ประกันชีวิต นครหลวงไทย

ประกันชีวิตนครหลวงไทย
Siam City Life Assurance
บริษัทในเครือธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเดิมคือ บริษัท ศรีนครประกันชีวิต จำกัด เป็นบริษัทประกันชีวิต 1 ใน 12 บริษัทใหม่ที่เกิดขึ้นภายใต้นโยบายประกันภัยเสรีของรัฐบาล ก่อตั้งโดยคุณอุเทน เตชะไพบูลย์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะให้เป็นสถาบันการเงินของประชาชน ที่จะสร้างสวัสดิการให้แก่สังคม บริษัทได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันชีวิต จากกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2540 ภายใต้การกำกับดูแลของกรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเต็มมูลค่า 500 ล้านบาท วันที่ 9 มกราคม 2546 บริษัทได้รับอนุญาตจากกรมการประกันภัยให้ทำการเปลี่ยนชื่อจากศรีนครประกันชีวิต เป็น "แมกซ์ประกันชีวิต" โดยมีธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
ตราสัญลักษณ์ของบริษัทฯ เป็นรูปห่วงชูชีพล้อมรอบคำว่า "MAX LIFE" ซึ่งมีความหมายถึงการให้ความช่วยเหลือ และสร้างความมั่นคงในชีวิต
ปณิธานของบริษัทฯ คือ บริษัทจะมุ่งมั่นที่จะประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามหลักการ และจริยธรรมของธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และการให้ความคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้บริโภคออย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านบุคลากร และเทคโนโลยี โดยเน้นคุณภาพการให้บริการ เพื่อสร้างสรรค์สวัสดิการสนองความต้องการของประชาชน และสังคมสืบไป
บริษัท ประกันชีวิตนครหลวงไทย จำกัด
ในเครือธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน)
เลขที 169 อาคารธนาคารนครหลวงไทย จำกัด สาขาสุทธิสาร ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0-2616-2324 โทรสาร 0-2616-2343


เมื่อเดือนกันยายนจำวันได้ไม่แน่นอนได้มีตัวแทนขายประกันชีวิตทางโทรศัพท์(ซึ่งทางคุณเรียกว่าอะไรผมไม่ทราบแต่ตอนนี้ผมเรียกนางโทรศัพท์)ได้โทรเข้ามาหาผมแล้วก็แนะนำประกันชีวิตของนครหลวงไทยจนมาถึงขั้นตอนการบันทึกเสียงซึ่ง ก่อนจะบันทึก ผมได้ถามคุณเธอว่า..ในการบันทึกจะต้องมีการตอบตกลงใช่ไหมเธอบอกว่า ใช่(ผมเลยบอกกับเธอว่าโอเคผมตอบตกลงนั่นยังไม่ได้หมายความว่าผมตกลงทำสัญญานะและผมก็ยังไม่ต้องจ่ายเงินผมจะต้องต้องเห็นกรมธรรม์ก่อนและและถ้าผมเซ็นในกรมธรรม์แล้วส่งกลับไปทางธนาคารจึงจะถือว่าผมตกลง–เธอบอกว่าใช่–ยังมีอีกหลายอย่างที่ผมถามเธอและได้จดใว้เพื่อทำความเข้าใจเอาแค่เรื่องนี้ก่อน)แล้วจากนั้นก็ทำการบันทึกซึ่งในการบันทึกเธอเตี๋ยมให้ผมไม่ต้องบอกว่าผมทำงานอยู่ที่ระยองเพราะจะไม่ผ่านไม่ต้องไปตรวจโรคบันทึกครั้งแรกจึงไม่ได้จึงบันทึกครั้งที่2โอเคผ่าน(ตอนนี้เวลา6โมงกว่าๆนะ)..ที่บอกเวลาจะให้ดูการบริการหลังการขาย.และหลังการยกเลิกว่าแตกต่างกันยังไง.หลังจากนั้นเธอก็บอกว่ารอรับเอกสารอีก2อาทิตย์จะส่งไปที่บ้านที่กรุงเทพ ..แต่เผอิญผมโทรไปที่บ้านตอนกลางคืนทางบ้านบอกว่าอย่าเพิ่งทำเลย.เช้ามาผมจึงโทรไปยกเลิกซึ่งเธอก็เกลี้ยกล่อมผมให้รอดูกรมธรรม์ก่อนซึ่งมันก็สำเร็จพียงเพราะเธอบอกมันยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ผมจะได้เงินคืน.