Archive for July, 2008

วิวัฒนาการ การประกันชีวิต

ยุคโบราณ มนุษย์มีความคิดที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาตั้งแต่ยุคหินตอนต้น เห็นได้จากการดำรงชีวิตโดยรวมกันเป็นกลุ่ม หรือเผ่า มีที่อยู่อาศัยรวมกันมีการเฉลี่ยแบ่งปันอาหารที่ช่วยหามาด้วยกันมีการช่วยเหลือเลี้ยงดูครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว ประมาณ300 ปี ก่อนคริสตกาล ชาวกรีก-โรมัน ได้จัดตั้งสมาคมสงเคราะห์ขึ้น โดยการรวบรวมเงินจากสมาชิกไว้ช่วยเหลือ สมาชิกภายในกลุ่ม ต่อมาได้มีการวางกฎหมายบัญญัติว่าถ้าสมาชิกไม่จ่ายค่าบำรุงจะถูกตัดจากสมาชิกภาพ และจะไม่ได้รับความช่วย เหลือหากเสียชีวิตจากการกระทำอัตวินิบาตกรรม ในปีค.ศ. 100จักรพรรดิ Hadrain แห่งเมือง Lanuvium ออกกฎหมายระบุว่า "บุคคลใดก็ตามที่เป็นสมาชิกของสังคมจะต้องอ่านข้อความในสัญญาให้เข้าใจถ่องแท้เสียก่อนเพื่อจะได้ไม่ต้องมาฟ้องร้องในภายหลัง หรือเพื่อจะได้ไม่เป็นข้อที่ทายาทจะมาโต้เถียงในอนาคต " และ " บุคคลใดที่ทำลายตัวเองไม่ว่าโดยวิธีใดย่อมหมดสิทธิ์ที่จะได้รับ ชดเชยใช้เงินจากสมาคม " ยุคกลาง ในยุคนี้ประเทศต่างๆ เริ่มมีการติดต่อกันมากขึ้น ธุรกิจการค้าที่ต้องอาศัยการเดินเรือเฟื่องฟู การประกันชีวิตในรูปสมาคมสังคมสงเคราะห์จึงเป็นที่นิยมในต้นคริสตศตวรรษที่ 18 สมาคมชาวเรือแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใน มหานครลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้จัดวางแผนสังคมสงเคราะห์ขึ้น โดยมีระเบียบการในการสงเคราะห์ครอบครัวของบรรดาพ่อค้า และชาวเรือที่เป็นสมาชิกของสมาคม ถ้าปรากฎว่าสมาชิกที่เดินทางไปกับเรือบรรทุกสินค้าถึงแก่ ความตาย โดยเรืออับปางหรือหายสาบสูญ สมาคมจะนำเงินก่อนไปจ่ายแก่ครอบครัวหรือทายาทของสมาชิกนั้นๆ โดย เฉลี่ยให้ตามจำนวนเงินที่เรียกเก็บไว้จากสมาชิกทั้งหมด สมาชิกที่ประสงค์จะได้รับเงินชดเชยจากการสังคมสงเคราะห์ในระบบดัง กล่าวต้องจ่ายเงินให้แก่สมาคมคนละ 1 ปอนด์ โดยสมาคมจะเป็นผู้รักษาเงินไว้และจัดแบ่งเฉลี่ยเงินที่รวบรวมไว้นั้นให้เป็น มรดกแก่ทายาทของสมาชิกผู้ประสบชะตากรรม ในขณะเดียวกันเมื่อเงินดังกล่าวหมดก็เรียกเก็บเงินจากสมาชิกเพื่อรวบรวมไว้ใหม่ ต่อไป การประกันชีวิตรายแรกได้แก่ ผู้รับประกันภัยทางทะเลชื่อ นายริชาร์ด...
Read more »

