Archive for September, 2008

แบบประกันพื้นฐาน

แบบประกันพื้นฐาน ของ การประกันชีวิต แบบประกันแต่ละแบบนี้ได้ถูกประยุกต์ใช้ในการนำเสนอให้กับผู้ซื้อประกันเป็นไปตามความจำเป็น และความต้องการของผู้ซื้อแต่ละบุคคลจะเลือก ตามหลักสากล แบบประกันพื้นฐานของการประกันชิวิตมีด้วยกัน 4 แบบ ประกอบด้วย 1. แบบกำหนดระยะเวลาการประกัน (TERM LIFE INSURANCE) เป็นแบบประกันที่มีแต่ความคุ้มครองเพียงสถานเดียว แบบประกันแบบนี้มักจะเรียกว่า แบบประกันชั่วระยะเวลา (TERM INSURANCE) เช่น 1 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี เป็นต้น เบี้ยประกันจะถูกที่สุดไม่ซับซ้อน แบบนี้คนซื้อไม่ได้เงินใช้ และคนขายก้ไม่นิยมขาย เพราะขาดเหตุจูงใจในการซื้อ และการขายพอสมควร แต่คุ้มครองสูง เบี้ยประกันจะถูก 2. แบบสะสมทรัพย์ (ENDOWMENT) เป็นแบบที่ประยุกต์มาจากแบบประกันกำหนดเวลาคุ้มครอง ทุนประกันจะลดลงตามปีที่ลูกค้าส่งจนเหลือศูนย์ แต่จะถูกนำเอามูลค่าเงินสดมาเติมให้ตลอดทุกปี โดยเพิ่มขึ้นจนครบเท่าทุนประกัน แบบประกันสะสมทรัพย์มีหลากหลายแบบ ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทจะพลิกแพลงการจ่ายเงินคืนให้ลูกค้า เช่นประกันสะสมทรัพย์ 20/20 ปี หมายถึงประกัน 20 ปี ส่งเบี้ยประกันเต็ม 20 ปีเช่นกัน การจ่ายเงินคืนให้กับลูกค้า อาจกำหนดครั้งเดียวเมื่อครบ 20 ปี...
Read more »

Tags: ,
Posted in ประกันชีวิต | Comments Off

เอไอเอ ขอชี้แจง

เอไอเอ ขอชี้แจง

เอไอเอ ขอชี้แจงให้ทุกท่านมั่นใจ แจ้งประกาศ อเมริกัน อินเตอร์แนชั่นแนล กรุ๊ป อิงค์ (AIG) ที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ล่าสุดได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกลาง สหรัฐอเมริกา (Federal Reserve Reserve bank of New York) เรียบร้อยแล้ว เอไอเอ ขอชี้แจงข้อมูลของ เอไอเอ ประเทศไทย เพื่อความมั่นใจในความมั่นคงต่อบริษัท ดังเช่นที่ผ่านมาดังนี้ 1. เอไอเอ ประเทศไทย เป็นบริษัทในเครือ AIG แต่ เอไอเอ มีอำนาจในการบริหารงาน และดำเนินธุรกิจภายใต้กฏหมาย และข้อบังคับเกี่ยวกับธุรกิจประกันภัย และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กระทรวงการคลัง ดังนั้น แม้ AIG ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง แต่มีผลกระทบกับภาคธุรกิจของ เอไอเอ ประเทศไทยน้อยมาก 2. เอไอเอ ประเทศไทย ถือเป็นบริษัทประกันชีวิตที่มีสถานภาพทางการเงินแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก โดย ณ กรกฏาคม 2551 ที่ผ่านมา สำนักงานคปภ ได้วิเคราะห์สถานภาพทางการเงินของบริษัทพบว่า เอไอเอ...
Read more »

