การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
เมื่อเกิดเหตุที่คาดไม่ถึงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้ ไฟฟ้าช็อต น้ำท่วม แผ่นดินไหว เกิดพายุ หรือเกิดสึนามิ สิ่งที่มักเกิดขึ้นตามมาคือ ผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ตั้งแต่เกิดบาดแผลเล็กน้อย หมดสติ หรืออาการหนักจนถึงขั้นเสียชีวิต การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
มาแนะนำกัน อย่างน้อยก็เพื่อช่วยให้อาการของผู้ได้รับบาดเจ็บพ้นขีดอันตรายก่อนนำส่งโรงพยาบาลต่อไป
การปฏิบัติสำหรับกรณีฉุกเฉิน
- ตั้งสติตัวเองให้ได้ พยายามอย่าตกใจ
- หากมีผู้อื่นอยู่ด้วย ควรขอความช่วยเหลือจากคนเหล่านั้น หรือ ให้ผู้อื่นขอความช่วยเหลืออีกที
- ปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยควรสังเกตดูว่าผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ในสภาพใด มีบาดแผลที่มีเลือดออกหรือไม่ กระดูกหัก ช็อก หรือมีอาการ
หยุดหายใจ เพื่อจะได้ทำการปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธี
กรณีเกิดเหตุไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก
ข้อควรปฏิบัติและการปฐมพยาบาล
1. ฉีกหรือตัดเสื้อผ้าบริเวณที่ถูกไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวกออก
2. เสื้อผ้าที่ไหม้และดับแล้ว ถ้าติดที่แผลไม่ต้องดึงออก
3. ถอดเครื่องประดับที่รัดอยู่ เช่น แหวน เข็มขัด นาฬิกา รองเท้า
4. หากเป็นแผลที่มีความรุนแรงเล็กน้อยและปานกลาง ให้ปฏิบัติดังนี้
5. หากเป็นบาดแผลที่มีความรุนแรงมาก ให้ปฏิบัติดังนี้
- อย่าถอดเสื้อผ้าออกในทันที และให้ดูว่าเสื้อผ้านั้นยังไหม้ไฟอยู่หรือดับสนิทแล้ว
- อย่าแช่หรือจุ่มแผลลงในน้ำเย็น เพราะจะทำให้คนเจ็บช็อกได้
- ตรวจสภาพของผู้ป่วยว่ายังหายใจ หัวใจยังเต้น หรือขยับร่างกายได้หรือไม่ หากผู้ป่วยหยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้น ให้รีบ
ผายปอดทันที
- ให้ปิดแผลบริเวณที่ถูกไฟไหม้ด้วยผ้าปิดแผลที่สะอาดและ มีความชื้น หรือจะปิดแผลด้วยผ้าเช็ดตัวที่ชุบน้ำหมาดๆ ก็ได้
- นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล
กรณีถูกไฟฟ้าช็อต
ข้อควรปฏิบัติและการปฐมพยาบาล
1. รีบปิดสวิตช์ไฟทันที
2. หากไม่สามารถปิดสวิตช์ไฟได้ ห้ามใช้มือจับผู้ที่กำลังถูกไฟช็อต เพราะอาจมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านอยู่ ให้นำสิ่งที่ไม่นำไฟฟ้า เช่น
ไม้กวาด หรือเก้าอี้ไม้ เขี่ยสายไฟออกจากตัวผู้บาดเจ็บ
3. เมื่อผู้บาดเจ็บหลุดออกมาแล้ว รีบปฐมพยาบาล โดยตรวจสภาพของผู้บาดเจ็บว่ายังหายใจ หัวใจยังเต้น หรือขยับร่างกายได้หรือ
ไม่ หากหยุดหายใจให้รีบผายปอดทันที และหากคลำชีพจรไม่ได้ ให้ใช้มือนวดที่หัวใจด้วย จากนั้นรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว โดยให้
ผู้บาดเจ็บนอนอยู่ในท่าที่ศีรษะต่ำกว่าลำตัวและยกเท้าสูงเล็กน้อย