Tags: ,
Posted in ประกันชีวิต | Comments Off

ความหมายของการประกันชีวิต

ความหมายของการประกันชีวิต การประกันชีวิตคือ การประกันความไม่แน่นอนให้เป็นสิ่งที่แน่นอน ความแน่นอนในที่นี้หมายถึง การมีรายได้ที่ แน่นอนตลอดไปไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับชีวิตก็ตาม เพราะบริษัทประกันชีวิตพร้อมที่จะรับผิดชอบ ตามสัญญา หากมีภัยเกิดขึ้นแก่ผู้เอาประกัน อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้ให้ความหมายของการประกันชีวิตไว้อย่างมากมาย ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้ - การประกันชีวิตเป็นวิธีการที่คนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันขึ้น เพื่อช่วยกันเฉลี่ยภัยอันเนื่องมาจากการตายก่อนเวลาอัน สมควร และรวมถึงการสูญเสียรายได้ในยามชรา การสูญเสียอวัยวะ พิการ และค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วย - การประกันชีวิตเป็นวิธีการชดใช้ความสูญเสียอันเนื่องมาจากภัย โดยการเฉลี่ยเก็บเงินจากสมาชิกก้อนหนึ่งมอบ ให้กับสมาชิกหรือครอบครัวของสมาชิกผู้ประสบภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน - การประกันชีวิตเป็นกลไกทางสังคมอย่างหนึ่งที่เป็นสื่อกลางในการให้ความคุ้มครองค่า ทางเศรษฐกิจหรือรายได้ ของผู้หาเลี้ยงครอบครัว - การประกันชีวิตเป็นแผนการของชุมชนที่สมาชิกร่วมกันจัดตั้งขึ้น เป็นระบบการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระอันเกิด จากทุกข์ภัยที่สมาชิกของชุมชนได้รับ โดยการรวบรวมเงินออมของสมาชิกเข้าเป็นกองทุน เมื่อสมาชิกรายใด ประสบภัยพิบัติอันนำมาซึ่งปัญหาความเดือดร้อน สมาชิกหรือครอบครัวของผู้ประสบภัยก็จะได้รับความช่วยเหลือ จากเงินทุนนี้ บริษัทประกันชีวิตทำหน้าที่เสมือน หนึ่งผู้ดูแลกองทุนนับแต่การชี้แจงแนะนำ หาสมาชิกเข้าร่วมกองทุน รวบรวมเงินออมของสมาชิก จัดทำทะเบียน และออกใบรับรองสมาชิกภาพ (กรมธรรม์) และจ่ายเงินช่วยเหลือเมื่อสมาชิกประสบภัย รวมทั้งบริหารการเงิน เพื่อนำดอกผลมาจ่ายคืนแก่สมาชิกในรูปของเงินปันผลและเงินช่วยเหลือดังกล่าว ความจำเป็นของการประกันชีวิต เพราะตระหนักในความไม่แน่นอนของชีวิต มนุษย์จึงหาหนทางสร้างหลักประกันให้แก่ชีวิตโดยเฉพาะในเรื่องของ รายได้ เมื่อครอบครัวต้องสูญเสียผู้นำ ขาดผู้อุปการะนั่นย่อมหมายถึงรายได้ที่เคยได้ประจำนั้นต้องหมดสิ้นลงทันที ภรรยาและบุตรหรือผู้ที่อยู่ในความอุปการะย่อมประสบปัญหาความเดือดร้อนในการดำรงชีพการประกันชีวิต จะ ช่วยพิทักษ์รายได้ของครอบครัว สานเป้าหมายในชีวิตของทุกคนต่อไปไม่ว่าผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวนั้น จะพบกับ อุปสรรคของการดำเนินชีวิตจากการตกงาน การเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ การตกเป็นบุคคลทุพพลภาพ ความชรา...
Read more »

