ไตวายเรื้อรัง

ไตวายเรื้อรัง : เมื่อไตสูญเสียการทำงานไปอย่างถาวร
ไตวายเรื้อรัง เป็นโรคที่ไตไม่ทำงานอย่างเคยครับ ไตทำหน้าที่กรองเลือด และขับของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย และนอกจากนี้ยังขับน้ำส่วนเกินออกไปในรูปของปัสสาวะ เมื่อไตไม่ทำงาน ของเสีย และน้ำก็จะสะสมในร่างกายและทำให้คุณเจ็บป่วยได้
โรคไตวายเรื้อรัง เป็นโรคที่ค่อยๆสูญเสียการทำงานของไตอย่างช้าๆและค่อยเป็นค่อยไป อาจจะใช้เวลานานหลายปี ซึ่งต่างจากไตวายเฉียบพลันตรงที่โรคไตวายเฉียบพลันมีการสูญเสียการทำงานของ ไตในทันทีครับ
ไตนั้นประกอบด้วยหน่วยไตขนาดเล็กครับ ซึ่งมีหลายล้านหน่วย แต่ละหน่วยก็ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากร่างกาย ถ้าหน่วยไตบางหน่วยมีการบาดเจ็บและหยุดทำงาน หน่วยไตที่เหลือก็จะทำงานหนักมากขึ้น และถ้าการบาดเจ็บนี้อยู่ต่อไป หน่วยไตก็ค่อยๆสูญเสียมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดหน่วยไตที่เหลือก็จะไม่สามารถทำหน้าที่ได้ไม่เพียงพอครับ และจะทำให้ของเสียสะสมมากขึ้นจนมีอาการเจ็บป่วย
มีหลายๆอย่างที่คุณสามารถหยุดการบาดเจ็บของไตได้โดยการรับประทานยาตาม แพทย์สั่งและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก็สามารถช่วยให้ไตสูญเสียน้อยลงได้ครับ
โรคไตวายเรื้อรังเกิดจากอะไร
สาเหตุของไตวายเรื้อรังส่วนใหญ่มักเกิดจาก
- โรคความดันโลหิตสูง
- โรคเบาหวาน
สาเหตุอื่นๆ
- การติดเชื้อที่ไต กรวยไตอักเสบ หรือโรคพันธุกรรมเช่น PCKD (polycystic kidney disease)
- โรคไตอักเสบ
- หลอดเลือดที่ไปยังไตตีบแคบ หรือ มีการอุดกั้นของหลอดเลือดที่ไปยังไต
- ต่อมลูกหมากโต นิ่ว หรือเนื้องอกที่ไต
- พิษตะกั่ว
- ยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน หรือ ยาปฎิชีวนะบางกลุ่มครับ
อาการของโรคไตวายเรื้อรัง
คุณจะมีอาการของไตวายหลังจากที่ไตเริ่มสูญเสียการทำงานไปนาน 3-4 เดือนก่อนหน้าครับ โรคไตวายในระยะเริ่มแรกจะยังไม่มีอาการจนกว่าจะสูญเสียการทำงานของไตไปจนถึง ระดับหนึ่งก่อนที่จะมีอาการ
ซึ่งอาการของไตวายได้แก่
- ปัสสาวะ ออกน้อย หรือไม่มีปัสสาวะออก
- ขาบวมกดบุ๋ม


- อ่อนเพลีย ไม่อยากรับประทานอาหาร
- ซีด
การวินิจฉัยโรคไตวาย
แพทย์อาจทำการเจาะเลือดและตรวจปัสสาวะ เพื่อหาว่าไตยังทำงานอยู่ดีหรือไม่ครับ การเจาะเลือดเป็นการแสดงสัญญาณที่อาจบ่งบอกว่าเป็นโรคไควาย เช่น ซีด (ไตวายก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะซีดได้ตรับ) หรือเพื่อเป็นการค้นหาโรคอื่นๆที่ทำให้คุณมีอาการ
แพทย์จะทำการซักประวัติ และตรวจร่างกายเพื่อค้นหาว่าคุณและคนในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นโรคไตหรือ ไม่ หรือเคยรับประทานยาอะไรบ้าง ทั้งยาที่แพทย์สั่งและยาที่ซื้อรับประทานเอง รวมไปถึงสมุนไพร อาหารเสริม ยาชุดต่างๆ
แพทย์อาจส่งตรวจอัลตราซาวน์ หรือ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อวัดขนาดไต และดูว่าเลือดสามารถไปที่ไตได้หรือไม่ หรือมีนิ่วหรือไม่ครับ และแพทย์อาจทำการตัดชิ้นเนื้อที่ไตเพื่อตรวจหาสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไตวาย ครับ
