ประโยชน์ของการประกันภัย
ปัจจุบันกิจการประกันภัยได้เข้ามามีบทบาทต่อมนุษย์มากทั้งในแง่การดำรงชีวิตและการดำเนินธุรกิจ
1. ประโยชน์ต่อผู้เอาประกันภัย
ให้ความคุ้มครองต่อบุคคล ครอบครัวและทรัพย์สินของผู้เอาประกันภัย เช้นกรณีการประกันชีวิต เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต ทายาทหรือผู้รับประโยชน์ก็จะได้รับเงินเอาประกันภัยเป็นอีกก้อนหนึ่ง ถ้าผู้เอาประกันภัยทำประกันอุบัติเหตุควบคู่ไปกับการประกันชีวิตด้วย เพราะเมื่อผู้เอาประกันประสบอุบัติเหตุจนทุพพลภาพถาวร ก็จะมีรายได้สำหรับเป็นค่ารักษาพยาบาลและเป็นค่าเลี้ยงชีพ ซึ่งทำให้ไม่ต้องเป็นภาระแก่ผู้อื่น
ช่วยปลูกฝังให้เกิดนิสัยประหยัดและช่วยให้เกิดการออม การประกันภัยเป็นการบังคับให้ผู้เอาประกันภัยต้องฝึกนิสัยประหยัดไปในตัว ทั้งนี้เพราะต้องเก็บเงินไว้ชำระค่าเบี้ยประกันภัยให้ได้ตามกำหนดเวลา ผู้เอาประกันภัยจึงไม่สามารถใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายได้เหมือนเดิม และการออมทำให้มีเงินไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ยามชรา
2. ประโยชน์ต่อธุรกิจ
ช่วยให้เกิดความมั่นคงในการประกอบธุรกิจ ในกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้นไม่ว่าจะเกิดกับทรัพย์สิน หรือเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูง
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจในการทำธุรกิจ เวลาของนักบริหารเป็นสิ่งที่มีค่า เพราะผู้บริหารมีงานที่ต้องดูแลรับผิดชอบมาก ความเสี่ยงภัยก็เป็นอย่างหนึ่งที่ผู้บริหารที่ดีต้องตระหนักถึงอยู่เสมอในการดำเนินธุรกิจ
ช่วยในการขยายเครดิต การประกันภัยช่วยให้การกู้ยืมดำเนินไปอย่างสะดวกราบรื่นขึ้น เพราะการประกันภัยจะช่วยสร้างเครดิตให้แก่ผู้กู้
ช่วยให้เกิดเสถียรภาพในต้นทุนการผลิต นักธุรกิจที่กำลังเผชิญอยู่กับความเสี่ยงภัยย่อมต้องหาหนทางหรือวิธีที่จะมาจัดการกับความเสี่ยงภัย การโอนความเสี่ยงภัยไปให้บริษัทประกันภัยโดยเสียเบี้ยประกันภัยจำนวนหนึ่งที่แน่นอนตามที่ตกลงกันไว้
ช่วยส่งเสริมธุรกิจบางประเภทให้เจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงภัยมากๆ เช่น ธุรกิจระหว่างประเทศ
3. ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม
ช่วยระดมทุนเพื่อการพัฒนาประเทศ เนื่องจากบริษัทประกันภัยจะได้รับค่าตอบแทนในการรับภาระความเสี่ยงภัยแทนผู้เอาประกันภัยในรูปของเบี้ยประกันภัย
ช่วยลดภาระแก่สังคมและรัฐบาล เนื่องจากประกันภัยทำให้บุคคลแต่ละคนมีความรับผิดชอบต่อตนเอง


