สถาปนิกทางการเงิน

สถาปนิกทางการเงิน ออกแบบ และวางแผนทางการเงิน
The Registered Financial Consultant (RFC)
ลูกค้าส่วนใหญ่ จะไม่รู้ว่าเป้าหมายในชีวิตของเขาคืออะไร งานของที่ปร฿กษาทางการเงิน คือเข้าไปรับผิดชอบเป้าหมายของลูกค้า
เป้าหมาย ที่ปรึกษาทางการเงิน ต้องเข้าไปรู้แต่ละเป้าหมายของลูกค้า จะต้องใช้เงินเท่าไรในอนาคต เช่นรายจ่ายอีก 10 ปีข้างหน้า เขาจะต้องมีอะไรบ้าง มีภาระต้องส่งลูกไปเรียนต่างประเทศหรือเปล่า มีค่ารักษาพยาบาลไหม เงินใช้ตอนเกษียณ การท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งเป็นงานที่ปรึกษาทางการเงินจะเข้าไปช่วยเหลือกำหนดเป้าหมาย
การเงิน ช่วยให้คำแนะนำการลงทุนของลูกค้า แนะนำการบริหารความเสี่ยงของลูกค้า
สินค้าที่ใช้วางแผนทางการเงินทั่วโลก
1. Saving ออมทรัพย์ ซึ่งสามารถออมเงินได้จากการฝากธนาคาร ซื้อกองทุนประเภทเงินฝาก หรือพันธบัตรรัฐบาล
2. Investment การลงทุน เงินการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ลงทุนในหุ้น หรือกองทุนรวม
3. Insurance ประกัน ในเรื่องของการออม การคุ้มครองชีวิต และการรักษาพยาบาล

ลงทุนให้มั่งคั่ง
ลงทุนให้มั่งคั่ง
การลงทุนในทุกภาวะ ต้องมีการการกระจายการลงทุน การลงทุนแบ่งได้กว้างๆ 5 อย่าง
- อสังหาริมทรัพย์ ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด จะอยู่เองหรือปล่อยให้เช่าเก้งกำไร
- หุ้น ซึ่งมีทั้งใน และนอกตลาด และมีความผันผวนมาก การซื้อหุ้นระยะยาวจะดีก้ต่อเมื่อมีเงินปันผล แต่ถ้าหุ้นปันผลน้อย ถึงระยะยาวก็ไม่ค่อยดีเพราะดัชนี 400-500 กลายเป็นว่าสมัยนี้เป็นนักค้า แทนที่จะเป็นนักลงทุน ซื้อแล้วกำไร 3-5% ก็ขาย หรือคอยรับเงินปันผล
- ฝากธนาคาร ซื้อพันธบัตร หุ้นกู้ อาศัยกินดอกเบี้ย
- ทองคำ เป็นเครื่องมือในการลงทุนที่ดี จะซื้อทองแท่ง ซื้อทองรูปพรรณ ซื้อขายทองคำล่วงหน้า
- ลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งในปีพ.ศ.2552 ควรจะพักไว้ก่อน เพราะว่าต่างประเทศอ่อนแอ และเสียหายกันมาก ประเทศไทยลงทุนไม่ผาดโผน เหมือนเขา ซึ่งไม่ได้เสียหายมากเหมือนเขา การลงทุนในประเทศอาจจะเป็นประโยชน์มากกว่า
source: ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร
ฺBook of inspiration นพ.กฤชรัตน์

ฺBook of inspiration นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ
ข้อคิดจาก นพ.กชรัตน์ หิรัณยศิริ กรรมการของกลุ่มห้างทองแม่ทองสุก MTD GOLD ซึ่งได้ศึกษาด้วยตัวเองในเรื่องการลงทุนต่างๆของทองคำ จนมีความรู้ ความสามารถในขณะนี้ หนังสือเป็นแหล่งความรู้ของท่าน
เรื่องการลงทุนเป็นสิ่งที่น่าสนใจ จากกรณีที่ลึกลับมาก ทำไมนักลงทุนบางท่านจึงทำเงินได้ ขณะที่อีกคนขาดทุน เป็นเรื่องที่น่าสนใจ หาหนังสือแนวลงทุนในเชิง Investment สิ่งที่น่าแปลกกลับไม่มีคนเขียนที่เก่ง หรือมีประสบการณ์ดี และถ่ายทอดให้ผู้อ่านได้ ส่วนใหญ่หนังสือที่อ่านก็จะเป็น การลงทุนในเชิงของต่างประเทศทั้งหมด
หากเมื่อใดที่ต้องการพัฒนาตัวเรา พัฒนาความคิด และต้องรู้ว่า เราชอบอะไร ก้ไปหาหนังสืออ่าน อ่านไปเรื่อยๆ แรกๆ อาจจะไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่พออ่านไปสัก 2-3 รอบ จะเริ่มเข้าใจ แล้วจะทำให้ท่านประสบความสำเร็จ ไม่ว่าท่านจะทำอะไรในชีวิต ถ้าท่านไม่อ่าน ไม่เริ่มต้นจากการอ่านหนังสือที่ถูกต้อง เช่นนั้นก็ไม่คิดว่าจะประสบความสำเร็จได้ดีนัก เพราะว่าหนังสือจะเป็นแหล่งความรู้ที่ดี และถูกต้องที่ท่านสามารถปรับปรุงตัวท่านได้ตลอดเวลา คนเราในยุคนี้ต้องมีการปรับตัวเองอยู่ตลอด
จัดสำรับลงทุน

