การพิจารณาเลือกบริษัทที่รับประกันภัย
* บริษัทประกันภัยที่มีผู้เอาประกันเลือกใช้บริการมากที่สุด
* บริษัทที่มีผลิตภัณฑ์ตรงความต้องการของผู้เอาประกันภัยมากที่สุด
* บริษัทประกันภัยที่จ่ายค่าสินไหมทดแทนตรงต่อเวลาที่นัดหมาย
* บริษัทประกันภัยให้บริการรวดเร็ว
* บริษัทประกันภัยมีการให้ความรู้กับผู้เอาประกันภัย
* บริษัทประกันภัยที่มีระบบเทคโนโลยีที่พัฒนามากที่สุด
* บริษัทประกันภัยที่ให้ความสำคัญต่อบทบาทของนายหน้า
* บริษัทประกันภัยให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากร
จาก การสอบถามผู้บริหารบริษัทนายหน้า ถึงการคัดเลือกบริษัทประกันภัยในการแนะนำให้ลูกค้าทำประกันด้วย หรือการส่งงานให้กับบริษัทประกันภัยแห่งใดแห่งหนึ่ง หลายท่านให้ความเห็นว่า หลักๆ ต้องเป็นบริษัทที่ดี บริการดี และไม่มีปัญหาเรื่องการจ่ายสินไหม
ทั้งหมดนี้ คือข้อมูลส่วนหนึ่ง ที่ประชาชนควรคำนึงถึงเพื่อนำไปใช้ประกอบการพิจารณาก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
Read more »
Archive for July, 2008
เลือกบริษัทที่รับประกันภัย
ประโยชน์การประกันภัย
การประกันภัย คือ การจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยในจำนวนที่เล็กน้อย (เมื่อเทียบกับความเสียหายแล้ว) เพื่อป้องกันไม่ให้ต้องเสียเงินเยอะในกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้นจริง โดยบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายแทน
การประกันภัยเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการบริหารการ เงินของคุณ เพราะเป็นวิธีที่ทำให้คุณสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ไม่ คาดฝันที่อาจเกิดต่อตัวหรือทรัพย์สินของคุณได้ทุกเมื่อ โดยบริษัทที่คุณทำประกันภัยไว้จะทดแทนค่าเสียหายให้ตามวงเงินที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ดังนั้นในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่คุณและครอบครัว การประกันภัยจึงมีประโยชน์อย่างมากและเป็นส่วนที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาด อย่างไรก็ตาม ก่อนซื้อประกันภัย คุณควรทำความเข้าใจกับหลักการประกันภัยก่อน เพื่อจะได้สามารถเลือกซื้อประกันภัยแบบที่เหมาะสมในราคาที่คุ้มค่าที่สุด
การประกันภัยมิได้เป็นการทำให้ความเสี่ยงหรืออุบัติเหตุหายไป แต่การประกันภัยจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ด้านการเงินตลอดจนการดำเนินการต่างๆ อันเนื่องมาจากความเสียหายนั้น แต่อย่างไรก็ตามวิธีการป้องกันความเสียหายที่แท้จริงและดีที่สุดคือการมี ความระมัดระวังในการดำเนินชีวิตของคุณเอง ส่วนการประกันภัยนั้นคุณควรมีไว้เพื่อเป็นแหล่งสำรองในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ ที่ไม่คาดฝันขึ้น
Read more »
เหตุสุดวิสัย ตามประมวลกฎหมาย
เหตุสุดวิสัย ตามประมวลกฎหมาย
การประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เราถือว่าผู้ประสบภัยที่มิใช่ผู้ขับขี่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นบุคคล ที่สามทั้งสิ้น ซึ่งต่างกับการประกันภัยรถยนต์หมวดความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกที่ เราถือว่าคนในครอบครัวของผู้ขับขี่ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย อันได้แก่ บิดามารดา คู่สมรสและบุตรของผู้ขับขี่ รวมทั้งลูกจ้างของผู้ขับขี่รถ ซึ่งได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยขณะปฏิบัติหน้าที่ตามทางการที่จ้าง ซึ่งบุคคลเหล่านี้ไม่ได้รับความคุ้มครอง เหตุที่ไม่ได้รับความคุ้มครองก็เพราะคนที่เป็นญาติสนิทกันเขาจะไม่ติดใจ เรียกร้องต่อกันทั้งในทางแพ่งและในทางอาญา จึงไม่ถือว่าเป็นบุคคลที่สาม ส่วนลูกจ้างของเขาได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานอยู่แล้ว จึงได้กำหนดเป็นข้อยกเว้นไว้
มีอยู่ไม่น้อยทีเดียว ที่รถก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ประสบภัยที่อยู่ในรถคนที่เป็นผู้ประสบภัย มักเป็นบุคคลในครอบครัวของผู้ขับขี่ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย เพราะคนในบ้านเดียวกัน ไปไหนมาไหนก็มักจะไปด้วยกัน เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการสอบสวนและฟ้องคดีอาญาฐาน ขับรถโดยประมาททำให้คนเจ็บและตายก็มักจะหาทางออกด้วยการลงความเห็นว่าเป็น เหตุสุดวิสัย เพื่อให้ผู้ขับขี่รอดพ้นจากคดีอาญา แต่จะเป็นเหตุสุดวิสัยตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 8 ด้วยหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งจะต้องพิจารณากันต่อไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 437 บัญญัติให้ผู้ควบคุมหรือครอบครองยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล รวมทั้งทรัพย์ที่เป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพต้องรับผิดโดยเคร่งครัด (stric liability) แต่ก็สามารถจะพิสูจน์ให้ตนเองหลุดพ้นจากความรับผิดได้หากสามารถพิสูจน์ได้ ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัยประการหนึ่ง หรือเกิดจากความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเองอีกประการหนึ่ง
ความเสียหายเกิดจากความผิดของผู้ต้องเสียหายเองพอจะเข้าใจได้ เช่น ผู้ตายวิ่งตัดหน้ารถยนต์โดยกระชั้นชิด หรือผู้ตายจงใจกระโดดให้รถยนต์ทับ เป็นต้น แต่ความเสียหายเกิดจากเหตุสุดวิสัยนั้น ดูจะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยาก
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 8 ได้ให้ความหมายของคำว่า "สุดวิสัย" ไว้ดังนี้
คำว่า "เหตุสุดวิสัย" หมาย...
