การวางแผนการเงิน ก่อนเกษียน

การวางแผนการเงิน ก่อนเกษียน
source: moneychannel, รายการ ชีวิตคือการลงทุน
ท่ามกลางเงื่อนไขและตัวแปรต่างๆ ที่ทำให้ทั่วโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดัน จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ไปสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ ทำให้การพูดถึง ชีวิตในวัยเกษียณ กลายเป็นกระแสร้อนที่ใครๆ ก็หยิบยกมาเป็นสาระหลักของสังคม ทั้งหลายทั้งปวง คงเป็นผลมาจากความก้าวหน้าด้านการแพทย์และเทคโนโลยี จนทำให้ประชากรมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ผลจากการวางแผนครอบครัวอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตราการเกิดลดลง กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เคยหยิบยกข้อมูลและสถิติมานำเสนอ พบว่า ในปี 2005 ประเทศในแถบเอเชียมีสัดส่วนผู้สูงอายุ (อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป) คิดเป็นร้อยละ 9 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และในอีก 20 ปีข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 15
การวางแผนการเงิน หลังเกษียน ดังนั้น เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของภาครัฐและประชากรวัยทำงานในอนาคตในการเลี้ยงดู ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่มีงานทำ ทุกฝ่ายจึงตระหนักถึงปัญหานี้กันมากขึ้น และได้มีการรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมเงินไว้ใช้ในยามเกษียณ
ล่าสุดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระดมหน่วยงานที่มีอุดมการณ์เพื่อพัฒนาความรู้เรื่องการบริหารเงินส่วนบุคคล อาทิเช่น สถาบันพัฒนาความรู้ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (TSI) โครงการให้เงินทำงานผ่านกองทุนรวม และสถานีโทรทัศน์มันนี่แชนแนล จัดตั้ง โครงการเกษียณยิ้ม ขึ้น
"จากการที่โครงสร้างประชากรในปัจจุบันเดิน มาถึงจุดที่เปลี่ยนไป เนื่องจากอัตราของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง ประกอบกับประชากรวัยเด็ก ก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะครอบครัวคนไทยในปัจจุบันเริ่มมีบุตรน้อยลง โดยมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการทำงาน และนิยมมีบุตรช้าเพราะรอให้ฐานะทางครอบครัวมั่นคงเสียก่อน ในปัจจุบันมีคนทำงาน 7 คน เลี้ยงดูคนชรา 1 คน แต่ในอีก 40 ปีข้างหน้า จะมีคนทำงาน 2 คน เลี้ยงดูคนชรา 1 คน นั้นหมายถึงคนวัยทำงานที่จะกลายเป็นผู้สูงอายุ จะต้องพึ่งตัวเองมากขึ้น "
ทุกวันนี้คนไทยมีหนี้สินมากกว่ารายได้ ทำให้เงินที่จะต้องเก็บไว้เพื่อใช้ในช่วงชีวิตหลังเกษียณมีไม่เพียงพอ หรือบางคนไม่เคยคิดถึงเงินก้อนนี้ด้วยซ้ำ ซึ่งเงินก้อนนี้หากนำมาคำนวณดูแล้วเป็นเงินไม่น้อยทีเดียว มีทั้งค่าครองชีพ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเลี้ยงดูบุตรหลาน ค่าใช้จ่ายอื่นๆ และยังมีอัตราเงินเฟ้อเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
สิ่งที่มนุษย์เงินเดือนต้องนึกถึง คือ มีวินัยในการวางแผนเพื่อวัยเกษียณ และควรมีเป้าหมายในการวางแผน และถ้าไม่จำเป็นอย่านำเงินในอนาคตมาใช้จนเกิดปัญหา เช่น อย่ารูดบัตรเครดิตจนเพลิน หรือใช้เงินซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย พูดง่ายๆ อย่าพยายามมีหนี้สินล้นพ้นตัว
นั่นเป็นจึงเป็นที่มา ของโครงการเกษียณยิ้ม ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งส่งเสริมความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสำหรับ สมาชิกเพื่อให้เกิดความพร้อมและความเข้าใจเรื่องการบริหารเงินและการลงทุน เพื่อให้เตรียมพร้อมสู่การมีชีวิตหลังวัยเกษียณได้อย่างสมบูรณ์
การดำเนินงานของ โครงการเป็นไปในรูปแบบของการจัดกิจกรรมบรรยายให้ความรู้ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ กับสมาชิก อาทิเช่น อบรมหลักสูตรการบริหารเงินเบื้องต้นกว่า 10 หลักสูตร ของสถาบันพัฒนาความรู้ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (TSI) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และส่วนลดต่างๆ ของทางตลาดหลักทรัพย์ อีกทั้งยังได้รับข่าวสารและข้อมูลความรู้อย่างต่อเนื่อง โดยคุณสมบัติของสมาชิกจะต้องมีอายุ 40 ปีขึ้นไป และมีความตั้งใจที่จะบริหารเงิน
สำหรับ ประชาชนคนทั่วไป ในช่วงที่เรายังมีเรี่ยวแรง ยังมีหน้าที่การงานทำ เมื่อมีรายได้ก็ควรจะรู้จักเก็บหอมรอมริบเอาไว้บ้าง ลองจินตนาการถึงชีวิตหลังเกษียณ ที่จะเดินทางมาถึงทุกคนไม่ช้าก็เร็ว ว่าเมื่อรายได้จากการทำงานหยุดไป แต่รายจ่ายในชีวิตประจำวันยังคงมีอยู่ ประกอบกับวงจรชีวิตของมนุษย์เราที่ยืนยาวขึ้นจากพัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าว หน้าไปไกล แล้วเราจะทำอย่างไร ถ้าไม่มีเงินใช้อย่างเพียงพอในบั้นปลายของชีวิต
การดำเนินชีวิตทุก วันนี้ จึงไม่ควรใช้ชีวิตไปวันๆ แต่เราจำเป็นต้องคิดวางแผนเพื่อชีวิตหลังเกษียณของตัวเองให้มากขึ้น เราจำเป็นต้องมีแหล่งเงินก้อนเอาไว้ใช้หลังเกษียณ ซึ่งแต่ละคนมีแบบอย่างและสไตล์การเก็บออม เพื่อใช้ในยามเกษียณไม่เหมือนกัน นั่นก็เพราะความชื่นชอบ ความถนัด และความรู้ของแต่ละคนแตกต่างกัน

