ประกันสุขภาพ
วิถีการดำเนินชิวิตประจำวัน ของ มนุษย์ทุกคนต่างก็มีความเสี่ยงมากพอสมควร นับตั้งแต่ตื่นขึ้นมาจนกระทั่งนอนหลับตาอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงภัยนั้นจะมาในรูปแบบของการเจ็บไข้ได้ป่วยหรือ อุบัติเหตุทั้งที่เป็นเพียงเล็กน้อย หรืออาจส่งผลร้ายแรงจนก่อให้เกิดการพิการหรือทุพพลภาพในระยะยาว แต่ที่แน่นอนที่สุดคือ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นในขณะที่ยังไม่พร้อมรับภาระค่าใช้ จ่ายที่อยู่นอกเหนือความจำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวัน แต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่เรายังมีโอกาสหาหลักประกันให้กับตัวเอง เพื่อเป็นทางเลือกที่จะลดความรุนแรงของปัญหาอันเนื่องมาจากความเสี่ยงภัย ต่างๆได้ หรืออย่างน้อยตอนเจ็บไข้ได้ป่วยหรือประสบอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันเมื่อยังมี การประกันภัยอีกรูปแบบหนึ่งเข้ามาช่วยดูแลเราในเวลาคับขันนั่นก็คือ ประกันสุขภาพ
การประกันสุขภาพ เป็นการประกันภัยที่บริษัทประกันภัยตกลงที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจาก การรักษาพยาบาลของผู้เอาประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลนั้นจะเกิดจากความเจ็บป่วยจากโรคภัยหรือบาดเจ็บ จาก อุบัติเหตุให้แก่ผู้เอาประกันภัย ในหลักการประกันสุขภาพถือว่าการประกันสุขภาพเป็นความเสี่ยงภัยต่อบุคคลเป็น การทำสัญญาระหว่างบุคคลทั้ง 2 ฝ่าย คือ “ผู้รับประกันภัย” กับ “ผู้เอาประกันภัย” โดยผู้รับประกันภัยตกลงที่จะชดใช้เงินจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้เอาประกันภัย เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นๆ หากผู้เอาประกันภัยเกิดความเจ็บป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บหรือจากอุบัติเหตุและ ผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่ายเงินจำนวนหนึ่งที่เรียกว่า “เบี้ยประกันภัย” ให้กับผู้รับประกันภัยตามเงื่อนไขที่ตกลงระหว่างกัน พูดง่าย ก็คือ ผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่ายเบี้ยประกันไว้เพื่อประกันความเสี่ยงภัย ในกรณีที่ต้องมีค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นนั้น ซึ่งการตกลงนี้เป็นไปตามสิทธิและหน้าที่ที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องทำความเข้าใจ กันไว้ตั้งแต่ต้น
การประกันสุขภาพจะแบ่งออกเป็น2 ประเภท ได้แก่ การประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพหมู่ และ การประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพรายบุคคล โดยแบ่งความคุ้มครองออกเป็น 2 ลักษณะ คือ
1. การรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยใน (จากอุบัติเหตุหรือการป่วยไข้ โดยจะชดเชยค่าใช้จ่ายในกรณีที่มีการรักษาพยาบาลฉุกเฉินหลังเกิดอุบัติเหตุ)
* ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการผ่าตัด
* ค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตร
2. การรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (ความคุ้มครองเมื่อผู้เอาประกันภัยต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากบาดเจ็บ)
* ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการให้แพทย์เข้ามาดูแล
* ค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาที่คลินิกหรือแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล
* ค่าใช้จ่ายการรักษาฟัน
สำหรับ อัตราเบี้ยประกันภัย ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ได้แก่ อายุ เพศ สุขภาพ อาชีพ และลักษณะการดำรงชีวิตของผู้เอาประกันภัยเป็นสำคัญ ส่วนการประกันภัยหมู่ต้องมีการพิจารณาถึงจำนวนบุคคลที่จะเอาประกันภัยด้วย เพราะถ้าจำนวนบุคคลมาก การกระจายความเสี่ยงภัยจะมีมากกว่าซึ่งจะทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่ำลงได้ นอกจากนี้ บริษัทประกันภัยยังยกเว้นไม่คุ้มครอง “โรคที่เป็นมาก่อนการทำประกันภัย” ดังนั้น หากผู้ขอเอาประกันภัยมีสุขภาพไม่แข็งแรงหรือมีโรคประจำตัวหลายอย่าง โอกาสที่จะเจ็บป่วยในอนาคตย่อมมีมากกว่าผู้มีสุขภาพแข็งแรง บริษัทอาจพิจารณารับประกันภัยผู้ขอเอาประกันภัยรายนั้นด้วยเบี้ยประกันที่ สูงกว่าคนปกติหรืออาจจะไม่รับประกันภัยเลยก็ได้ รวมทั้งจะไม่คุ้มครองการเข้าพักรักษาตัวซึ่งไม่ได้เกิดจากการบาดเจ็บหรือ ป่วยไข้ เช่น การทำหมัน การทำศัลยกรรม การลดความอ้วน การพักผ่อน รวมทั้งการรักษาโรคประสาท กามโรค การติดสิ่งเสพติด และการตรวจสายตา
source: นสพ.สยามธุรกิจ