ข้อควรระวัง
- อย่าจับผู้บาดเจ็บด้วยมือเปล่า เพราะผู้บาดเจ็บอาจยังมี กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน
- ทำให้บริเวณที่ถูกไฟลวกนั้นเย็นตัวให้เร็วที่สุด อาจประคบด้วยผ้าชุบน้ำเย็นหรือเปิดให้น้ำเย็นไหลผ่านแผล หรือจะแช่แผลในน้ำเย็น
อย่างน้อย 5 นาทีหรือจนกว่าคนเจ็บจะรู้สึกทุเลา การทำให้แผลเย็นลง จะช่วยลดอาการบวม สิ่งที่ควรระวังคือ ไม่ควรวางน้ำแข็งกับแผล
โดยตรง เพราะความเยน็ จากนำ้ แขง็ จะทำใหเ้ จบ็ แผลมากขนึึ้
- หากมีแผลพุพอง อย่าเจาะน้ำเหลืองออก เพราะอาจทำให้ติดเชื้อได้
- ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซที่ผ่านการฆ่าเชื้อโรค และปิดทับด้วยเทป เพื่อไม่ให้แผลถูกอากาศหรือถูกขีดข่วน ไม่ควรใช้สำลีปิดแผล เพราะ
ใยสำลีอาจจะทำให้แผลระคายเคือง
- หากผู้บาดเจ็บปวดแผล ให้กินยาแก้ปวด เช่น ไอบรูโพรเฟน หรือแอสไพริน
- หากยังไม่ได้ตัดกระแสไฟฟ้า อย่าเข้าใกล้สายไฟฟ้าแรงสูง เด็ดขาด และให้อยู่ห่างจากสายไฟอย่างน้อย 7-8 เมตร
- อย่าเคลื่อนผู้บาดเจ็บโดยไม่จำเป็น ยกเว้นผู้บาดเจ็บตกอยู่ในภาวะอันตราย
- หากผู้บาดเจ็บมีอาการดังต่อไปนี้ หัวใจหยุดเต้น จังหวะการเต้น ของหัวใจผิดปกติ หยุดหายใจ กล้ามเนื้อหดตัวหรือเป็นตะคริว เป็นลมชัก มีอาการชา เป็นเหน็บ หรือหมดสติ ให้เรียกรถพยาบาลโดยด่วน อย่างไรก็ตาม การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเป็นเพียงแค่การช่วย
รักษาอาการของผู้บาดเจ็บเพียงผิวเผินเท่านั้น วิธีที่ดีที่สุดคือรีบส่งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไปโรงพยาบาลโดยเร็ว สำหรับฉบับนี้ Solution แนะนำวิธี ปฐมพยาบาลเพียงแค่สองกรณีเท่านั้น ไว้โอกาสหน้าจะมีวิธีปฐมพยาบาล ในกรณีอื่นๆ มาให้เพื่อนๆ ชาว BKI NEWS ได้ทราบมากขึ้น เผื่อเกิดเหตุสุดวิสัยกับคนที่คุณรู้จัก เพราะ เหตุร้ายเกิดได้ทุกครา
ยาสามัญประจำบ้านที่ควรมี
ยาแก้ปวดลดไข้ : ยาเม็ดพาราเซตามอล 500 มก.
ยาแก้แพ้, ลดน้ำมูก : ยาเม็ดคลอเฟนิรามีน 4 มก., 2 มก.
ยาแก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ : ยาธาตุน้ำแดง, ยาธาตุน้ำขาว, โซดามิ้นท์
ยาโรคกระเพาะ : ยาเม็ดอลูมินาเมกนีเซีย, ไตรซิลิเคท
ยาแก้ท้องเสีย : ยาน้ำเคาลินเปคติน, ผงน้ำตาลเกลือแร่
ยาใส่แผล : ทิงเจอร์ใส่แผลสด, ไอโปดีน หรือเบตาดีน
ยาล้างแผล เช็ดแผล : ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์, แอลกอฮอล์เช็ดแผล
ยาทาแก้แพ้ แก้คัน : คาลาไมน์
ยาทานวด : ขี้ผึ้งปวดบวม, ครีมระกำ, GPO บาล์ม
ยาแก้ไอ : ยาแก้ไอน้ำดำ, ยาขับเสมหะ
ยาระบาย : ยาระบายเม็กนีเซีย, มะขามแขก, ยาเม็ดมะขามแขก
ยาสูดดม : เหล้าแอมโมเนีย
ซื้อประกันภัยทางโทรศัพท์

Telemarketing จากกรุงเทพประกันภัย
จะมั่นใจได้อย่างไรว่าซื้อประกันภัยทางโทรศัพท์แล้วไม่โดนหลอก?
กรมธรรม์ที่ได้มาเป็นของจริงหรือเปล่า?
เชื่อถือได้ไหม?