Read more »
พระราชบัญญัติประกันภัยรถยนต์
ความหมายและประเภทของการประกันภัยรถยนต์
การประกันภัยรถยนต์ ( Car Insurance)
ไม่มีใครสามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า แต่ทุกครั้งที่คุณขับรถ คุณสามารถอุ่นใจได้เพราะรู้ว่าตลอดเส้นทางของการใช้รถ ทั้งชีวิต และทรัพย์สินอันมีค่าของท่านจะได้รับความคุ้มครองจากการทำประกันภัยรถยนต์
การประกันภัยรถยนต์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ และ การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ
การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เป็นการประกันภัยที่ใครอยากทำก็ทำ ไม่มีการบังคับกัน การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจนี้เป็นการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อ (ผู้เอาประกัน) และผู้ขาย (บริษัทประกันภัย) โดยสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองได้ตามความต้องการและกำลังเงินที่มีอยู่ และเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ทำประกันภัยที่ขับรถดี มีความระมัดระวัง ในการขับขี่และมีความเสี่ยงภัยในการใช้รถต่ำ กรมการประกันภัยจึงได้ปรับปรุงโครงสร้าง การประกันภัยรถยนต์ใหม่ ให้สอดคล้องกับระบบสากลโดยนำเอา ปัจจัยเกี่ยวกับตัวผู้ขับขี่ ลักษณะการใช้รถ กลุ่ม ขนาด และอายุรถ ฯลฯ มาเป็นองค์ประกอบในการคำนวณเบี้ยประกันภัย
ประเภทของกรมธรรม์ภาคสมัครใจ การประกันภัยรถยนต์ มีความคุ้มครองให้เลือก 3 ประเภทคือ
ประเภท 1 (ชั้น 1) ให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด คือ
* ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
* ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
* ความรับผิดต่อความเสียหายของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย
* ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย
ประเภท 2 (ชั้น...
Read more »
เลือกซื้อประกันภัย
เลือกซื้อประกันภัย
ในการเลือกซื้อประกันภัยคุณควร คำนึงถึงความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันภัย มีประวัติในการดำเนินธุรกิจที่ดี มีผลประกอบการที่ดี มีผู้ถือหุ้นที่มั่นคง และมีการบริการที่ดี ฯลฯ เป็นหลัก ไม่ใช่เบี้ยประกันภัยที่ถูกที่สุด ทั้งนี้ เพราะการที่มีประกันภัยที่มี เบี้ยที่ถูกแต่ไม่สามารถเรียกร้องได้เพราะบริษัทประสบปัญหาทางการเงิน หรือมีความยากลำบากในการเรียกร้องเป็นการลบล้าง วัตถุประสงค์หลักในการซื้อประกันภัย
เลือก ซื้อประกันภัยสำหรับทรัพย์สินหรืออุบัติเหตุที่จะมีความเสียหายมูลค่าสูงและ จะทำให้คุณเดือดร้อนเท่านั้น เช่น บ้าน รถยนต์ การรักษาพยาบาล ฯลฯ
ตรวจดูความคุ้มครองให้แน่ใจว่าเหมาะสมตามที่คุณต้องการ และครอบคลุมสิทธิประโยชน์มากที่สุดในอัตราเบี้ยที่เท่ากัน
จ่าย ค่าเสียหายส่วนแรก หรือ Deductible (ถ้ามี) ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะคุณจะสามารถประหยัดเบี้ยประกันภัยที่คุณจะ ต้องจ่ายลงตามจำนวนค่าเสียหายส่วนแรก เช่น เบี้ยประกันภัยรถยนต์ มูลค่า 25,000 บาท หากระบุค่าเสียหายส่วนแรกเท่ากับ 5,000 บาท เบี้ยประกันภัยสุทธิจะเหลือ 20,000 บาทเท่านั้น ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแล้วคุณเป็นฝ่ายผิด คุณจะต้องชดเชยค่าเสียหายเอง ตามจริงแต่ไม่เกิน 5,000 บาทโดยส่วนที่เหลือบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง หากคุณระมัดระวังดีตลอดทั้งปี ค่าใช้จ่ายนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น เท่ากับว่าคุณสามารถซื้อประกันภัยได้ถูกลงไปโดยปริยาย
ดูให้แน่ใจว่าความคุ้มครองที่คุณได้รับไม่มีความซ้ำซ้อนกันในกรณีที่คุณทำประกันภัยไว้หลายแห่ง
Read more »


