การประกันชีวิตที่แท้จริง
การประกันชีวิตเป็นการคิดค้นอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ เป็นการแสดงออกซึ่งความตั้งใจของคนแต่ละคนที่ยินดีกระทำเพื่อช่วยเหลือคนอื่นๆ ทั้งหมดในกลุ่ม และในขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงออกซึ่งความตั้งใจของคนทั้งหมดในกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือคนหนึ่งคนในการรับมือกับความพลัดพรากสูญเสีย ( One for All, All for one )
การประชีวิตเกิดขึ้นเมื่อ 250 ปีที่แล้ว ผู้คิดค้นระบบนี้ขึ้นมาคือ นักบวชกลุ่มหนึ่งในประเทศอังกฤษ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อนำเงินกองทุนไปให้แก่ ครอบครัวของนักบวชที่เสียชีวิต หลักการก็คือคนทุกคนในกลุ่มตกลงใจกันที่จะสละทรัพย์เฉลี่ยคนละเล็กละน้อย เพื่อทำให้เกิดเป็นกองทรัพย์ที่มีมูลค่ามากกองหนึ่ง สำหรับส่งมอบให้แก่ครอบครัวที่มีการสูญเสีย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ครอบครัวสามารถรับมือกับความเดือดร้อนทางการ เงินอันเป็นผลสืบเนื่องจากการสูญเสียเสาหลักของครอบครัว
ดังนั้น การประกันชีวิตจึงสามารถที่จะกล่าวให้เข้าใจได้โดยง่ายว่า คือ การทดแทนการสูญเสียรายได้ คำว่า “ รายได้” เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก เพราะคนเราสามารถที่จะยังชีพอยู่ได้ก็เนื่องจากรายได้นั่นเอง แต่รายได้นี้เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เพราะอาจมีปัญหาหลายอย่างที่ทำให้รายได้ต้องหยุดลงขณะใดขณะหนึ่ง การประกันชีวิตสามารถที่จะขจัดปัญหาชีวิตดังกล่าวได้ คือ ช่วยให้บุคคลที่ประสบปัญหาได้รับการชดใช้เงินจำนวนหนึ่ง
ที่แท้จริงแล้วความจำเป็นในการประกันชีวิตในปัจจุบัน สำหรับคนแต่ละคนมีมูลค่าไม่เท่ากัน ทั้งนี้เนื่องจากเงื่อนไขของความจำเป็น (Needs) ทางเศรษฐกิจที่แต่ละคน แต่ละครอบครัวที่เผชิญอยู่นั้นแตกต่างกัน อีกทั้งช่วงวัยของการเข้าสู่การประกันชีวิตของแต่ละคนก็แตกต่างกันด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการวิเคราะห์ความจำเป็นในการทำประกันชีวิต (Needs Analysis) ของผู้ขอทำประกันแต่ละราย ปัจจัยหนึ่งที่กำหนดความแตกต่างของความจำเป็น ก็คือ วงจรชีวิต
วงจร ชีวิตปกติของคนเรา เริ่มตั้งแต่เกิด เมื่อคนเราเกิดมาย่อมต้องตามมาด้วย ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์คือ ปัจจัย 4 ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค จนโตขึ้นเข้าสู่วัยศึกษาเล่าเรียน วัยนี้ความรับผิดชอบจะตกหนักไปสู่ผู้เป็นพ่อแม่ทุกคนที่ต้องเลี้ยงดูลูก ส่งเสียให้ได้รับการศึกษาที่ดี เพื่ออนาคตที่มั่นคง
เมื่อสำเร็จการศึกษาก็จะเข้าสู่วัยทำงาน ในวัยนี้จะมีการสร้างฐานะและสร้างครอบครัว หัวหน้าครอบครัวต้องพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวที่เขารักให้ มีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ว่าจะเป็น การเลี้ยงดูพ่อแม่ที่แก่ชรา การเลี้ยงดูภรรยาและลูกๆ ทั้งนี้ก็เพื่อความสุขและเสียงหัวเราะของคนในครอบครัว หัวหน้าครอบครัวจึงจำเป็นต้องทำทุกอย่าง รวมทั้งการมีภาระในการผ่อนชำระหนี้สินต่างๆ เช่น หนี้สินทางธุรกิจเพื่อความเป็นปึกแผ่นและความมั่งคงทางการเงินของครอบครัว การผ่อนรถเพื่อความสะดวกในการเดินทาง การซื้อสินค้าโดยระบบเงินผ่อน และที่เป็นภาระอันหนักอึ้งแต่ก็เป็นความฝันของคนทุกคน คือ การได้เป็นเจ้าของบ้านอันอบอุ่นเพื่อเป็นศูนย์รวมของคนทั้งบ้าน หากหัวหน้าครอบครัวต้องจากไป การประกันชีวิตจะเป็นหลักประกันว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหัวหน้าครอบครัว สมาชิกที่เหลือจะไม่ต้องไปจากบ้านที่อยู่อาศัยหลังเดิม ในช่วงวัยนี้จึงมีความจำเป็นในการทำประกันชีวิตที่หลากหลายและจำนวนมาก