หลากหลายคำถาม หลากหลายความคิดที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภค ที่มีต่อการขายประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ ที่แสดงถึงความไม่มั่นใจในการทำประกันภัย หรือไม่เชื่อมั่นในบริษัทที่เป็นตัวแทน หรือนายหน้า รวมไปถึงบริษัทที่รับทำประกันภัย อาจเป็นเพราะมี ประสบการณ์ที่ไม่ดีกับธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการผ่านทางโทรศัพท์มาก่อน หรือในช่วงที่ผ่านมามีข่าวเกี่ยวกับกลุ่มมิจฉาชีพออกประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ปลอม โดยอาศัยช่องทางการขายทางโทรศัพท์สวมรอยหลอกขายกรมธรรม์ปลอมให้แก่ลูกค้า
เทเลมาร์เก็ตติ้ง (Telemarketing) ของกรุงเทพประกันภัย ให้แก่สมาชิกได้มั่นใจในบริการของเรา กรุงเทพประกันภัย เรามีบริการด้านการขายประกันภัยทางโทรศัพท์ มาตั้งแต่ปลายปี 2549 โดยเราเริ่มต้นการขายให้แก่ลูกค้าบัตรเครดิตของธนาคารกรุงเทพก่อน ซึ่งต่อไปเราก็จะขยายไปยังลูกค้าในส่วนอื่นๆ ด้วย นอกจากนี้ เรายังร่วมมือกับบริษัท TQM Insurance Broker จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทนายหน้าที่มีความชำนาญด้านการขายประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์มาอย่างยาวนาน ในการช่วยขายกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ลูกค้าของ TQM Insurance Broker อีกทางหนึ่งด้วย
ปัจจุบันกรมธรรม์ประกันภัยหรือสินค้าที่เรานำเสนอนั้น จะเน้นกรมธรรม์ที่ไม่ซับซ้อน ง่าย และใช้เวลาไม่นานในการนำเสนอ และสะดวกต่อการตัดสินใจของลูกค้า ด้านราคาถือว่าเหมาะสม ไม่แพงจนเกินไป แต่ได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุม และคุ้มค่า นอกจากนี้ เรายังคัดเลือกการประกันภัยประเภทที่ให้ความคุ้มครองที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้ามากที่สุด ฉะนั้นในการนำเสนอกรมธรรม์ประกันภัยไปยังลูกค้าแต่ละครั้ง จึงเป็นการนำเสนอสินค้าที่พิเศษและเหมาะสมสำหรับลูกค้าท่านนั้นจริงๆ
สำหรับในช่วงนี้ เรามีกรมธรรม์ประกันภัยที่ขายผ่านทาง โทรศัพท์อยู่ 2 ประเภทด้วยกันคือ
• การประกันภัยชดเชยรายได้ระหว่างพักรักษาตัวใน โรงพยาบาล (Hospital Income Plan : HIP) ที่ช่วยชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปด้วยการจ่ายเงินสดชดเชยแบบรายวัน เมื่อต้องเข้ารับการรักษาตัวในฐานะผู้ป่วยใน อันมีสาเหตุมาจากการเจ็บป่วย หรือการบาดเจ็บทางร่างกายจากอุบัติเหตุ
• การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Personal Accident
A) ที่ให้ความคุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือได้รับบาดเจ็บอันเกิดจากอุบัติเหตุ รวมถึงการถูกฆาตกรรม หรือถูกทำร้ายร่างกาย และคุ้มครองถึงการรักษาพยาบาลที่เกิดจากอุบัติเหตุอีกด้วย
นอกจากกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวนี้แล้ว เรายังคงพัฒนากรมธรรม์อื่นๆ ให้เหมาะสม คุ้มค่า และตรงกับความต้องการ และใกล้ตัวมากที่สุด ด้วยบริการแคร์คุณทุกย่างก้าวตลอดไป