Tags: ,
Posted in ประกันชีวิต | Comments Off

จรรยาบรรณของตัวแทนประกันชีวิต

จรรยาบรรณและศีลธรรมของตัวแทนประกันชีวิต จรรยาบรรณของตัวแทนประกันชีวิตทั้ง 10 ข้อนี้ เป็นดั่งคัมภีร์ที่นักขายประกันชีวิตทุกคน ควรศึกษาและจดจําให้ขึ้นใจ เพราะนอกจากจะนํามาซึ่งความสําเร็จในอาชีพแล้วยังนํามาซึ่ง ความภาคภูมิใจในอาชีพอย่างไม่มีที่สิ้นสุดอีกด้วย จรรยาบรรณเหล่านี้ประกอบด้วย 1. มีความซื่อสัตย์ต้อผู้เอาประกัน บริษัท และเพื่อนร่วมงาน 2. ให้บริการที่ดีอย่างสมํ่ าเสมอ และชี้แจงให้ผู้เอาประกันภัยทราบถึงสิทธิและหน้าที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย 3. รักษาความลับของผู้เอาประกันภัยและของบริษัทต่อบุคคลภายนอก 4. เปิดเผยข้อความจริงของผู้เอาประกันภัยในส่วนที่เป็นสาระสํ าคัญ เพื่อการพิจารณารับประกันหรือความสมบูรณ์แห่งกรมธรรม์ 5. ไม่เสนอแนะผู้ขอเอาประกันภัยทํ าประกันภัยเกินความสามารถในการชํ าระเบี้ยประกันภัย หรือเสนอขายนอกเหนือเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์ 6. ไม่ลดหรือเสนอที่จะลดค่าบํ าเหน็จ เพื่อเป็นการจูงใจให้เอาประกันชีวิต 7. ไม่แนะนํ าให้ผู้เอาประกันภัยสละกรมธรรม์เดิมเพื่อทํ าสัญญาใหม่ หากทํ าให้ผู้เอาประกันเสียผลประโยชน์ 8. ไม่กล่าวให้ร้ายทับถมตัวแทนประกันชีวิตบริษัทอื่น หรือนายหน้าประกันชีวิตบุคคลอื่น 9. หมั่นศึกษาหาความรู้ในวิชาชีพเพิ่มเติมอยู่เสมอ 10. ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมประเพณีอันดีงาม ทั้งธํ ารงไว้ซึ่งเกียรติ ศักดิ์ศรี และคุณธรรม แห่งอาชีวปฏิญาณ
Read more »

Tags: ,
Posted in ประกันชีวิต | Comments Off

ความล้มเหลวของกิจการประกันชีวิต

ความล้มเหลวของกิจการประกันชีวิต การดำเนินงานของบริษัทประกันชีวิตหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา อยู่ในภาวะที่ขาดการควบคุมและการดำเนินการตามหลักการประกันชีวิต มีผลให้เกิดความล้มเหลวและปัญหาภาวะการเงินในบางบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารที่ผิดพลาดเรื่องการลงทุนที่ มีอัตราความเสี่ยงภัยเพื่อหวังผลตอบแทนสูง ไม่เข้าใจการกันเงินสำรองเพื่อจ่ายคืนให้ลูกค้า หรือมีการนำเงินไปใช้ในกิจการส่วนตัวของคณะกรรมการบริหารบางราย ปัญหาในการบริหารและการดำเนินการ เนื่องจากการขาดความรู้อย่างแท้จริง ขาดการควบคุมและกฎหมายบังคับ ทำให้กิจการบริษัทประกันชีวิตในระยะเวลานั้นไร้กฎเกณฑ์ที่ถูกต้อง และบางส่วนก็ถูกแทรกแซงจากการเมืองด้วย ก่อให้เกิดปัญหาวิกฤตการณ์บริษัทประกันชีวิตอีกครั้งหนึ่งของเมืองไทย ความล้มเหลวและการปิดกิจการบริษัทประกันชีวิต บริษัทนครหลวงประกันชีวิต เป็นบริษัทแรกที่ประสบปัญหาถึงขั้นวิกฤต นับแต่ก่อตั้งบริษัทนี้มีนักการเมือง คือ นายควง อภัยวงศ์ เป็น ประธานบริษัท ต่อมาได้มีการปรับปรุงผู้ถือหุ้นและเปลี่ยนแปลงประธานบริษัทเป็นหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ และมีการนำเงินไปใช้ในงานการเมือง 1 กิจการของบริษัทนี้อยู่ในมือของนักการเมืองและนายทหาร และในที่สุดก็ถูกสั่งให้หยุดกิจการตั้งแต่ปี 2507 และศาลสั่งให้ล้มละลายเมื่อ วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 การปิดบริษัทนี้ซึ่งมีจำนวนผู้เอาประกันมากเป็นอันดับหนึ่ง 2 ทำ ให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่าง กว้างขวาง พิสิษฐ์ ศุขะวณิช ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า …ในขณะนั้นพอดีกับกิจการธนาคารแห่งหนึ่งกำลังประสบภาวะอันตรายอย่างยิ่ง และธนาคารดังกล่าวกับบริษัทนครหลวงประกันชีวิตฯ มีส่วนเกี่ยวกันอย่างใกล้ชิด ในด้านกรรมการผู้บริหารเกือบจะเป็นบุคคลเดียวกัน และเมื่อบริษัทนครหลวงประกันชีวิตฯ ล้มลง ธนาคารดังกล่าวกลับฟื้นตัวและดำเนินกิจการก้าวหน้าจนถึงปัจจุบันนี้ คล้ายคลึงกับกิจการประกันชีวิต ในสหรัฐอเมริกาก่อน พ.ศ. 2449 ที่เริ่มมีกฏหมายประกันชีวิตใช้ในนครนิวยอร์ค เนื่องจากการปิดกิจการบริษัทนครหลวงประกันชีวิตจำกัด และเป็นคดีความ มีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ทั้งสิ้น 8,590 ราย เจ้า พนักงานรวบรวมลูกหนี้ของบริษัทได้ทั้งหมด...
Read more »

