Archive for July, 2008

เหตุสุดวิสัย ตามประมวลกฎหมาย

เหตุสุดวิสัย ตามประมวลกฎหมาย การประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เราถือว่าผู้ประสบภัยที่มิใช่ผู้ขับขี่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นบุคคล ที่สามทั้งสิ้น ซึ่งต่างกับการประกันภัยรถยนต์หมวดความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกที่ เราถือว่าคนในครอบครัวของผู้ขับขี่ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย อันได้แก่ บิดามารดา คู่สมรสและบุตรของผู้ขับขี่ รวมทั้งลูกจ้างของผู้ขับขี่รถ ซึ่งได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยขณะปฏิบัติหน้าที่ตามทางการที่จ้าง ซึ่งบุคคลเหล่านี้ไม่ได้รับความคุ้มครอง เหตุที่ไม่ได้รับความคุ้มครองก็เพราะคนที่เป็นญาติสนิทกันเขาจะไม่ติดใจ เรียกร้องต่อกันทั้งในทางแพ่งและในทางอาญา จึงไม่ถือว่าเป็นบุคคลที่สาม ส่วนลูกจ้างของเขาได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานอยู่แล้ว จึงได้กำหนดเป็นข้อยกเว้นไว้ มีอยู่ไม่น้อยทีเดียว ที่รถก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ประสบภัยที่อยู่ในรถคนที่เป็นผู้ประสบภัย มักเป็นบุคคลในครอบครัวของผู้ขับขี่ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย เพราะคนในบ้านเดียวกัน ไปไหนมาไหนก็มักจะไปด้วยกัน เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการสอบสวนและฟ้องคดีอาญาฐาน ขับรถโดยประมาททำให้คนเจ็บและตายก็มักจะหาทางออกด้วยการลงความเห็นว่าเป็น เหตุสุดวิสัย เพื่อให้ผู้ขับขี่รอดพ้นจากคดีอาญา แต่จะเป็นเหตุสุดวิสัยตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 8 ด้วยหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งจะต้องพิจารณากันต่อไป ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 437 บัญญัติให้ผู้ควบคุมหรือครอบครองยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล รวมทั้งทรัพย์ที่เป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพต้องรับผิดโดยเคร่งครัด (stric liability) แต่ก็สามารถจะพิสูจน์ให้ตนเองหลุดพ้นจากความรับผิดได้หากสามารถพิสูจน์ได้ ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัยประการหนึ่ง หรือเกิดจากความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเองอีกประการหนึ่ง ความเสียหายเกิดจากความผิดของผู้ต้องเสียหายเองพอจะเข้าใจได้ เช่น ผู้ตายวิ่งตัดหน้ารถยนต์โดยกระชั้นชิด หรือผู้ตายจงใจกระโดดให้รถยนต์ทับ เป็นต้น แต่ความเสียหายเกิดจากเหตุสุดวิสัยนั้น ดูจะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยาก ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 8 ได้ให้ความหมายของคำว่า "สุดวิสัย" ไว้ดังนี้ คำว่า "เหตุสุดวิสัย" หมาย...
Read more »

Tags: , , ,
Posted in ประกันภัย | Comments Off

พระราชบัญญัติประกันภัยรถยนต์

พระราชบัญญัติประกันภัยรถยนต์

ความหมายและประเภทของการประกันภัยรถยนต์ การประกันภัยรถยนต์ ( Car Insurance) ไม่มีใครสามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า แต่ทุกครั้งที่คุณขับรถ คุณสามารถอุ่นใจได้เพราะรู้ว่าตลอดเส้นทางของการใช้รถ ทั้งชีวิต และทรัพย์สินอันมีค่าของท่านจะได้รับความคุ้มครองจากการทำประกันภัยรถยนต์ การประกันภัยรถยนต์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ และ การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เป็นการประกันภัยที่ใครอยากทำก็ทำ ไม่มีการบังคับกัน การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจนี้เป็นการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อ (ผู้เอาประกัน) และผู้ขาย (บริษัทประกันภัย) โดยสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองได้ตามความต้องการและกำลังเงินที่มีอยู่ และเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ทำประกันภัยที่ขับรถดี มีความระมัดระวัง ในการขับขี่และมีความเสี่ยงภัยในการใช้รถต่ำ กรมการประกันภัยจึงได้ปรับปรุงโครงสร้าง การประกันภัยรถยนต์ใหม่ ให้สอดคล้องกับระบบสากลโดยนำเอา ปัจจัยเกี่ยวกับตัวผู้ขับขี่ ลักษณะการใช้รถ กลุ่ม ขนาด และอายุรถ ฯลฯ มาเป็นองค์ประกอบในการคำนวณเบี้ยประกันภัย ประเภทของกรมธรรม์ภาคสมัครใจ การประกันภัยรถยนต์ มีความคุ้มครองให้เลือก 3 ประเภทคือ ประเภท 1 (ชั้น 1) ให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด คือ * ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ * ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก * ความรับผิดต่อความเสียหายของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย * ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย ประเภท 2 (ชั้น...
Read more »