Tags: , ,
Posted in ประกันชีวิต | Comments Off

สู่ความสำเร็จ

สู่ความสำเร็จ

คุณสมบัติ 8 ประการสู่ความสำเร็จ ในการที่จะเล่นกีฬาให้ชำนาญจนมีความสามารถเป็นที่ยอมรับกัน และจนถึงขนาดชนะได้รางวัลนั้น นอกจากผู้เล่นจะต้องมีทักษะพื้นฐานที่ดีแล้ว ยังต้องฝึกฝนตัวเองอยู่อย่างสม่ำเสมออีกด้วย จะเห็นว่าผู้ประสบความสำเร็จและเป็นผู้ชนะมักจะมีสไตล์ในการเล่นที่แตกต่าง กัน ไม่มีสไตล์ไหนที่ชนะตลอดหรือแพ้ตลอด ในการลงทุนก็เช่นเดียวกัน เราจะต้องพยายามหาสไตล์การเล่นที่เหมาะกับตัวเราและมีความเชื่อมั่นว่าจะทำ ให้เราชนะในเกมการลงทุน และค่อยๆ พัฒนาจนมีสไตล์ของตนเอง ที่ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร ใครจะรู้ สไตล์การลงทุนของตัวคุณเองอาจจะประสบความสำเร็จอย่างสูงในอนาคตก็ได้ นักลงทุนระดับ “ปรมาจารย์” ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง มีคุณสมบัติที่เหมือนๆ กันอยู่ 8 ประการด้วยกัน คือ คุณสมบัติ #1 : มีความรอบรู้ (Breadth) จากการศึกษาพบว่าผู้ประสบความสำเร็จในการลงทุนมักมีความกระตือรือร้น สนใจเรื่องราวต่างๆ รอบตัว นอกจากข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับการลงทุนโดยตรงแล้ว พวกเขายังให้ความสนใจกับสิ่งอื่นๆด้วย เช่น George Soros มีความสนใจเรื่องปรัชญาและได้เข้าไปทำกิจกรรมหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการ เมืองระดับโลกด้วย นักลงทุนที่ดีต้องเป็นผู้ที่มีความสนใจที่หลากหลาย ไม่ตีกรอบตัวเองอยู่เฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น โดยเฉพาะในโลกทุกวันนี้ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันสูงมาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในซีกโลกหนึ่ง อาจส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆ อย่างกว้างขวาง แม้แต่ประเทศที่อยู่ในอีกซีกโลกหนึ่ง ก็อาจได้รับผลกระทบอย่างมากและรวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง เช่น กรณีวิกฤต “ต้มยำกุ้ง”...
Read more »

