตื่นขึ้นมาจนกระทั่งนอนหลับตาอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงภัยนั้นจะมาในรูปแบบของการเจ็บไข้ได้ป่วยหรือ อุบัติเหตุทั้งที่เป็นเพียงเล็กน้อย หรืออาจส่งผลร้ายแรงจนก่อให้เกิดการพิการหรือทุพพลภาพในระยะยาว แต่ที่แน่นอนที่สุดคือ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นในขณะที่ยังไม่พร้อมรับภาระค่าใช้ จ่ายที่อยู่นอกเหนือความจำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวัน แต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่เรายังมีโอกาสหาหลักประกันให้กับตัวเอง เพื่อเป็นทางเลือกที่จะลดความรุนแรงของปัญหาอันเนื่องมาจากความเสี่ยงภัย ต่างๆได้ หรืออย่างน้อยตอนเจ็บไข้ได้ป่วยหรือประสบอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันเมื่อยังมี การประกันภัยอีกรูปแบบหนึ่งเข้ามาช่วยดูแลเราในเวลาคับขันนั่นก็คือ ประกันสุขภาพ
การประกันสุขภาพ เป็นการประกันภัยที่บริษัทประกันภัยตกลงที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจาก การรักษาพยาบาลของผู้เอาประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลนั้นจะเกิดจากความเจ็บป่วยจากโรคภัยหรือบาดเจ็บ จาก อุบัติเหตุให้แก่ผู้เอาประกันภัย ในหลักการประกันสุขภาพถือว่าการประกันสุขภาพเป็นความเสี่ยงภัยต่อบุคคลเป็น การทำสัญญาระหว่างบุคคลทั้ง 2 ฝ่าย คือ “ผู้รับประกันภัย” กับ “ผู้เอาประกันภัย” โดยผู้รับประกันภัยตกลงที่จะชดใช้เงินจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้เอาประกันภัย เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นๆ หากผู้เอาประกันภัยเกิดความเจ็บป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บหรือจากอุบัติเหตุและ ผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่ายเงินจำนวนหนึ่งที่เรียกว่า “เบี้ยประกันภัย” ให้กับผู้รับประกันภัยตามเงื่อนไขที่ตกลงระหว่างกัน พูดง่าย ก็คือ ผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่ายเบี้ยประกันไว้เพื่อประกันความเสี่ยงภัย ในกรณีที่ต้องมีค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นนั้น ซึ่งการตกลงนี้เป็นไปตามสิทธิและหน้าที่ที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องทำความเข้าใจ กันไว้ตั้งแต่ต้น
การประกันสุขภาพจะแบ่งออกเป็น2 ประเภท ได้แก่ การประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพหมู่ และ การประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพรายบุคคล โดยแบ่งความคุ้มครองออกเป็น 2 ลักษณะ คือ
1. การรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยใน (จากอุบัติเหตุหรือการป่วยไข้ โดยจะชดเชยค่าใช้จ่ายในกรณีที่มีการรักษาพยาบาลฉุกเฉินหลังเกิดอุบัติเหตุ)
* ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการผ่าตัด
* ค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตร
2. การรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (ความคุ้มครองเมื่อผู้เอาประกันภัยต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากบาดเจ็บ)
* ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการให้แพทย์เข้ามาดูแล
* ค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาที่คลินิกหรือแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล
* ค่าใช้จ่ายการรักษาฟัน
สำหรับ อัตราเบี้ยประกันภัย ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ได้แก่ อายุ เพศ สุขภาพ อาชีพ และลักษณะการดำรงชีวิตของผู้เอาประกันภัยเป็นสำคัญ ส่วนการประกันภัยหมู่ต้องมีการพิจารณาถึงจำนวนบุคคลที่จะเอาประกันภัยด้วย เพราะถ้าจำนวนบุคคลมาก การกระจายความเสี่ยงภัยจะมีมากกว่าซึ่งจะทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่ำลงได้ นอกจากนี้ บริษัทประกันภัยยังยกเว้นไม่คุ้มครอง “โรคที่เป็นมาก่อนการทำประกันภัย” ดังนั้น หากผู้ขอเอาประกันภัยมีสุขภาพไม่แข็งแรงหรือมีโรคประจำตัวหลายอย่าง โอกาสที่จะเจ็บป่วยในอนาคตย่อมมีมากกว่าผู้มีสุขภาพแข็งแรง บริษัทอาจพิจารณารับประกันภัยผู้ขอเอาประกันภัยรายนั้นด้วยเบี้ยประกันที่ สูงกว่าคนปกติหรืออาจจะไม่รับประกันภัยเลยก็ได้ รวมทั้งจะไม่คุ้มครองการเข้าพักรักษาตัวซึ่งไม่ได้เกิดจากการบาดเจ็บหรือ ป่วยไข้ เช่น การทำหมัน การทำศัลยกรรม การลดความอ้วน การพักผ่อน รวมทั้งการรักษาโรคประสาท กามโรค การติดสิ่งเสพติด และการตรวจสายตา