Tags: , ,
Posted in ประกันภัย | Comments Off

เลือกซื้อประกันภัย

เลือกซื้อประกันภัย ในการเลือกซื้อประกันภัยคุณควร คำนึงถึงความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันภัย มีประวัติในการดำเนินธุรกิจที่ดี มีผลประกอบการที่ดี มีผู้ถือหุ้นที่มั่นคง และมีการบริการที่ดี ฯลฯ เป็นหลัก ไม่ใช่เบี้ยประกันภัยที่ถูกที่สุด ทั้งนี้ เพราะการที่มีประกันภัยที่มี เบี้ยที่ถูกแต่ไม่สามารถเรียกร้องได้เพราะบริษัทประสบปัญหาทางการเงิน หรือมีความยากลำบากในการเรียกร้องเป็นการลบล้าง วัตถุประสงค์หลักในการซื้อประกันภัย เลือก ซื้อประกันภัยสำหรับทรัพย์สินหรืออุบัติเหตุที่จะมีความเสียหายมูลค่าสูงและ จะทำให้คุณเดือดร้อนเท่านั้น เช่น บ้าน รถยนต์ การรักษาพยาบาล ฯลฯ  ตรวจดูความคุ้มครองให้แน่ใจว่าเหมาะสมตามที่คุณต้องการ และครอบคลุมสิทธิประโยชน์มากที่สุดในอัตราเบี้ยที่เท่ากัน จ่าย ค่าเสียหายส่วนแรก หรือ Deductible (ถ้ามี) ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะคุณจะสามารถประหยัดเบี้ยประกันภัยที่คุณจะ ต้องจ่ายลงตามจำนวนค่าเสียหายส่วนแรก เช่น เบี้ยประกันภัยรถยนต์ มูลค่า 25,000 บาท หากระบุค่าเสียหายส่วนแรกเท่ากับ 5,000 บาท เบี้ยประกันภัยสุทธิจะเหลือ 20,000 บาทเท่านั้น ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแล้วคุณเป็นฝ่ายผิด คุณจะต้องชดเชยค่าเสียหายเอง ตามจริงแต่ไม่เกิน 5,000 บาทโดยส่วนที่เหลือบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง หากคุณระมัดระวังดีตลอดทั้งปี ค่าใช้จ่ายนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น เท่ากับว่าคุณสามารถซื้อประกันภัยได้ถูกลงไปโดยปริยาย   ดูให้แน่ใจว่าความคุ้มครองที่คุณได้รับไม่มีความซ้ำซ้อนกันในกรณีที่คุณทำประกันภัยไว้หลายแห่ง
Read more »

Tags: ,
Posted in ประกันภัย | Comments Off

วิวัฒนาการ การประกันชีวิต

ยุคโบราณ มนุษย์มีความคิดที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาตั้งแต่ยุคหินตอนต้น เห็นได้จากการดำรงชีวิตโดยรวมกันเป็นกลุ่ม หรือเผ่า มีที่อยู่อาศัยรวมกันมีการเฉลี่ยแบ่งปันอาหารที่ช่วยหามาด้วยกันมีการช่วยเหลือเลี้ยงดูครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว ประมาณ300 ปี ก่อนคริสตกาล ชาวกรีก-โรมัน ได้จัดตั้งสมาคมสงเคราะห์ขึ้น โดยการรวบรวมเงินจากสมาชิกไว้ช่วยเหลือ สมาชิกภายในกลุ่ม ต่อมาได้มีการวางกฎหมายบัญญัติว่าถ้าสมาชิกไม่จ่ายค่าบำรุงจะถูกตัดจากสมาชิกภาพ และจะไม่ได้รับความช่วย เหลือหากเสียชีวิตจากการกระทำอัตวินิบาตกรรม ในปีค.ศ. 100จักรพรรดิ Hadrain แห่งเมือง Lanuvium ออกกฎหมายระบุว่า "บุคคลใดก็ตามที่เป็นสมาชิกของสังคมจะต้องอ่านข้อความในสัญญาให้เข้าใจถ่องแท้เสียก่อนเพื่อจะได้ไม่ต้องมาฟ้องร้องในภายหลัง หรือเพื่อจะได้ไม่เป็นข้อที่ทายาทจะมาโต้เถียงในอนาคต " และ " บุคคลใดที่ทำลายตัวเองไม่ว่าโดยวิธีใดย่อมหมดสิทธิ์ที่จะได้รับ ชดเชยใช้เงินจากสมาคม " ยุคกลาง ในยุคนี้ประเทศต่างๆ เริ่มมีการติดต่อกันมากขึ้น ธุรกิจการค้าที่ต้องอาศัยการเดินเรือเฟื่องฟู การประกันชีวิตในรูปสมาคมสังคมสงเคราะห์จึงเป็นที่นิยมในต้นคริสตศตวรรษที่ 18 สมาคมชาวเรือแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใน มหานครลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้จัดวางแผนสังคมสงเคราะห์ขึ้น โดยมีระเบียบการในการสงเคราะห์ครอบครัวของบรรดาพ่อค้า และชาวเรือที่เป็นสมาชิกของสมาคม ถ้าปรากฎว่าสมาชิกที่เดินทางไปกับเรือบรรทุกสินค้าถึงแก่ ความตาย โดยเรืออับปางหรือหายสาบสูญ สมาคมจะนำเงินก่อนไปจ่ายแก่ครอบครัวหรือทายาทของสมาชิกนั้นๆ โดย เฉลี่ยให้ตามจำนวนเงินที่เรียกเก็บไว้จากสมาชิกทั้งหมด สมาชิกที่ประสงค์จะได้รับเงินชดเชยจากการสังคมสงเคราะห์ในระบบดัง กล่าวต้องจ่ายเงินให้แก่สมาคมคนละ 1 ปอนด์ โดยสมาคมจะเป็นผู้รักษาเงินไว้และจัดแบ่งเฉลี่ยเงินที่รวบรวมไว้นั้นให้เป็น มรดกแก่ทายาทของสมาชิกผู้ประสบชะตากรรม ในขณะเดียวกันเมื่อเงินดังกล่าวหมดก็เรียกเก็บเงินจากสมาชิกเพื่อรวบรวมไว้ใหม่ ต่อไป การประกันชีวิตรายแรกได้แก่ ผู้รับประกันภัยทางทะเลชื่อ นายริชาร์ด...
Read more »