จัดสำรับลงทุน
สุขภาพทางการเงิน ต้องจัดให้เหมาะสมในแต่ละวัย
สำหรับผู้ที่มีอายุ 20-30 ปี เป็นวัยเริ่มในการทำงาน ถือเป็นวัยที่สามารถรับความเสี่ยงได้มากที่สุด สำหรับการลงทุนที่เหมาะสม สำหรับวัยนี้คือการลงทุนในหุ้น 90 % ที่เหลือเป็นเงินฝากหรือตราสารหนี้ 10%
สำหรับผู้มีอายุ 31-40 ปี เป็นวัยสร้างครอบครัวมีรายได้สูงขึ้น แต่ก็มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเหมือนกัน ดังนั้นวัยนี้จึงรับความเสี่ยงได้น้อยลง สำหรับการลงทุนที่เหมาะสมกับวัยนี้คือ การลงทุนในหุ้น และฝากธนาคาร หรือตราสารหนี้ในสัดส่วนที่เท่ากัน
ผู้ที่มีอายุ 41-55 ปี เป็นช่วงที่มีความมั่นคงในหน้าที่การงาน และมีรายได้สูงสุด แต่มีเวลาที่จะหารายได้น้อยลง จึงควรเป็นการลงทุนที่ปลอดภัย 30 % ควรลงทุนในหุ้นระยะยาว โดยนำเงินไปออม 70% เพื่อเพิ่มพูนเงินออมนอกเหนือจากรายได้ ในรูปแบบดอกเบี้ย
และสำหรับผู้ที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป บางคนไม่มีรายได้แล้ว หรือมีระยะเวลาหารายได้ไม่ถึง 5 ปี ซึ่งรับความเสี่ยงได้น้อยที่สุด ดังนั้นช่วงวัยนี้ เงินออมเกือบทั้งหมด 90 % ควรนำไปลงทุนเพื่อหาผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยเพื่อให้เงินต้นอยู่ครบถ้วน และอีก 10 % ก็สามารถลงทุนในหุ้นเพื่อสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้น
ไม่ว่าวัยไหนการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน
การลงทุนใน Gold Futures

มุมมองการลงทุนใน Glod Futures โกลด์ฟิวเจอร์
แนวทาง โดยบางท่านเชื่อว่า การลงทุนในทองคำแท่งนั้น มีความอุ่นใจมากกว่า เนื่องจากทองคำอยู่ในมือ ยังสามารถรอเวลาให้ทองคำราคาขึ้นแล้วจึงค่อยนำออกมาขาย
ในขณะที่อีกฝ่าย มองว่าการลงทุนผ่าน gold futures โกล์ดฟิวเจอร์ หรือสัญญาซื้อ-ขาย ทองคำล่วงหน้านั้นก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน เนื่องจากผู้ซื้อ และผู้ขาย สามารถนำเงินหลักประกันเพียง 10 % เท่านั้นโดยระหว่างสัญญายังไม่สิ้นสุด จะมีการคำนวนผลกำไร-ขาดทุน ทุกสิ้นวันทำการ เพื่อปรับฐานะการลงทุนให้ตรงกับราคาตลาด และเมื่อสัญญาสิ้นสุด ผู้ซื้อ และผู้ขาย ก็ชำระส่วนต่างของราคาด้วยเงินสด ซึ่งกรณีนี้จะใช้ราคาที่ตกลงกันไว้ในสัญญามาอ้างอิง เพื่อชำระราคาในวันสิ้นสุดสัญญาโดยไม่มีการส่งมอบทองคำจริง ทำให้ผลกำไร-ขาดทุน ที่เกิดขึ้นจริงเท่ากับส้วนต่าง ของราคาซื้อ และขายใน Gold futures โกล์ดฟิวเจอร์ นั่นเอง
หากผู้ลงทุนคาดการณ์ว่าแนวโน้มราคาทองคำจะมีแนวโน้มขึ้น ก็สามารถใช้กลยุทธเปิดฐานะซื้อ หรือ long positionได้ แต่ถ้าประเมินว่า ราคาทองคำในอนาคตจะลดลงก็จะหันมาใช้กลยุทธ short position ด้วยการเปิดฐานะขาย ซึ่งการเปิดฐานะขายยังสามารถทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีสัญญา โกล์ดฟิวเจอร์ อยู่ในครอบครอง