Tags: ,
Posted in ประกันชีวิต | Comments Off

ผู้เอาประกันคนแรก

ผู้เอาประกันคนแรก

คนไทยคนแรกในวงการประกันชีวิต ผู้ได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจประกันชีวิตให้ปักหลักในแดนไทยในฐานะเป็นคนแรกที่ถือกรมธรรม์ ประกันชีวิตคือ"สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหา ศรีสุริยวงศ์" ทรงมีพระนามเดิมเรียกกันว่า"ช่วง บุนนาค"เกิดเมื่อปี มะโรง พ.ศ. 2451 ซึ่งตรงกับรัชสมัยรัชกาลที่ 3ทำงานรับราชการครั้งแรกใน ฐานะเป็นนายไชยขรรค์มหาดเล็ก หุ้มแพร ต่อมาได้รับตำแหน่งราชการสูงสุด ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นครองราชย์ แต่เนื่องจากรัชกาลที่ 5 ยังทรงพระเยาว์จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ จะต้องมีผู้ช่วยแบ่งเบาพระราชภารภิจ พระองค์ทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเจ้าพระ ยาศรีสุริยวงศ์ เป็นสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ทำหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน มีสิทธิขาดในราชการทั้งปวงเฉกเช่น พระมหากษัตริย์ เป็นที่ทราบว่าในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ เป็นผู้จุดประกายและทรงอนุญาต ให้ผู้ประกอบการชาวต่างชาติ พร้อมคณะฑูตพาณิชย์เข้ามาขยายกิจการธุรกิจประกัน ชีวิตในแดนสยาม ในขณะนั้นสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เป็นผู้ถือสัญญากรมธรรม์ประกันชีวิต เป็นคนแรกของคนไทย เพราะเข้าใจว่า การประกันชีวิตนั้นมีคุณค่าซึ่งกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบแรกที่เข้ามาในเมืองไทยและสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เอาประกันชีวิตเป็นคนแรกนั้น มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า"ทอน ไทน์"(Tonetine) ของบริษัทเอควิตาเบิลประกันภัยซึ่งเป็นของประเทศอังกฤษ ความน่าสนใจของกรมธรรม์แบบนี้อยู่ ที่การจ่ายเงินปันผลจากกำไรของบริษัท เมื่อครบเวลาที่กำหนดให้อาจจะเป็นช่วงระยะเวลา 5 ปี 10 ปี 15 ปี หรือ20 ปี ตามแต่ผู้เอาประกันจะ เลือกและในระยะเวลาต่อมาเหล่าบรรดาเจ้านายและข้าราชการผู้ใหญ่ ต่างก็ได้ทยอยเป็นผู้เอาประกันจนจำนวนผู้เอาประกันได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ การ...
Read more »

Tags: , , ,
Posted in ประกันชีวิต | Comments Off