ดูแลกันตลอดไป

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น…เราจะรักและดูแลกันตลอดไป
Whatever Happens…We Will Always Love and Take Care One Another
"Que Sera Sera" ดอริส เดย์ ดาราสาวฮอลลีวู้ดในยุคทศวรรษที่ 50 ได้ร้องเพลงนี้ในหนังเรื่อง The man Who Knew Too Much ออกฉายครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1956 นอกเหนือจากที่มันจะกลายเป็นเพลงฮิตในสมันนั้นอยู่นานหลายสัปดาห์ และช่วยทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังคลาสสิคตลอดกาลแล้ว วลีในบทเพลงที่แปลว่า ‘อะไรจะเกิด…ก็ต้องเกิด’ ก็ได้กลายเป็นวลีอมตะติดปากผู้คนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เรื่องราวความไม่แน่นอนนั้นผู้คนสนใจมานานพร้อมๆ กับประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่สมัยโบราณกาล คนเราพยายามอธิบายและเอาชนะความไม่แน่นอนด้วยโหราศาสตร์ และการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ หลังจากโลกเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ คนเราก็พยายามอธิบายและเอาชนะความไม่แน่นอนด้วยวิทยาศาสตร์
อย่างไรก็ตาม จวบจนถึงทุกวันนี้ วิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถขจัดความไม่แน่นอนออกไปได้ทั้งหมด ในวิชาคณิตศาสตร์ และสถิติศาสตร์ เมื่อได้อนุมานหรือทำนายอนาคตออกมาแล้วก็ยังต้องระบุ ค่าความเชื่อมั่น เพื่อแสดงให้เห็นว่าคำทำนายนี้ยังคงมีความผิดพลาดและไม่แน่นอนอยู่
วลีที่ว่า อะไรจะเกิด…ก็ต้องเกิด จะยังคงเป็นอมตะและเป็นสัจธรรมมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะมันเป็นทัศนะการมองโลกแบบที่เข้าใจถึงหลักการเรื่องความไม่อน่นอน เป็นการมองโลกแบบกลางๆ ไม่ดี-ไม่ร้าย และพร้อมรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างไม่ประมาท
ถ้าชีวิตนี้คือความไม่แน่นอน ถ้าโลกนี้ไม่มีอะไรที่ทำนายได้แน่ชัด เราจะดำเนินชีวิตไปได้อย่างไรล่ะ ? เราทุกคนรู้แล้วว่า อะไรจะเกิด…ก็ต้องเกิด แต่ประเด็น คือไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เราทุกคนรู้แล้วว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร ความไม่แน่นอนสอนให้เราไม่ประมาท มีสติอยู่กับปัจจุบัน รู้จักเลือกหนทางแก้ไขทุกปัญหาอย่างเหมาะสม มีกำลังใจ ความหวัง และศรัทธาต่อโลกและชีวิต
source: ไทยประกันชีวิต ดูแลตั้งแต่ก้าวแรก และตลอดไป