source: นสพ.สยามธุรกิจ
ประกันสุขภาพ คืออะไร

ประกันสุขภาพ คืออะไร
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
การประกันสุขภาพ คือ การประกันภัยที่บริษัทประกันภัยตกลงที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น จากการรักษาพยาบาลของผู้เอาประกันภัย ไม่ว่าค่ารักษาพยาบาลนั้นจะเกิดขึ้นจากการเจ็บป่วยจากโรคภัย หรือการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุให้แก่ผู้เอาประกันภัย
การประกันสุขภาพมีกี่ประเภท แต่ละประเภทมีขอบเขตความคุ้มครองแค่ไหน
การประกันสุขภาพแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การประกันภัยอุบัติเหตุ และสุขภาพหมู่และการประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพรายบุคคล ทั้ง 2 ประเภท ให้ความคุ้มครองที่เหมือนกัน โดยแบ่งความคุ้มครองหลักออกได้เป็น 7 หมวด ได้แก่
1. ให้ความคุ้มครองเมื่อผู้เอาประกันภัยต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล เพราะการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือการป่วยไข้ โดยจะชดเชยค่าใช้จ่ายอันเกิดจาก
– ค่าห้องและค่าอาหาร
– ค่าบริการทั่วไป
– ค่าใช้จ่ายในกรณีที่มีการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน หลังการเกิดอุบัติเหตุ
2. ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการผ่าตัด ค่าปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการผ่าตัด
3. ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการให้แพทย์มาดูแล
4. ค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาที่คลีนิค หรือแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล
5. ค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตร
6. ค่าใช้จ่ายในการรักษาฟัน
7. การชดเชยค่าใช้จ่าย
อันเกิดขึ้นจากการบริการโดย พยาบาลพิเศษขณะอยู่ในโรงพยาบาลหรือที่บ้านภายหลังจากการรักษาในโรงพยาบาล ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์
อัตราเบี้ยประกันภัยขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
1. อายุ อายุของผู้เอาประกันภัยที่แตกต่างกัน สามารถแสดงถึงโอกาสที่ร่างกาย จะบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วย รวมถึงการได้รับผลกระทบแทรกซ้อนแตกต่างกันไปด้วย เพราะบุคคลทั่วไปเมื่อมีอายุมากขึ้นก็จะมีโอกาสเกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพได้ มากขึ้น และถ้าได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยแล้วประสิทธิภาพในการที่ร่างกายจะซ่อมแซม ส่วนที่สึกหรอก็จะลดลง มีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงและต้องใช้เวลาในการพักรักษาตัวนานกว่า บุคคลที่มีอายุน้อยกว่า
2. เพศ ปัจจุบันความเสี่ยงภัยของเพศหญิงจะไม่แตกต่างจากเพศมากนัก แต่อย่างไรก็ตามความแข็งแรงของสุขภาพร่างกายยังมีความแตกต่างกันอยู่โดยปกติ เพศหญิงจะใช้เวลาในการฟื้นตัวจากการเจ็บป่วย หรือบาดเจ็บทางร่ายกายนานกว่าเพศชาย ผู้รับประกันภัยจึงอาจจะรับประกันภัยโดยกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยสูงกว่าเพศ ชาย
3. สุขภาพ ได้แก่ ประวัติเกี่ยวกับสุขภาพและการรักษาพยาบาล รวมทั้งสภาพร่ายกายของผู้ขอเอาประกันภัย บุคคลที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ไม่เคยมีประวัติการเจ็บป่วยรุนแรง โอกาสที่จะได้รับการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยร้ายแรงหรือได้รับผลกระทบจนทุพพลภาพ เป็นเวลานานในอนาคต ก็ย่อมเป็นไปได้น้อยกว่าบุคคลที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอผิดปกติหรือมี ประวัติการเจ็บป่วยร้ายแรงมาก่อน อีกทั้งอาการผิดปกติของร่างกายหรือจิตใจบางอย่างจะก่อให้เกิดแนวโน้มหรือ ความเป็นไปได้สูงในการเกิดอุบัติเหตุ เช่น โรคลมบ้าหมู ประสาทหลอน หรืออาการตื่นตกใจง่าย เป็นต้น