ตอนนั้นผมเข้าใจหยั่งงั้นไม่มีคำว่า15วันหลังวันทำสัญญาจากปากเธอ …หลังจากนั้นผมก็ได้รับกรมธรรม์แล้วก็เมจเสจจากธนาคารบัตรเครดิตให้ไปจ่ายเงินทั้งๆที่กรมธรรม์ก็ยังไม่ได้อ่าน.หลังจากนั้นผมก็อ่านแล้วก็โทรไปยกเลิกทันที.แม้แต่ตัวแทนขายยังไม่ซื่อตรงกับผมแล้ว….(ซึ่งมันก็ช้าเพราะเลยวันทำการ15วัน.กว่าผมจะได้กลับกรุงเทพรับกรมธรรม์มันก็เลย30วันแต่เลยมาแค่วันเดียวผมต้องจ่ายเดือนที่2อีกเป็นเงิน5472บาท)ผมโทรไปยกเลิกกับทางธนาคารเอง.ทางธนาคารบอกตัวแทนจะติดต่อกลับมาผมก็รอเพื่อที่ผมจะถามข้อมูลจนอาทิตย์ผ่านไปผมต้องโทรติดต่อเอง2วันที่ผมโทรเข้าไปก็ไปคุยเรื่องเงินทางกฎหมายผมเข้าใจว่าผมต้องเสียไปแน่ๆเงินผมไม่ได้คืนผมก็ต้องการให้เธอติดต่อว่าจะช่วยผมยังไงบ้างกว่าจะได้คุยกับเธอผมก็คุยกับหัวหน้าเธอตั้งนานได้รับคำขอโทษจากหัวหน้าเธอแล้วหัวหน้าเธอก็ถามจะให้ทางบริษัทพักงานเธอรึจะให้ลงโทษเธอยังไงผมก็บอกไม่เป็นไร.แค่จะคุยกับเธอเพราะเสียความรู้สึกมาก.หัวหน้าเธอจึงโอนสาย.เธอก็คุยขอโทษกับผมเธอบอกเป็นความผิดของเธอแล้วเธอก็บอกจะเลี้ยงข้าวขอโทษ.เธอรู้ว่าผิดผมก็ตกลง(แต่ก็เสียดายเงินนะตั้ง5472บาท)เธอบอกว่าถ้าเข้ากรุงเทพก็ให้โทรไปที่ที่เธอทำงานแล้วนัดไปเจอกันเธอจะเลี้ยงข้าวขอโทษ..หลังจากนั้น2วันผมจะเข้ากรุงเทพวันศุกร์ผมก็โทรไปเป็นวันพฤหัสเพื่อจะนัดกับเธอ เธอติดลูกค้าผมก็ฝากเรื่องให้โทรกลับ(ผมโทรไป2รอบ)ก็เงียบ..วันศุกร์ผมก็โทรอีก2รอบเธอก็ติดสายลูกค้าผมก็เลยฝากชื่อนามสกุลให้เธอโทรกลับก็เงียบ..ผมเลยคิดว่าเธอคงจะปัดๆให้หมดเรืองหมดราวเพราะผมไปฟ้องก็คงไม่ได้อะไรอยู่แล้วยังไงเด๋วก็เงียบไป..วันจันทร์ผมเลยโทรไปใหม่ทางบริษัทก็โอนไปโอนมาหัวหน้าเธอรับแล้วก็คุยกับผมเรื่องทำความเข้าใจในกรมธรรม์โอเคผมเข้าใจอยู่แล้ว(ในใจแค่อย่างจะให้ตัวแทนที่ขายให้ผมกระตือรือล้นที่จะขอโทษจริงๆ)คุยได้สักพักเธอก็โอนให้..คุณ นงลักษณ์…ซึ่งเธอบอกเธอได้ยินที่ผมคุยกับหัวหน้าเธอแล้วของขึ้นเลยมีแอบฟังด้วยไม่ได้จริงใจกับเราจริงนี่หว่า..โมโหผมก็เลยบอกเธอว่าเธอจะช่วยเรื่องเงินผมยังไงผมเลยอ้างว่าผมไปปรึกษากับเพื่อนๆ..เธอพูดว่าพี่ปรึกษาเพื่อนที่เป็นทนายยังไงพี่ก็เรียกคืนไม่ได้นะเพราะกรมธรรม์มันมีสัญญาของมันอันนี้ผมรู้ๆว่ายังไงก็ไม่ได้ผมแค่โทรไปถามในความรับผิดชอบของเธอแม้แต่เลี้ยงข้าวขอโทษเธอยังไม่ใส่ใจ.ผมไม่ได้ติดใจเรื่องของเงินหรอก..แต่ติดใจเรื่องที่เธอปลิ้นปล้อน2ครั้งกับผมถ้าเธอรู้สึกผิดถ้าบริการหลังการขายดีเธอจะไม่ทำหยั่งงี้กับผมๆเสียความรู้สึกกับเรื่องนี้มากๆตอนนี้พนักงานขายประกันทางโทรศัพท์เธอได้รับคำตอบจากผมว่าไม่.ไม่อยากฟังเอาเปรียบ.น่ารำคาญซึ่งเมื่อก่อนผมปฎิเสธดีกว่านี้ผมเห็นพวกนี้กลายเป็นแมลงสาบไปจริงๆเพราะคุณคนเดียวคุณ นงลักษณ์..ตอนนี้ก็แค่ขอระบายความรู้สึก.ไอควายที่ถูกหลอกตัวผมเองนะ..ยังไงผมก็ฝากดูแลพนักงานขายคุยกับลูกค้าเคลีร์ยๆหน่อยจะได้ไม่เป็นปัญหาเหมือนผมให้ผมเป็นเหยื่อคนเดียวก็พอกับตัวแทนขายที่จะขายอย่างเดียวแล้วก็ใส่ใจลูกค้าหน่อยครับ..ขอบพระคุณมากครับ ….ป.ล.แต่ทำประกันมันดีอยู่แล้วแต่ตัวเราต้องยินยอมพร้อมใจเข้าใจในข้อมูล