Tags: ,
Posted in ประกันชีวิต | Comments Off

ความหมายของการประกันชีวิต

ความหมายของการประกันชีวิต การประกันชีวิตคือ การประกันความไม่แน่นอนให้เป็นสิ่งที่แน่นอน ความแน่นอนในที่นี้หมายถึง การมีรายได้ที่ แน่นอนตลอดไปไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับชีวิตก็ตาม เพราะบริษัทประกันชีวิตพร้อมที่จะรับผิดชอบ ตามสัญญา หากมีภัยเกิดขึ้นแก่ผู้เอาประกัน อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้ให้ความหมายของการประกันชีวิตไว้อย่างมากมาย ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้ - การประกันชีวิตเป็นวิธีการที่คนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันขึ้น เพื่อช่วยกันเฉลี่ยภัยอันเนื่องมาจากการตายก่อนเวลาอัน สมควร และรวมถึงการสูญเสียรายได้ในยามชรา การสูญเสียอวัยวะ พิการ และค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วย - การประกันชีวิตเป็นวิธีการชดใช้ความสูญเสียอันเนื่องมาจากภัย โดยการเฉลี่ยเก็บเงินจากสมาชิกก้อนหนึ่งมอบ ให้กับสมาชิกหรือครอบครัวของสมาชิกผู้ประสบภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน - การประกันชีวิตเป็นกลไกทางสังคมอย่างหนึ่งที่เป็นสื่อกลางในการให้ความคุ้มครองค่า ทางเศรษฐกิจหรือรายได้ ของผู้หาเลี้ยงครอบครัว - การประกันชีวิตเป็นแผนการของชุมชนที่สมาชิกร่วมกันจัดตั้งขึ้น เป็นระบบการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระอันเกิด จากทุกข์ภัยที่สมาชิกของชุมชนได้รับ โดยการรวบรวมเงินออมของสมาชิกเข้าเป็นกองทุน เมื่อสมาชิกรายใด ประสบภัยพิบัติอันนำมาซึ่งปัญหาความเดือดร้อน สมาชิกหรือครอบครัวของผู้ประสบภัยก็จะได้รับความช่วยเหลือ จากเงินทุนนี้ บริษัทประกันชีวิตทำหน้าที่เสมือน หนึ่งผู้ดูแลกองทุนนับแต่การชี้แจงแนะนำ หาสมาชิกเข้าร่วมกองทุน รวบรวมเงินออมของสมาชิก จัดทำทะเบียน และออกใบรับรองสมาชิกภาพ (กรมธรรม์) และจ่ายเงินช่วยเหลือเมื่อสมาชิกประสบภัย รวมทั้งบริหารการเงิน เพื่อนำดอกผลมาจ่ายคืนแก่สมาชิกในรูปของเงินปันผลและเงินช่วยเหลือดังกล่าว ความจำเป็นของการประกันชีวิต เพราะตระหนักในความไม่แน่นอนของชีวิต มนุษย์จึงหาหนทางสร้างหลักประกันให้แก่ชีวิตโดยเฉพาะในเรื่องของ รายได้ เมื่อครอบครัวต้องสูญเสียผู้นำ ขาดผู้อุปการะนั่นย่อมหมายถึงรายได้ที่เคยได้ประจำนั้นต้องหมดสิ้นลงทันที ภรรยาและบุตรหรือผู้ที่อยู่ในความอุปการะย่อมประสบปัญหาความเดือดร้อนในการดำรงชีพการประกันชีวิต จะ ช่วยพิทักษ์รายได้ของครอบครัว สานเป้าหมายในชีวิตของทุกคนต่อไปไม่ว่าผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวนั้น จะพบกับ อุปสรรคของการดำเนินชีวิตจากการตกงาน การเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ การตกเป็นบุคคลทุพพลภาพ ความชรา...
Read more »

Tags: ,
Posted in ประกันชีวิต | Comments Off