หลังจากทำงานเหนื่อยล้ามาหลายสิบปี เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณอายุ เราจำเป็นต้องมีเงินออมไว้ใช้จ่ายในการดำรงชีพในช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนนี้ สุขภาพเริ่มทรุดโทรมการเจ็บไข้ได้ป่วยจึงเป็นเรื่องธรรมชาติของคนในวัยนี้ การเตรียมเงินเพื่อการรักษาพยาบาลจึงจำเป็นและต้องมากพอ นอกจากนี้บางท่านอาจมีฝันว่าเมื่อถึงวัยนี้อยากจะให้รางวัลชีวิตแก่ตัวเอง บ้าง จึงเตรียมเงินไว้เพื่อการพักผ่อนหรือการท่องเที่ยว คงไม่มีใครอยากจะลำบากในช่วงบั้นปลายชีวิต แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า เราจะมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ต่ำไปกว่าเดิมเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่เรายังทำงาน มีรายได้อยู่ การเตรียมการด้วยการประกันชีวิตจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะการันตีถึงผล ตอบแทนที่แน่นอนในอนาคต แม้จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของชีวิตคือการจากไปในวัยอันควร การประกันชีวิตก็จะเข้ามามีบทบาทในเรื่องของค่าใช้จ่ายครั้งสุดท้ายในชีวิต เพื่อมิให้ตนเอง แม้จะจากไปแต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ที่เหลืออยู่ต้องเดือดร้อน
จากวงจรชีวิตของมนุษย์จึงเป็นที่มาของคำตอบที่ว่า………ทำไมคนเราจึงจำเป็นต้องทำประกันชีวิต………. ในแต่ละช่วงชีวิตของคนทุกคนเราล้วนแต่ต้องเผชิญกับความรับผิดชอบ และความเสี่ยงภัยต่างๆ ความเสี่ยงที่จะทำให้รายรับและรายจ่ายไม่สมดุลกันซึ่งมักจะเกิดขึ้นได้เสมอๆ การเสียชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่มีใครทราบล่วงหน้า และอาจเกิดขึ้นกับใครคนหนึ่งได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุก็ตาม หากเมื่อผู้หารายได้ของครอบครัวจากไป ครอบครัวจะประสบกับการขาดรายได้ และเกิดปัญหาการเงินต่าง ๆ ตามมามากมาย อาทิ
- ค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ หนี้สินที่คุณกู้ยืม จะทำอย่างไร
- ถ้าคุณมีครอบครัวหรือพ่อแม่ที่ต้องรับภาระเลี้ยงดู ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของพวกเขาใครคือผู้รับผิดชอบ
- ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูและค่าเล่าเรียนของบุตร ใครจะเป็นผู้จัดการ ตัวบุตรเอง หรือภรรยาของคุณ
- ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันกับคนในครอบครัวที่ยังมีอยู่
- เมื่อคุณจากไป คนในครอบครัวจะสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติได้หรือไม่เมื่อขาดรายได้
นอกจากนี้ หากเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติและขาดรายได้ คุณจะจัดการอย่างไรกับค่าใช้จ่ายในการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล และค่าใช้จ่ายในชีวิต ประจำวัน แม้กระทั่งในกรณีที่มีอายุยืนยาว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีรายได้พอเพียงในการดำรงชีพตลอดไป จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมพร้อมทางด้านการเงินให้มีความมั่นคงเพื่อที่ จะใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุได้อย่างอุ่นใจอีก ด้วย
การประกันชีวิตจึงเป็นเครื่องมือที่ดีเลิศและไม่มีสิ่งใดมาทดแทนได้ ในการสร้างความอุ่นใจและความมั่นคงให้แก่ครอบครัว เป็นการประกันความคงอยู่ของรายได้ หรือการประกันความคงอยู่ของปัจจัยในการดำรงชีวิตในรูปเงินสดทันใจ เพื่อความสุขและความมั่นคงของชีวิต ผู้ทำประกันชีวิตจะได้รับการคุ้มครองมากมายตั้งแต่วันที่ทำประกันชีวิตด้วย จำนวนเงินเพียงเล็กน้อยที่จ่ายไป (เบี้ยประกันชีวิต) ไม่เพียงแต่เฉพาะการคุ้มครองเมื่อคุณจากไปเท่านั้น การประกันชีวิตยังเป็นการคุ้มครองยามแก่ชรา รวมถึงเป็นทุนการศึกษา เงินทุนแต่งงานสำหรับลูก ๆ และความต้องการที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อให้ชีวิตของคนคนหนึ่งได้บรรลุเป้าหมายของชีวิตอย่างแท้จริงและหมดกังวล
คุณล่ะ……………….ได้สร้างความอุ่นใจและความมั่นคงที่เป็นรูปธรรมให้แก่คน ที่คุณบอกว่ารักเขาหรือยัง
source: มิลเลียไลฟ์ อินชัวรันส์