หลายๆ ท่านอาจจะยังลังเลหรือไม่มั่นใจในข้อเสนอ หรือความคุ้มครองต่างๆ ซึ่งกรุงเทพประกันภัยขอเรียนว่า เรามีการอบรมให้แก่พนักงานเทเลมาร์เก็ตติ้ง ให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในแต่ละกรมธรรม์เป็นอย่างดี และเราก็ไม่ได้มุ่งขายเพียงอย่างเดียว เราสามารถเป็นที่ปรึกษาด้านประกันภัยให้แก่ลูกค้าได้อีกด้วย นอกจากนี้ เรายังเน้นเรื่องมารยาทในการนำเสนอกรมธรรม์ต้องสุภาพ อ่อนโยน รู้จักกาลเทศะ และไม่รบกวนเวลาของลูกค้ามากนัก กรณีที่ลูกค้าปฏิเสธหรือไม่สะดวกในการรับบริการ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ก็จะไม่เร่งรัดหรือรบกวน ทั้งนี้ เรายังเพิ่มความมั่นใจให้มากยิ่งขึ้นด้วยกระบวนการที่ถูกต้อง คือ เราต้องได้รับการยืนยัน ข้อความที่ตกลงกันและยืนยันการซื้อจากลูกค้าก่อนที่จะรับประกันภัย อีกทั้งเรายังมีการบันทึกเทปการสนทนาเพื่อที่จะสามารถตรวจสอบการให้บริการได้ หรือหากมีส่วนใดยังบกพร่องอยู่ เราก็จะรีบดำเนินการปรับปรุงทันที
สำหรับการประกันภัยที่กรุงเทพประกันภัยนำเสนอผ่านทางโทรศัพท์นั้น คุณจะสบายใจได้ หากเกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วย หรือต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล เพราะเรามีโรงพยาบาลในเครือถึง 200 กว่าแห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศไว้คอยให้บริการ จึงอุ่นใจ ได้ว่าจะได้รับการบริการอย่างทั่วถึง
กรณีที่คุณได้รับการติดต่อเสนอขายประกันภัยทางโทรศัพท์จากกรุงเทพประกันภัยหรือ TQM Insurance Broker และไม่แน่ใจว่า เป็นการบริการของเราจริงหรือไม่ ก็สามารถสอบถามกลับมาได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 0 2285 8957-9
Quick Repair

โครงการ Quick Repair หรือการซ่อมสีด่วน
บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท ดูปองท์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดโครงการ Quick Repair หรือการซ่อมสีด่วน เพื่อบริการลูกค้าผู้ที่ทำประกันภัยรถยนต์ของกรุงเทพประกันภัย ซึ่งเป็นระบบการซ่อมที่มีคุณภาพ และ
ได้มาตรฐาน ด้วยผลิตภัณฑ์สี 2K คุณภาพสูง ที่เรียกว่า “ดูปองท์ โลว์อิมิชั่น” (Low Emission) ซึ่งมีสารระเหยต่ำ ตรงตามมาตรฐานการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมยุโรป เป็นสีที่แห้งตัวเร็ว โดยปริมาณสีที่ใช้ต่ำกว่าสีพ่นรถยนต์ทั่วไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในการซ่อมสีรถยนต์ และลดภาวะโลกร้อน
โครงการ Quick Repair นี้ ใช้เวลาในการซ่อมด่วนให้แล้วเสร็จภายใน 5 ชั่วโมง ด้วยขั้นตอนมาตรฐานในการซ่อม 22 ขั้นตอนด้วยกัน คือ
1. ประเมินความเสียหายของบาดแผลว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะพ่นซ่อมแบบ Quick Repair
2. ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำหรือน้ำสบู่
3. เช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาขจัดคราบไขมัน 3919S
4. ขัดบริเวณแผลด้วยยาขัด พร้อมผ้าขนแกะ เพื่อตรวจสอบเฉด สีบริเวณที่จะทำการพ่นหรือชิ้นงานใกล้เคียง และเพื่อการ ยึดเกาะของสีจริงทับหน้า หรือเคลียร์เคลือบเงา
5. เช็ดทำความสะอาดอีกครั้งด้วยน้ำยาขจัดคราบไขมัน 3919S หรือ 3920S
6. ตรวจสอบเฉดสีในบริเวณที่จะทำการพ่นซ่อมหรือชิ้นงาน ใกล้เคียงและทำการผสมสี
7. ปิดกระดาษเพื่อป้องกันละอองสี
8. ขัดเปิดปากแผลบริเวณที่เสียหายด้วยกระดาษทรายแห้ง เบอร์ P120-P180
9. เช็ดด้วยผ้าเหนียวพร้อมปืนเป่าลม และทำความสะอาด ด้วยน้ำยาขจัดคราบไขมัน 3920S
10. โป๊วลงบนชิ้นงาน ผสมสีโป๊วตามอัตราส่วน 1-3%
11. ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งสนิท
12. ขัดสีโป๊ว เลือกเบอร์กระดาษทรายให้เหมาะกับชิ้นงาน เบอร์ : P180-P280-P360 หรือ P180-P240-P320
13. เช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาขจัดคราบไขมัน 3920S
14. ทำความสะอาดด้วยปืนเป่าลม พร้อมกับเช็ดด้วยผ้าเหนียว
15. ผสมสีรองพื้นพร้อมกลบรอย Value Shade (200XS-Series)
16. ปล่อยทิ้งไว้ให้สีรองพื้นกลบรอยแห้งสนิทดี หรืออบด้วย อินฟราเรด
17. ขัดสีรองพื้นกลบรอยด้วยกระดาษทรายแห้งเบอร ์ P360-P400 (P500) โดยใช้ฟองน้ำรองขัด
18. เช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาขจัดคราบไขมัน 3920S และ ตามด้วยปืนเป่าลม พร้อมกับผ้าเหนียวเช็ดฝุ่นก่อนการพ่นสี
จริงทับหน้า
19. พ่นสีจริงทับหน้า และเคลียร์เคลือบเงา
20. ใช้อินฟราเรดอบเพื่อให้เคลียร์เคลือบเงาแห้งสนิทดี
21. ทิ้งไว้ให้เย็นตัว, ตรวจสอบความแข็งของเคลียร์และขัดด้วย
ยาขัดดูปองท์ เบอร์ 1500S-3000S
22. ตรวจสอบ และเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าที่ปราศจาก ส่วนผสมของซิลิโคน
สำหรับความเสียหายของรถยนต์ที่สามารถซ่อมสีด่วน ในโครงการ Quick Repair ได้คือ เป็นรอยขีดข่วน หรือเป็นรอยบุบที่มี ขนาดของพื้นที่ความเสียหายไม่เกิน 20×30 ซม. หรือเท่ากับขนาดของ กระดาษ A4 และจุดหรือพื้นที่ความเสียหายนั้นต้องอยู่ในตำแหน่งที่สามารถพ่นปัดสีได้ และมีพื้นที่ความเสียหายเพียงจุดเดียวจากการจัดโครงการ Quick Repair นี้ เป็นการอำนวยความสะดวก รวดเร็ว ในการซ่อมรถยนต์อย่างมีคุณภาพและประหยัดเวลา ให้แก่ลูกค้าของกรุงเทพประกันภัย เพื่อให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด และรองรับกับการใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นการ
อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ช่วยลดภาวะโลกร้อนอีกด้วย
อู่ในสัญญาของกรุงเทพประกันภัยที่เข้าร่วม โครงการ Quick Repair
• อู่ นำชัย เตาปูน กรุงเทพฯ โทร. 0 911 5001-3
• บจก. บึงกุ่มกลการ กรุงเทพฯ โทร. 0 919 4401-4
• บจก. พลู สวสั ด ิ์ ยนตรการ กรงุ เทพฯ โทร. 0 2907 7809-10, 0 2570 9511
• บจก. อู่ เอส.เอส. อินเตอร์กรุ๊ป กรุงเทพฯ โทร. 0 2332 6840-3
• บจก. นวมินทร์ การาจ กรุงเทพฯ โทร. 0 2949 7223-5
• อู่ อัญชลียนต์ กรุงเทพฯ โทร. 0 2216 4686, 0 2215 1565
• อู่ พีเจการาจ กรุงเทพฯ โทร. 0 2862 5044-6
• บจก. เอส เอ ออโต้ไฮเทค กรุงเทพฯ โทร. 0 2530 4884, 0 2932 0375-6
• อู่ เอ็น เค ซี อินเตอร์ กรุงเทพฯ โทร. 0 2476 9607-8
• อู่ พี ที พี เซอร์วิส กรุงเทพฯ โทร. 0 2457 6483
• อู่ เซอร์กิตเทคนิค จ.นนทบุรี โทร. 0 2984 5611-3
• อู่ ซี อาร์ ออโต้ (นำชัย ปทุมธานี) จ.ปทุมธานี โทร. 0 2978 2960-3
• หจก. ว.บางพูนออโต้เทคนิค จ.ปทุมธานี โทร. 0 259 5600-5, 0 2567 2178
• อู่ พี รุ่งเรืองบริการ จ.ปทุมธานี โทร. 0 2959 5600-6
ด้วยความใส่ใจในคุณภาพการซ่อม เจ้าหน้าที่ของอู่ที่เข้าร่วมโครงการ Quick Repair จะต้องผ่านการอบรมวิธีและขั้นตอนการซ่อมสีที่ได้มาตรฐาน มีประกาศนียบัตรเป็นการการันตีคุณภาพ นอกจากนี้ อู่ในสัญญาของกรุงเทพประกันภัย ยังมีพื้นที่และช่องจอดสำหรับรถยนต์ที่มาใช้ บริการซ่อม Quick Repair โดยเฉพาะอีกด้วย ฉะนั้น จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่ได้มาตรฐานระดับสากลและหมดกังวลเรื่องการรอคิว ทั้งนี้ บริษัทฯ จะมีการขยายอู่เพื่อให้บริการในโครงการ Quick Repair เพิ่มขึ้นในอนาคต
บริษัท กรุงเทพประกันภัย

ประวัติ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)
บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2490 ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ภายใต้ชื่อ บริษัท เอเซียพาณิชย์ประกันสรรพภัย จำกัด โดยการบริหารงานของคุณชิน โสภณพนิช ตั้งอยู่ที่ ถนนอนุวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์
ต่อมาในปี พ.ศ. 2499 ได้ย้ายสำนักงานมาอยู่ที่อาคารเอเชีย ถนนเสือป่า ในปี พ.ศ. 2507 เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด
พ.ศ. 2511 สร้างสำนักงานแห่งใหม่บนถนนสีลม
พ.ศ. 2521 บริษัทฯ เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน จำกัด ในชื่อ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในปี พ.ศ. 2536
จากความพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ ตลาดประกันภัยเสรี และความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจ ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากขึ้น บริษัทฯ จึงย้ายสำนักงานมายังทำเลใจกลางย่านธุรกิจ ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย ถนนสาทรใต้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 จวบถึงปัจจุบัน
ปัจจุบัน บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 60 ด้วยทุนจดทะเบียน 507ล้านบาท ภายใต้การบริหารของคุณชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการและกรมการผุ้อำนวยการใหญ่ รวมทั้งคณะผู้บริหารและพนักงาน ที่พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด
สำนักงานใหญ่ อาคารกรุงเทพประกันภัย
25 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120
โทรศัพท์ : 0 2285 8888
โทรสาร : 0 2610 2100
กรุงเทพประกันภัย

ประกันภัยยานยนต์ Motor Insurance
ด้วยประกันภัยรถยนต์ของ กรุงเทพประกันภัย ที่จะช่วยบรรเทาความเสียหาย จากอุบัติเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณและรถที่คุณรัก
ในภาวะการแข่งขันของธุรกิจประกัน วินาศภัย บริษัทฯได้พิสูจน์ความเป็นผู้นำวงการประกันภัย โดยได้รับประกาศนียบัตรรับรองคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9002 : 1994 ด้านบริการของฝ่ายประกันภัยยานยนต์ ตั้งแต่ปี 2540 นับเป็นบริษัทประกันภัยแห่งแรกในไทยและภูมิภาคเอเชีย และขยายผลรับรองทุกระบบงานเมื่อปี 2543 ล่าสุด บริษัทฯ สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าอีกครั้ง โดยได้ผ่านการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001 : 2000 ทุกระบบงาน เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2545 จาก Bureau Veritas (Thailand) Ltd. (BVQI) ภายใต้สถาบันรับรองคุณภาพ UKAS
ตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ ที่ให้บริการด้วยความซื่อตรง และยุติธรรม ตอบสนองความต้องการของลูกค้า (Customer Oriented) ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจเสมอมา และเพื่อให้เกิดความสะดวกตอบสนองตรงตามความต้องการ สานสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จึงได้มีการวางแผนเชิงรุก เพิ่มวิสัยทัศน์การบริหารงาน สำรวจความต้องการของลูกค้า พัฒนารูปแบบการบริการใหม่ๆ ซึ่งเป็นที่มาของโครงสร้างองค์กรใหม่ ภายใต้แนวคิด "หนึ่งจุดบริการที่พร้อมสรรพ เพื่อหลากความต้องการของลูกค้า" (Single Contact Point) โดยแบ่งการบริการตามประเภทของลูกค้า 4 ช่องทางใหญ่ๆ คือ สถาบันการเงิน บริษัทนายหน้า ตัวแทนประกันวินาศภัย และลูกค้าตรง ซึ่งทีมงานแต่ละช่องทาง สามารถให้บริการได้ครบทุกประเภท ของการประกันวินาศภัยที่ต้องการ