Tags:
Posted in Thai insurance knowledge | Comments Off

เลือกลงทุนในกองทุนรวม

เทคนิคการเลือกลงทุนในกองทุนรวม   เนื่องจากการตัดสินใจเลือกลงทุนในกองทุนรวมแต่ละประเภท ย่อมที่จะแตกต่างกันออกไปตามความต้องการ และเงื่อนไขของนักลงทุนแต่ละราย กองทุนรวมที่เหมาะกับนักลงทุนรายหนึ่ง อาจจะไม่เหมาะกับนักลงทุนอีกรายหนึ่งก็เป็นได้ ดังนั้น การเลือกเฟ้นเพื่อหากองทุนรวมที่เหมาะสมกับนักลงทุนแต่ละรายจึงเป็นสิ่ง สำคัญ โดยเทคนิคการเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่นักลงทุนควรรู้มีดังนี้ อ่านหนังสือชี้ชวนให้ละเอียด เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุน และเงื่อนไขสอดคล้องกับความต้องการของตนเองทั้งในเรื่องของผลตอบแทน ความเสี่ยง และสิทธิประโยชน์ทางภาษี หากนักลงทุนมีความรู้ความชำนาญในหลักทรัพย์เฉพาะกลุ่ม เช่น หุ้นกลุ่มพลังงาน หรือมีความรู้ความชำนาญในทรัพย์สินบางประเภท เช่น อสังหาริมทรัพย์ ก็อาจเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนเฉพาะในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินดังกล่าวข้างต้นได้ หากต้องการสภาพคล่องในการขายคืน ก็ควรเลือกลงทุนในกองทุนเปิดที่สามารถขายคืนเมื่อใดก็ได้ ในทางกลับกัน หากต้องการลงทุนแบบซื้อแล้วถือ (Buy and Hold) ก็ควรเลือกลงทุนในกองทุนปิดที่มีระยะเวลาในการลงทุนยาว และมีอายุครบกำหนดไถ่ถอนที่แน่นอนในอนาคต ควรเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่มีผลการดำเนินงาน หรือให้อัตราผลตอบแทนที่ดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับดัชนีมาตรฐาน (Benchmark) อย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ไม่ควรให้น้ำหนักความสำคัญกับผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของกองทุนรวมในอดีต ทั้งนี้ก็เพราะผลงานในอดีตเป็นเพียงแค่ข้อมูลอ้างอิง ไม่ได้รับประกันผลงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแต่อย่างใด เลือกกองทุนรวมที่มีค่าใช้จ่ายต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับกองทุนอื่นๆ ที่มีลักษณะ และนโยบายการลงทุนเหมือนกัน เลือกกองทุนรวมที่ให้บริการครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นด้านการซื้อ การขาย หรือการโอนย้ายหน่วยลงทุน และสามารถที่จะทำการซื้อขายได้หลากหลายช่องทาง พิจารณาสภาวะตลาดเพื่อหาจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการเข้าซื้อขายหน่วยลงทุน โดยเฉพาะในกรณีของกองทุนรวมตราสารทุน หากสภาวะตลาดทุนในขณะนี้ค่อนข้างซบเซา แต่คาดว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นในอนาคต ก็ควรที่จะซื้อหน่วยลงทุนเก็บเอาไว้ ในทางกลับกัน หากสภาวะตลาดทุนขึ้นสูงสุด และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนทิศทาง ก็ควรที่จะขายออกไปก่อน พิจารณาแนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะในกรณีของกองทุนรวมตราสารหนี้ หากคิดว่า...
Read more »

Tags:
Posted in การออมทรัพย์และการลงทุน | Comments Off

ลงทุนแบบถัวเฉลี่ย

ลงทุนแบบถัวเฉลี่ย

Dollar Cost Averaging กุญแจสำคัญที่จะทำให้การลงทุนประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี นั่นคือ การเลือกลงทุนในจังหวะที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ราคาซื้อขายผันผวนขึ้นลงตลอดเวลาอย่างหุ้น หรือกองทุนหุ้น สำหรับการลงทุนระยะยาวในกองทุนที่ให้ผลตอบแทนได้ดีที่สุดก็คือการซื้อหน่วยลงทุนในวันที่ราคา NAV มีราคาถูก แต่ในความเป็นจริงไม่มีใครรู้ว่าวันเวลาไหนคือวันที่ราคา NAV ต่าที่สุดให้ซื้อได้กันแน่ โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาดหุ้นผันผวนอย่างมากในปัจจุบัน วิธีหนึ่งที่แนะนำกันมานาน และได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ วิธีลงทุนแบบถัวเฉลี่ย หรือ Dollar Cost Averaging (DCA) วิธีนี้นักลงทุนจะทยอยเข้าซื้อหน่วยลงทุนเป็นประจำอย่างต่อเนื่องในสันเวลาที่กำหนด เช่นทุกต้นเดือน กลางเดือน หรือปลายเดือน โดยไม่สนใจว่าราคาขณะนั้นๆ เป็นเท่าใด โดยผู้ลงทุนไม่ต้องคอยกังวลคอยติดตามข้อมูลเพื่อหาจังหวะซื้อให้เสียเวลา ซึ่งแม้ว่าราคา NAV ที่ได้จะแพงบ้าง ถูกบ้าง แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปผู้ลงทุนจะได้ราคาทุนเฉลี่ยที่เหมาะสม และดีกว่าการสุ่มซื้อเพียง 1-2 ครั้งในแต่ละปีแล้วผิดพลาด โดยเฉพาะกองทุนลดภาษีอย่าง RMF และ LTF ที่นักลงทุนมักรอจังหวะเก็งเข้าซื้อเวลาราคา NAV ต่ำ หรือช่วงปลายปี  การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า source: ธนาคารกรุงเทพ
Read more »

Tags: ,
Posted in Thai insurance knowledge | Comments Off