4. อาชีพ อาชีพแสดงถึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคลซึ่ง จะนำไปสู่ความเสี่ยงภัยหรือแนวโน้มที่จะได้รับบาทเจ็บหรือเจ็บป่วยที่ต่าง กันออกไป
5. การดำเนินชีวิต แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมซึ่งจะมีผลต่อสุขภาพ หรือ อุบัติเหตุของบุคคลที่แตกต่างกันไป อาทิเช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การเล่นกีฬาที่เสี่ยงอันตราย เป็นต้น
6. สำหรับการประกันภัยหมู่จะต้องมีการพิจารณา ถึงจำนวนบุคคลที่จะเอาประกันภัยด้วยเพราะถ้าจำนวนบุคคลมาก การกระจายความเสี่ยงจะมีมากกว่า ซึ่งจะทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่ำลงได้
การพิจารณารับประกันภัยของบริษัท
การพิจารณารับประกันภัยของบริษัท ย่อมขึ้นอยู่กับสุขภาพ / อายุของผู้เอาประกันภัยเป็นสำคัญ และในการให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันภัยนั้น บริษัทจะไม่คุ้มครอง “โรคที่เป็นมาก่อนการทำประกันภัย” อาทิเช่น หากผู้เอาประกันภัยเป็นโรคเบาหวานมาก่อนการทำประกันภัย บริษัทจะไม่คุ้มครองหากผู้เอาประกันภัยนั้นต้องรักษาตัวด้วยโรคเบาหวาน แต่จะคุ้มครองหากผู้เอาประกันภัยนั้นเกิดเป็นโรคหัวใจขึ้นมาภายหลัง
ดังนั้น หากผู้ขอเอาประกันภัยที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง หรือมีโรคประจำตัวหลายอย่างโอกาสที่จะเจ็บป่วยในอนาคต ย่อมมากกว่าผู้มีสุขภาพแข็งแรง บริษัทอาจจะพิจารณารับประกันภัยผู้ขอเอาประกันภัยรายนั้นด้วยเบี้ยประกันภัย ที่สูงกว่าคนปกติ หรืออาจจะไม่รับประกันภัยเลยก็ได้
ในกรณีที่ผู้ขอเอาประกันภัยเจ็บป่วยด้วยโรคที่รุนแรง เช่น เอดส์ มะเร็ง บริษัทมักจะไม่รับประกันภัย
หลักเกณฑ์ในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นอย่างไร
การจ่ายค่าสินไหมทดแทนสำหรับการประกันสุขภาพ ยึดหลักเกณฑ์เดียวกับการประกันภัยประเภท
อื่น ๆ คือ “จ่ายตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงแต่สูงสุดไม่เกินจำนวนเงินที่เอาประกันภัยไว้”
ข้อยกเว้นความคุ้มครอง
การประกันสุขภาพโดยทั่วไป จะไม่คุ้มครองการเข้าพักรักษาตัวซึ่งมิได้เกิดขึ้นจากการบาดเจ็บหรือป่วยไข้ เช่น การทำหมัน การทำศัลยกรรม การลดความอ้วน การพักผ่อน รวมทั้งการรักษาโรคประสาท กามโรค การติด และการตรวจสายตา เช่นกัน
โรคติดเชื้อจากน้ำลายสุนัขและแมว

Pastrera
รายการ อโรคาปาร์ตี้
โรคติดเชื้อจากน้ำลายสุนัขและแมว เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เมื่อเป็นโรคนี้จะเกิดหนองเลือดเป็นพิษตามผิวหนัง หรือเยื่อไขกระดูกอักเสบขึ้น ในกรณีที่ร้ายแรงมากๆ ก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
สาเหตุที่เกิดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้เข้าไปก็เพราะมีการคลุกคลีกับสัตว์เลี้ยงมากเกินไป เช่นการจูบ หรือหอมสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ ทำให้แบคทีเรีย Pastrera เข้าไปในโพรงจมูก และเกิดอาการอักเสบ
- คุณเคยมีอาการคัดจมูกขณะที่อยู่กับสัตว์เลี้ยงบ้างหรือไม่?
- เคยสังเกตเห็นอาการ เลือดคั่งที่ตาบ้างหรือไม่?
- คุณให้ความใกล้ชิด สนิทสนมกับสัตว์เลี้ยงมากเกินไปหรือไม่?
หากปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ คุณอาจเป็นผู้โชคร้ายคนต่อไปก็ได้
ING คุ้มครองโรคร้าย

ING คุ้มครองโรคร้าย
ปัจจุบันคนทั่วโลก รวมทั้งคนไทยมีอัตราเกิดโรคร้ายแรง อาทิ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต และโรคอื่นๆ กันมากขึ้น เนื่องจากใช้ชีวิตท่ามกลางมลภาวะ รับประทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ และขาดการออกกำลังกาย การเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจำนวนมาก ดังนั้น ไอเอ็นจี ประกันชีวิต จึงเตรียมแบบประกันที่ให้ความคุ้มครอง โรคร้ายแรงถึง 41 โรค เพื่อคุ้มครองชีวิต และแบ่งเบาภาระ ค่ารักษาพยาบาล