การรักษาโรคไตวายเรื้อรัง
โรคไตวายเรื้อรังมักจะมีสาเหตุมาจากโรคอื่นๆครับ ดังนั้นการหาสาเหตุของไตวายจึงเป็นสิ่งที่ทำก่อนเสมอ
เบาหวาน และความดันโลหิตสูง เป้นสาเหตุที่ทำให้เกิดไตวายที่พบบ่อยที่สุด ถ้าคุณควบคุมความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีจะช่วยทำให้เกิดโรคไตวายได้ช้าลง ดังนั้นการลดน้ำหนักและการออกกำลังกายจะสามารถช่วยรักษาไตของคุณได้ครับ
โรคไตวายเป็นโรคที่ซับซ้อนครับ คุณอาจต้องรับประทานยาหลายตัว และอาจต้องเจาะเลือดตรวจการทำงานของไตหลายครั้ง พยายามไปพบแพทย์บ่อยๆครับ ให้ไปตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
การปรับเปลี่ยนนพฤติกรรมก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากในโรคไตวายเรื้อรังด้วย ครับ ซึ่งจะช่วยให้คุณดีขึ้นได้ และยังช่วยรักษาระดับความดันโลหิต และรักษาระดับน้ำตาลให้คงอยู่ตามปกติได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้การทำลายของไตเกิดขึ้นได้ช้าลง
- รับประทานอาหารที่ไม่เป็นอันตรายกับไต ให้งดรับประทานอาหารที่มีเกลือ และผงชูรส งดน้ำปลา ซีอิ้ว และซอสปรุงรสด้วยครับ และคุณอาจต้องระวังเรื่องการรับประทานน้ำในแต่ละวัน เพราะมิฉะนั้น น้ำจะเกินและท่วมปอดได้ครับ
- ออกกำลังกายทุกวัน ให้ปรึกษาแพทย์ครับว่าการออกกำลังกายแบบไหนที่เหมาะกับคุณ
- งดสูบบุหรี่ งดดื่มเหล้า เพราะสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลง
- ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งที่คุณจะรับประทานยา วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม ด้วยครับ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อไตของคุณ
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโรคไตเป็นมากขึ้น
เมื่อการทำงานของไตลดลงจนถึงจุดๆหนึ่ง ก็จะเกิดภาวะที่เรียกว่าไตวาย นั่นคือจะทำให้ระบบอื่นๆพลอยล้มเหลวไปด้วย ไม่ว่าจะเกิดโรคหัวใจล้มเหลว โรคกระดูกพรุน และโรคทางสมอง และคุณจะป่วยหนักมากครับ
เมื่อการทำงานของไตล้มเหลวไปอย่างถาวร คุณมีทางเลือกอยู่ 2 ทางครับ คือ ฟอกไต หรือ เปลี่ยนไต แต่ทั้ง 2 วิธีก็จะมีความเสี่ยง ดังนั้นให้ปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตัดสินใจ
- การฟอกไต เป็นการใช้เครื่องกรองเลือดและทำงานแทนไตที่เสียการทำงานไปแล้วครับ วิธีนี้จะไม่ใช่วิธีที่รักษาให้หายขาดได้ แต่จะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นและมีชีวิตที่ยาวนานขึ้น
- การเปลี่ยนไต เป็นวิธีที่เหมาะเมื่อคุณไม่มีโรคแทรกซ้อนอื่นๆอีกครับ การเปลี่ยนไต จะสามารถทำให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป แต่คุณต้องรอผุ้บริจาคครับ และไตนั้นต้องเข้ากับร่างกายคุณได้ด้วย คือ ผลเลือดต้องเข้าได้ และอวัยวะต้องเข้าได้ครับ และคุณต้องกินยาไปตลอดชีวิตเพื่อป้องกันการต่อต้านไตใหม่ครับ
ซึ่งทั้ง 2 วิธีเป็นวิธีที่เสียค่าใช้จ่ายสูงมากครับ
การตัดสินใจในการรักษาเป็นเรื่องที่ยาก ดังนั้นให้คุณกับคนในครอบครัวคุยกันครับ และคุยกับแพทย์ เพื่อส่งต่อไปยังศูนย์ที่สามารถฟอกไต และที่ที่สามารถผ่าตัดเปลี่ยนไตได้ครับ


